สหรัฐเสริมทหาร 1,000 นาย เผยภาพชุดใหม่ซัดอิหร่านระเบิดเรือ


   

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐสั่งเสริมกำลังทหารในตะวันออกกลางอีก 1,000 นาย พร้อมเปิดภาพใหม่เป็นหลักฐานมัดอิหร่านวางระเบิดเรือน้ำมันญี่ปุ่นเมื่อพฤหัสบดีที่แล้ว จีนและรัสเซียประสานเสียงเตือนความตึงเครียดบานปลาย ขณะอิหร่านยืนยันไม่ต้องการทำสงคราม แต่ก่อนหน้านั้นขีดเส้นตาย 10 วันเสริมคุณภาพยูเรเนียมหากมหาอำนาจตะวันตกไม่โอบอุ้ม

ภาพจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2562 เผยภาพเรือลาดตระเวนของอิหร่านติดตั้งปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน ซู-23-2 ของรัสเซีย ภายหลังปลดลิมเพ็ตไมน์ที่ไม่ระเบิดออกจากตัวเรือ / US NAVY / AFP

    ความหวาดกลัวว่าอิหร่านและสหรัฐจะเผชิญหน้าทางทหารมีเพิ่มมากขึ้นนับแต่สหรัฐกล่าวโทษอิหร่านอีกครั้งว่าอยู่เบื้องหลังการระเบิดโจมตีเรือน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมานใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน กองทัพสหรัฐยังเผยแพร่หลักฐานวิดีโอขาว-ดำที่ภาพพร่ามัว กล่าวโทษว่าเรือลาดตระเวนของอิหร่านกำลังปลดระเบิดติดตัวเรือ (ลิมเพ็ตไมน์) ที่ยังไม่ระเบิด ออกจากตัวเรือโคกุกะเคอเรเจิสของญี่ปุ่น แต่คำกล่าวหาของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้อธิบายเหตุผลว่า ทำไมอิหร่านจึงทำเช่นนั้น ทั้งที่กองทัพสหรัฐวางกำลังอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2562 กล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้เผยแพร่ภาพถ่ายชุดใหม่ ที่พวกเขาบอกว่า เป็นหลักฐานแสดงว่าอิหร่านวางระเบิดเรือญี่ปุ่นลำนี้ โดยเป็นภาพของจุดที่สหรัฐกล่าวว่าลิมเพ็ตไมน์ที่ไม่ระเบิดเคยถูกติดตั้งไว้, ภาพเรือลาดตระเวนลำหนึ่งของอิหร่านที่ปลดระเบิดลูกนี้ และภาพความเสียหายจากระเบิดอีกลูกที่ทำงาน

    แถลงการณ์ของเพนตากอนประกอบภาพถ่ายชุดนี้กล่าวว่า จากหลักฐานวิดีโอและความชำนาญและทรัพยากรที่สามารถปลดลิมเพ็ตไมน์ที่ยังไม่ระเบิดได้อย่างรวดเร็ว ชี้ว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

    วันเดียวกัน แพทริก ชานาแฮน รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า เขาได้อนุมัติการเสริมกำลังทหารอีกประมาณ 1,000 นายเพื่อวัตถุประสงค์เชิงป้องกันต่อภัยคุกคามทางอากาศ, ทางเรือ และภาคพื้นดิน ในภูมิภาคตะวันออกกลาง กำลังที่มาเสริมนี้จะเพิ่มเติมกำลังพลเดิมที่มีอยู่ 1,500 นายที่สหรัฐส่งมาวางกำลังที่นี่เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือน้ำมัน 4 ลำนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งสหรัฐและซาอุดีอาระเบียกล่าวโทษว่าเป็นฝีมืออิหร่านหรือตัวแทนของอิหร่าน

    ที่กรุงมอสโก ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความอดกลั้น รัสเซียไม่อยากเห็นการดำเนินการใดๆ ที่อาจเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ที่ไร้เสถียรภาพอยู่แล้ว ส่วนเซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยกลาโหมกล่าวว่า สิ่งที่เห็นคือความพยายามอย่างไม่หยุดหย่อนของสหรัฐ เพื่อกดดันอิหร่านทั้งทางการเมือง, จิตวิทยา, เศรษฐกิจ และทางทหารแบบยั่วยุอย่างแท้จริง และไม่อาจประเมินเป็นอื่นใดได้นอกจากเพื่อยั่วให้เกิดสงคราม

    ด้านหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวเตือนทุกฝ่ายว่าไม่ควรดำเนินการใดที่ยั่วยุเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ และเตือนสหรัฐให้เปลี่ยนวิธีการปฏิบัติของการกดดันถึงขีดสุด ขณะเดียวกันก็เรียกร้องอิหรานอย่าได้ละทิ้งข้อตกลงนิวเคลียร์ง่ายๆ

    เมื่อวันจันทร์ เบห์รูซ คามัลวันดี โฆษกองค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่าน เปิดเผยว่า อีก 10 วันข้างหน้า อิหร่านจะมียูเรเนียมเสริมคุณภาพในปริมาณที่เกินขีดจำกัดตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 แต่อิหร่านอาจเปลี่ยนใจหากมหาอำนาจอีก 5 ชาติยึดมั่นข้อตกลงนี้ โดยช่วยอิหร่านหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐและสามารถขายน้ำมันได้ต่อไป

    ข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งสหรัฐถอนตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วจำกัดสิทธิในการเสริมคุณภาพยูเรเนียมของอิหร่านไม่ให้สูงกว่า 3.67% ซึ่งต่ำกว่ามากจากระดับยูเรเนียมสำหรับผลิตอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งอยู่ที่ 90% และไม่ให้เกิน 300 กิโลกรัม

    กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐตอบโต้คำขู่ของอิหร่านว่าเป็นการขู่กรรโชกด้วยนิวเคลียร์

    ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านยืนยันเมื่อวันอังคารว่า อิหร่านยึดมั่นข้อตกลงนิวเคลียร์และไม่ต้องการสร้างความขัดแย้ง "อิหร่านจะไม่ทำสงครามกับชาติใด" พร้อมกับปรามาสว่า สหรัฐไม่สามารถโดดเดี่ยวอิหร่านและรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีประสบการณ์ด้านกิจการระหว่างประเทศ.


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'