‘ปู ไปรยา’ทิ้งทวนละครไทยก่อนโกอินเตอร์ตามฝัน


   

 

            ช่วงหลังจะเห็นนางเอกคนดัง ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ไปทำงานที่เมืองนอกซะส่วนใหญ่ แต่ล่าสุดเจ้าตัวตัดสินใจกลับมารับละครที่เมืองไทยอีกครั้ง ในเรื่องบางกอกนฤมิต ประกบ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ทางช่องวัน 31 โดยเจ้าตัวแย้มว่าบางกอกนฤมิตอาจเป็นละครเรื่องครั้งสุดท้ายที่จะเล่น ก่อนบินไปตามฝันทำงานยังต่างแดน

          "ละครเรื่องบางกอกนฤมิต กับทางช่องวัน ได้มีการพูดคุยกัน แล้วก็เป็นเรื่องแรกในรอบ 3 ปีของปู มันได้คิวตรงกันพอดี คิวถ่ายทำของปูน่าจะถ่ายทำทั้งหมด 45 คิว แล้วก็มีการบินไปๆ มาๆ อยู่ที่เมืองนอก 2 สัปดาห์ กลับมาถ่ายที่ประเทศไทยอีก 2 สัปดาห์ น่าจะปิดกล้องได้ภายใน 4-5 เดือน ก็ดีใจที่ได้รับละครที่บทประพันธ์ดี เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นละครที่คุณพงศกรเป็นคนประพันธ์ เรื่องปูรับบทมาลัยวรรณ คือจริงๆ ปูถือว่าอยู่ในวัยที่จะมารับบทแบบนี้มานานแล้ว ได้เล่นเป็นตัวละครที่ร้าย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีที่มาที่ไป และปูมารับบทบาทที่จะทำให้ปูรู้สึกว่าต้องพยายามมากและปูก็อยากให้มันออกมาดี

 

            ที่บินกลับไปนิวยอร์กครั้งนี้ปูจะไปเรียนการแสดง intensive มีเรียนทุกวัน ก็ดีนะคะ ที่ประเทศไทยก็เรียนค่ะ ตอนช่องวันติดต่อมา สิ่งแรกที่ปูขอก็คือปูขอให้มีครู Voice และก็มีครูการแสดงประกบทุกฉาก จะไม่เดินเข้าฉากโดยที่ไม่มีครูการแสดง ซึ่งใช้ทั้งสองอย่างเลย ใช้ครูที่ประเทศไทยและครูที่นิวยอร์กด้วย ตอนนี้ปูยอมรับว่าคิวปูแน่นมาก เพราะว่าเดี๋ยวถ่ายอีก 3 วันก็ต้องบินไปอเมริกา 8 วัน แล้วเดี๋ยวก็ต้องกลับมาประเทศไทยอยู่ที่นี่อีก 10 วัน ต้องบินกลับไปใหม่ ไปๆ มาๆ  แต่เพื่องานปูยินดีค่ะ

          เรื่องการกลับมารับเล่นละครยอมรับว่ามีความเกร็งอยู่บ้าง เพราะเราไม่ได้เล่นมา 3 ปีแล้ว  อย่างที่บอกว่าละครเรื่องนี้อาจจะเป็นหนึ่งในสองเรื่องสุดท้ายที่รับแล้ว เลยอยากจะเล่นให้มันเต็มที่ ถ้ามันทำให้คนชื่นชมและติดตาม แค่นี้ปูก็ภาคภูมิใจแล้ว หลังจากนี้ปูก็มีโปรเจกต์อื่นๆ ที่ใฝ่ฝันอยากทำต่อนอกเหนือจากละคร อย่างที่บอกงานที่เมืองนอกปูหนัก และการที่รับละครที่นี่ทำให้ปูรับงานที่เมืองนอกไม่ได้ ที่ได้กลับมารับเรื่องนี้เพราะคิวมันได้พอดี ใน 6 เดือนแรกปูยังทำงานที่นี่ แต่ว่าหลังจาก 6 เดือนแรกผ่านไป ปูก็จะกลับไปรับงานที่ต่างประเทศเป็นหลักเลยค่ะ กลับไปแคสหนัง ทำงานที่นู่นเหมือนเดิม

          ตอนนี้ที่ต้องบินไปมาเพราะยังมีสัญญากับเอเจนซี่ที่ต่างประเทศอยู่ ถ้าปูไม่อยู่กับงานที่โน่น เขาจะบอกได้ว่าถ้าไม่สะดวกทำงานที่ต่างประเทศก็ไม่ต้องทำ ทำงานที่นี่ก็ได้ ก็เลยต้องบินไปบินมาแบบนี้ แต่ว่าเราชอบเราไม่มีปัญหา เรารู้สึกว่าทุกครั้งที่มีงานเรารู้สึกว่าเราโชคดี อย่างที่บอก ปู ไปรยา เมื่อ 6 ปีที่แล้วโฆษณาตัวหนึ่งปูยังไม่มีเลย เราเคยอยู่ในจุดที่มันไม่ใช่จุดนี้ เลยบอกว่าตราบใดที่มีงาน ตราบใดที่บินไหว ตราบใดที่เขายังอยากได้เราอยู่ ก็ทำไปเถอะ อย่าคิดอะไรเยอะ

 

            ตอนนี้งานที่นู่นก็ในระดับหนึ่งไม่เยอะมาก แต่การแข่งขันมันสูง เราก็เพิ่งเริ่มเรียนการแสดง แต่ว่าเราชอบนะจริงๆ เรามีความสุข ได้ลดทิฐิในหลายๆ เรื่อง การสู้เพื่ออาชีพตัวเองในเชิงศิลปะ แต่ไม่ได้สู้เพื่อให้ได้โฆษณา มันเป็นความรู้สึกที่ต่างกันนะ ที่นี่ปูเล่นปูอยากได้กระแสมันเป็นจิตใต้สำนึกของเราที่อยากได้กระแสถึงได้เล่น แต่ที่ต่างประเทศเราไม่ได้เป็นปู ไปรยา ปูเป็นใครก็ไม่รู้แล้วมันสู้ด้วยความสามารถจริงๆ เราก็รู้ว่าในด้านนางแบบเราได้ แต่ว่าในด้านการแสดงเราจะไปสู้คนที่เขาเรียนมาเป็น 10 ปีมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ว่ามันเป็นบทเรียนที่มีค่ามาก เลยบอกว่าไม่อยากจะแลกกับอะไรเลย การที่ปูไปเริ่มศูนย์ที่โน่นมันทำให้ปูรู้สึกว่าปูเป็นคนโชคดีมาก

            กับผลงานเรื่องนี้คาดหวังมากค่ะ คาดหวังมากๆ จริงๆ ไม่ได้คาดหวังกระแสนะ แต่คาดหวังเรื่องเดียวว่าเป็นเรื่องที่คนจะบอกว่าปูเล่นแล้วเขาชอบ ขอสักเรื่องหนึ่งตั้งแต่เด็กจนโตขอเรื่องนี้แหละ ที่คนบอกว่าเราเล่นแล้วติด ชอบ ขอแค่นี้เลย มันไม่เชิงปม ปูเซ็นกับสังกัดบ้านเกิดตอนปูอายุ 13 ตอนนั้นปูเรียนรู้ภาษาไทยกับกองถ่าย เรียนรู้การแสดงกับกองถ่าย และมีทุกวันนี้ก็เพราะกองถ่าย แต่เด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้ใฝ่ฝันจะเป็นนักแสดง มาเล่นละครยังไงมันก็ไม่ได้เล่นดีอยู่แล้ว เพราะนั่นไม่ใช่ความฝันของเขา แต่พอปูโตขึ้นนี่แหละคือความฝันของปู ปูรู้แล้วว่านี่คือสิ่งที่ปูชอบ นี่คือสิ่งที่ปูต้องการให้คนเห็นความสามารถของปูในด้านนี้ ก็เลยขอเรื่องนี้เป็นเรื่องเดิมพันว่าจะพยายามทำให้เห็นว่าปู ไปรยา ทำอะไรแล้วไม่ถอย

 

            ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจ แต่เด็กที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยตั้งแต่อายุ 14 จนอายุ 28 ชีวิตอยู่กับกองถ่ายจริงๆ ที่ปูห่างหายไป 3 ปีเพราะปูต้องรีเซ็ทใหม่ ถามใจตัวเองว่าชอบเป็นนักแสดงหรือเปล่า แล้วครั้งนี้หลังจากเรียนการแสดง หลังจากไปสู้ที่เมืองนอก ปูก็คุยกับ คุณแมทธิว บราก คุยกันค่อนข้างลึกซึ้งว่าในชีวิตปูอะไรทำให้ปูเครียดมาโดยตลอด เขาก็เลยบอกว่าอยากให้ปูกลับมารับเรื่องนี้ ถ้าจะเป็นเรื่องหนึ่งในเรื่องสุดท้ายหรือสองเรื่องสุดท้าย ขอให้ปูตั้งใจเล่นให้ดีที่สุดและปูจะได้มองกลับไปคำว่านักแสดงยังใช้กับปู ไปรยา ได้อยู่เราไม่ใช่แค่เป็นดารา

          ได้คุยกับผู้จัด-ผู้กำกับค่ะ ตอนที่เขาส่งบทมามีช่วยกันแก้ ปูอ่านกันมาหลายรอบ ปูชอบนิยายเรื่องนี้มาก บท มาลัยวรรณ ปูชอบตัวละครตัวนี้เขาร้ายนะ ปูเคยเป็นเหมือนเขา คนที่ไม่เข้าใจ พยายามเท่าไหร่ทำไมไม่ได้ทำไมคนที่สวยกว่า ดีกว่าเขาได้ ทำไมฉันต้องสู้ ทำไมโอกาสฉันไม่มาสักที แล้วเมื่อมันมาแล้วทำไมมันหายไปได้ทันที การกระทำของเขาในหลายเรื่องมันเป็นสิ่งที่ปูผ่านมาในชีวิตมา 4-5 ปี พอเรามีความเข้าใจว่าคนมีทั้งคนดีและไม่ดี แล้วเจตนาของเขาทำไมดีหรือไม่ดีมันทำให้ปูอยากเล่นเรื่องนี้มาก”

   

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก @prayalundberg

 


เที่ยวนี้ ท่าจะ "เป็นจริง"เรื่อง "เลือกตั้งต้นปี ๖๒" นั่นแหละ!เพราะก่อนบินไปอังกฤษ-ฝรั่งเศส "นายกฯ" ย้ำชนิดนักข่าวไม่ต้องแซะ ว่าต้นปี ๖๒ เลือกตั้ง

'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร
วาทกรรม"ขายชาติ"สกัดสร้างชาติ