โถ!เพื่อชาติยก'ฮ่องกงโมเดล'บทเรียนสอนการเมืองไทย


เพิ่มเพื่อน    

3 ก.ค. 62 - นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนชาวฮ่องกงออกมาชุมนุมเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยไม่มีแกนนำ ว่า การชุมนุมครั้งนี้นอกจากจะได้เห็นบทบาทและอิทธิพลของการสื่อสารทางการเมืองที่ทรงพลังผ่านโซเชียลมีเดียแล้ว การชุมนุมครั้งนี้ ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงระดับการศึกษา ระดับความคิด และความรับผิดชอบต่อสังคมของคนฮ่องกงที่มีอย่างสูง ทุกคนมาด้วยหัวใจเพื่อปกป้องสิทธิของความเป็นพลเมือง สิทธิในการปกป้องครอบครัว เพื่อน ญาติมิตร และแผ่นดินเกิดของตนเอง แม้ภายใต้การปกครองของจีน เศรษฐกิจของฮ่องกงมั่งคั่งอย่างมาก และอาจจะเจริญกว่าไทย แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้คือ คนของเขา ยังมีสำนึกของการรักษาสิทธิของตนมากกว่าเรา 

นายรยุศด์ กล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มขึ้นจากกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่รัฐพยายามผลักดันออกมา คือ สามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนได้ ซึ่งคนฮ่องกงไม่ยอม เนื่องจากปัญหาการเมืองระหว่างจีนกับฮ่องกง และรัฐบาลจีนอาจจะยัดข้อหาอะไรให้คนฮ่องกงเพื่อส่งกลับไปจีนและรับโทษอย่างไม่เป็นธรรมก็เป็นได้ แม้ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของฮ่องกงจะเลื่อนการอภิปรายพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้มีการถอนร่างกฎหมายนี้ออกจากการพิจารณาเป็นการถาวร รวมถึงกดดันให้นางแคร์รี่ หล่ำ ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดด้วย จึงได้มีการนัดชุมนุมหลายครั้ง ดังนั้นเมื่อมองกลับมาที่ประเทศเรา ข้อหาหรือกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเช่นนี้กลับถูกเพิกเฉย หลายๆ ข้อหาใช้เป็นเครื่องมือกำจัดคนเห็นต่าง  แต่คนไทยส่วนใหญ่มักปล่อยผ่าน จึงอยากให้สังคมไทยเราลองศึกษาประวัติศาสตร์ของหลายประเทศไม่เพียงเฉพาะฮ่องกง เราจะรู้เลยว่าการรักษาสิทธิของตัวเอง มีผลต่อความร่ำรวยรุ่งเรือง และเจริญก้าวหน้าของประเทศและของตนเองอย่างไร

นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจนั่นคือ เพราะเหตุใดชาวฮ่องกงบางคน จึงได้ใช้สเปรย์สีดำพ่นทับตราสัญลักษณ์ของฮ่องกง แล้วชูธงชาติสหราชอาณาจักรเหนือตราดังกล่าว ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนคิดว่าอาจเป็นเพราะในยุคอาณานิคมที่อังกฤษปกครองนั้น ชาวฮ่องกงได้ลิ้มรสเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ขณะที่จีนมีชื่อเสียงในเรื่องการควบคุมการแสดงความเห็นโดยเสรีและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารถูกจำกัด 

“ผมหวังว่าประชาชนคนไทย ที่แม้จะมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองมากมายในอดีตแล้ว ก็ได้นำเอาฮ่องกงโมเดลนี้มาร่วมพิจารณาด้วย ใช้ประวัติศาสตร์ เหตุการณ์สำคัญเหล่านี้มาเป็นบทเรียน เพื่อที่จะตระหนัก เรียนรู้ นำมาเทียบเคียงกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ที่มีเรื่องให้น่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง และผมหวังว่าสักวันหนึ่งอันใกล้นี้ เราจะได้นำบทเรียนต่างๆ เหล่านี้มาแก้ไขปัญหาในประเทศในแบบของเราเอง” รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุ.


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?