เพราะไว้ใจ...'แมงปอ'โดนอดีตสามีโกง10ล้าน!


   

 

         คุณแม่ยังสาว แมงปอ ชลธิชา ล่าสุดมาอัพเดทชีวิตในรายการ คุยแซ่บShow ว่าตอนนี้ทุ่มเทเวลาให้ลูกเป็นหลัก แต่ยังรับงานบ้างตามความเหมาะสม พร้อมเผยถึงรักครั้งเก่าที่ทำให้เธอต้องสูญเงินถึง 10 ล้าน เพราะความไว้ใจ!!
          “เรื่องมีลูกก็คือเราเคยแต่งงานแล้ว จะบอกว่าผิดหวังจากครั้งแรกก็ก้ำกึ่งเนอะ เพราะว่าเราแต่งแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เรารู้สึกว่าไม่ต้องจัดงานใหญ่โตหรืออะไรเราก็มีความสุขได้ การมีน้องสปูนเป็นการคุยกันและตั้งใจที่จะมี เราไปจดทะเบียนตอนท้องได้ 8 เดือนค่ะ คือด้วยความที่เราเคยจัดงานแต่งงานมาแล้ว และมันไม่ได้พิสูจน์ว่าเราจะอยู่กันอย่างยาวนาน มาครั้งนี้ก็เลยตัดสินใจว่าทำแบบนี้ดีกว่า กับคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาค่ะ เราก็อยากแต่งนะ แต่รอเวลาให้เขารู้เรื่องก่อน เขาจะได้อยู่ในบรรยากาศนั้นด้วย
          คนเม้าท์ว่าเราตกอับถึงขั้นต้องไปขายข้าวแกง คือจริงๆแล้วร้านนี้เป็นร้านของคุณแม่ เขาขายส้มตำ อาหารตามสั่ง พอมีน้องแล้วเราก็ไปอยู่กับคุณแม่ที่บ้าน เพราะเวลาเรามีงานเราก็ต้องฝากเขาเลี้ยง มันก็ต้องเป็นไปโดยปริยายที่เราต้องช่วยเขา บางทีมีสั่งข้าว 30-40 กล่อง เขาทำไม่ทันเราก็ต้องไปช่วยเขา ตามจริงไม่ได้มีแค่ขายข้าวแกงค่ะ เราก็นั่งรถไปตลาด ไปเหมาซื้อรองเท้ามาเรามาขายออนไลน์ พยายามหาอะไรทำตลอดค่ะ
          ข่าวว่าที่เราออกมาจากค่ายเก่า เป็นเพราะว่าเราผิดใจกับลูกเจ้าของค่าย (อดีตแฟนเก่า) ไม่ใช่ค่ะ ไม่เกี่ยวกับประเด็นว่าเป็นแฟนกันแล้วเลิกกัน แต่มันเป็นเรื่องของเงินมากกว่า ประมาณว่าผลประโยชน์ไม่ได้ทัดเทียมกับงานที่ทำค่ะ คือเขาเป็นผู้จัดการปอด้วย คิดว่าเราถูกโกงด้วยค่ะ ด้วยความที่ปอไว้ใจให้เขาดูแลทั้งหมด ปอซื้อบ้านตั้งแต่อายุ 16 เขาบอกว่าเรายังเด็ก เป็นชื่อตัวเองไม่ได้หรอก ใส่ชื่อเขาทั้งบ้านทั้งรถ ส่วนเพลงไม่ว่าจะขายได้กี่ล้านตลับปอไม่ได้ส่วนแบ่ง แต่จะได้ค่างานโชว์แต่ละคืนๆเท่านั้นเอง เขาไม่ได้จ่ายมาทุกครั้งก็ทบไว้เรื่อยๆ
         มันไม่เกี่ยวกับเลิกกันนะ พอเราเลิกกันแล้วต่างคนต่างมีคนใหม่ ก็ยังเป็นผู้จัดการดูแลเราอยู่พักใหญ่ แต่ด้วยความที่เรายังนับถือเขาอยู่ การดำเนินชีวิตก็ยังเหมือนเดิม คือถ้าเราจะไปไหนก็ให้เขาโอนเงินมาให้ ซึ่งเป็นเงินของปอ เขาก็ให้ทุกครั้งแต่มันไม่เท่าจำนวนเงินที่ปอฝากไว้ไง ตอนนี้ยังมีเงินเหลืออยู่ที่เขา ถ้าจะไปทวงมันก็ยากแล้ว เพราะอย่างบ้านกับรถมันก็ไม่ใช่ชื่อเรา เราตามหาเขาไม่เจอแล้ว ก็อโหสิให้เขาไปนานแล้ว เสียดายนะคะ มูลค่าทั้งหมดที่เขาเอาไปก็เกือบสิบล้าน อีกอย่างเขาไม่ได้เป็นหนี้แค่เรา แต่เป็นหนี้คนอื่นเยอะแยะเลย แล้วเจ้าหนี้เขาก็มองว่าเขาเป็นผู้จัดการเรา เขาก็มาทวงที่ปอ ชื่อเราก็เสียไปด้วย มีเอาปืนมาวางต่อหน้าด้วย
          กับค่ายใหม่ย่านลาดพร้าว ก็โบกมือลาเป็นอิสระแล้วค่ะ เพราะว่านักร้องเขาเยอะมาก แล้วระบบการขายงานหรือว่างานมันไม่พอกับการใช้ชีวิตของเราค่ะ ตอนนี้ก็ฉีกสัญญาทิ้งแล้วค่ะ มีคนถามว่าอยากจะอำลาวงการเพราะตกอับหรือเปล่า จริงๆไม่ใช่ค่ะ ถ้าเราอยากจะอำลาวงการจริงๆ เราเคยมีความคิดนี้มาตั้งแต่ตอนที่เงินหาย 10 ล้านแล้ว เพราะเรามีความารู้สึกว่ากลัวคน ขนาดคนใกล้ตัวยังทำขนาดนี้ แล้วเราไม่มีใครเลย”

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม mangpor_cholticha

 


พูดถึงเรื่อง "ดูด"........เจ้าของตำนานแห่งการดูด ส.ส.เข้าพรรค จนได้เป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ ในทันทีที่ตั้งพรรคจะใครที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่

แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร
วาทกรรม"ขายชาติ"สกัดสร้างชาติ
'ประยุทธ์วันนั้น-กับลุงตู่วันนี้'