บันทึกหน้า4 ลี้คิมฮวง


   

      ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net การเมืองเริ่มมีสีสัน กลับมาคึกคักกันอีกครั้ง วันศุกร์นี้ได้ฤกษ์ดีเดย์ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ หลังหลายกลุ่มการเมืองจดๆ จ้องๆ กันมาหลายเดือน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไพบูลย์ นิติตะวัน กับพรรคประชาชนปฏิรูป หรือกลุ่ม กปปส. ที่ "ธานี เทือกสุบรรณ" อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ น้องชาย "กำนันสุเทพ" ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) ที่ออกมาการันตีเมื่อวันก่อนว่า พี่ชายเดินหน้าเอาแน่กับ “พรรคมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ก็ต้องรอดูว่าจะเดินทางมาขอจดในวันแรกเลยหรือเปล่า รายชื่อผู้จดแจ้งการจัดตั้งพรรค 15 คนเตรียมไว้พร้อมแล้ว แต่ตัวหัวหน้าพรรคยังหาอยู่ แว่วมาว่าก่อนหน้านี้ส่งเทียบเชิญอดีตหัวหน้าพรรคขนาดเล็กคนหนึ่ง ที่เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันมา  แต่เจ้าตัวเข็ดขยาดกับตำแหน่งนี้ไปซะแล้ว จากประสบการณ์ที่เคยผ่านมาว่ามันไม่ง่ายเลย สู้ไปทำงานด้านวิชาการที่ตัวเองถนัด แล้วโฉบเข้ามาช่วยการเมืองเป็นครั้งคราวสบายใจกว่ากันเยอะเลย ล่าสุดได้ยินว่าผู้ร่วมก่อตั้งพรรคมวลมหาประชาชนฯ ตั้งเป้าว่าจะกวาด ส.ส. 30-50 ที่นั่ง ฟังแล้วอดนึกถึงพรรคมหาชนไม่ได้ ที่เคยชูสโลแกนพรรคทางเลือกที่สาม หวังเป็นพรรคขนาดกลาง แต่สุดท้ายได้แค่ 2 เก้าอี้ในสภาฯ

      ๐ ข่าวคราวการตั้งพรรคทหาร หรือพรรคเครือข่าย คสช. ก็ยังมีร่องรอยปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยมีข่าวว่ามีนายทหารระดับ "พลเอก” ที่ยังรับราชการอยู่ คอยดูอยู่ห่างๆ ทั้งการติดต่อประสานงานและคอยให้คำปรึกษา ขณะที่อดีตนักเลือกตั้ง–อดีต ส.ส.เพื่อไทย หลายคนก็ถูกทาบทามให้ย้ายพรรค บางคนที่ คสช.ติดต่อให้มาทำงานบางอย่าง ตอนนี้ก็เริ่มมีการติดต่อพูดคุยกันไว้คร่าวๆ อย่าง "สุชน ชาลีเครือ" อดีตประธานวุฒิสภา ซึ่งกว้างขวางในพื้นที่ชัยภูมิ ที่ คสช.ตั้งให้มาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ก็มีข่าวว่าถูกติดต่อทาบทามจากบางกลุ่มให้มาทำพรรคการเมืองให้เหมือนกัน แต่ติดที่สุชนก็ไม่อยากออกจากเพื่อไทย เพราะยังมีสัมพันธ์อันดีกับทักษิณ ชินวัตร และสายจันทร์ส่องหล้า โดยเฉพาะน้องสาว "ปาริชาติ ชาลีเครือ" ก็อยู่กับเพื่อไทยมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทย เลยทำให้สุชนก็ไม่ต้องการออกจากเพื่อไทยไปเพราะมองว่ายังไงพื้นที่อีสาน เพื่อไทยก็น่าจะลอยลำ

      ๐ "ปัจจุบันเราเผชิญกับวิกฤติคุณธรรม ต้นทุนเหล่านี้ลดต่ำลงจากกระแสความเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศที่กระทบเข้ามา ทำให้ถึงเวลาที่เราจะต้องคิดว่า จะปล่อยให้กระแสไหลบ่าจนพาตกเหว หรือลุกขึ้นมาสู้กับมัน ซึ่งปัจจุบันจำเป็นต้องทำให้ต้นทุนที่เรามีอยู่มีคุณค่าขึ้นมา โดยสถาบันหลักของไทยคือ สถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันศาสนา สถาบันครอบครัวและชุมชน ซึ่งการปรับกระบวนทัศน์ทั้ง 5 ข้อ คือ 1.พอเพียง 2.วินัย 3 .สุจริต 4.จิตสาธารณะ 5.รับผิดชอบ จำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นจริง" เห็นจริงดังที่ "ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย" องคมนตรี กล่าวปาฐกถาบนเวที “การสร้างกระบวนทัศน์และหลักคิดที่เหมาะสมสำหรับคนไทย” ในหัวข้อ “หลักคิดที่เหมาะสมสำหรับคนไทย” เพราะในขณะที่ประเทศเร่งพัฒนาไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่ให้ค่าความเจริญทางด้านวัตถุ แต่ความงดงามในจิตใจของคนไทยกลับสวนทางกัน มีแต่เสื่อมถอยด้อยลงทุกวัน เอาแค่เรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นในสังคมไทย จากครูจอมทรัพย์ ถึงครูปรีชา ผิดเป็นครูซ้ำแล้วซ้ำเล่า เกิดความกังขาว่าสังคมไทยเสื่อมคุณธรรมกันขนาดนี้เชียวหรือ ขนาดแม่พิมพ์แห่งชาติที่มีหน้าที่สั่งสอนปลูกฝังสิ่งดีงามให้กับเด็กและเยาวชนกลับทำตัวเยี่ยงนี้เสียเอง นับเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันปฏิรูป โดยเฉพาะผู้นำระดับประเทศที่ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมไทย.


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร