รองนายกฯจุรินทร์หนีบ2รมต.ประชาธิปัตย์ลุยฟื้นเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้


   

20 ก.ค.62 - เมื่อเวลา 10.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม , นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งหมดเป้นรัฐมนตรีสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดใช้แดนภาคใต้ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะ การพัฒนาเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า เศรษฐกิจฐานรากถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ปัญหาทั้ง 3 มิติ คือ มิติด้านการลงทุน มิติด้านการท่องเที่ยว และมิติการค้าชายแดนในเขตภาคใต้ 5 จังหวัด ซึ่งมีตัวเลขรวมกัน 2.3 แสนล้านบาท แต่ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขการส่งออกไปมาเลเซียติดลบ ทำให้ขาดดุลการค้า การที่ตัวเลขส่งออกลด สอดคล้องกับการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราก็ลดลงด้วย

“การประชุมทุกฝ่ายในวันนี้เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข ฟื้นฟู และจะต้องสร้างเศรษฐกิจฐานรากเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน” นายจุรินทร์ กล่าว

ด้านนายถาวร กล่าวว่า ต้องการมาร่วมรับฟังเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและแก้ไข ต้องการให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขบ้านเมือง ในส่วนของกระทรวงคมนาคม สัปดาห์ที่แล้วได้ร่วมรับฟังบรรยายสรุปจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยอีกท่าน และได้กำหนดแนวทางที่กระทรวงจะร่วมพัฒนาทั้ง 4 ช่องทาง ประกอบด้วย 1.การพัฒนาทางบก ในประเทศเพิ่มเส้นทางการขนส่งทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง ระหว่างประเทศมีแนวทางที่จะเชื่อมโยงกับ มาเลเซียและสิงคโปร์ โดยอนาคตอาจเชื่อมโยงมาเลเซียกับสิงคโปร์ ทั้งหมดนี้จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 1 belt  1 road

2.การพัฒนาการขนส่งทางน้ำ มีเป้าหมายเปิดประตูแห่งที่สาม สามเกตเวย์ การขนส่งทางน้ำในภาคใต้มีความสำคัญเพราะเชื่อมโยงกับ 1 belt 1 road ที่จะเชื่อมกับ มาเลเซีย และจีน การพัฒนาการขนส่งทางรางที่สามารถเชื่อมโยงได้ทุกภูมิภาค

3.การพัฒนาการขนส่งทางอากาศ แนวทางการขับเคลื่อน มีแผนขยายสนามบินนราธิวาส ทั้งนี้แผนการพัฒนาการขนส่งทางอากาศภายใน 10 ปี จะไม่มีการสร้างสนามบินเพิ่ม ยกเว้นการพัฒนาสนามบินที่มีอยู่แล้ว

ส่วนนายนิพนธ์ กล่าวว่า ต้องการมารับฟังปัญหา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่าน ศอ.บต. จากทุกภาคส่วน การพัฒนาจะใช้แนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้พี่น้องชาวใต้ ทั้งนี้กฎหมาย ศอ.บต.ได้กำหนดเรื่องการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการกระจายอำนาจ อนาคตจะมีการเพิ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษมากขึ้น จะเห็นรูปธรรมที่เกิดขึ้น จากการสร้างงาน เกิดการสร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชนมากขึ้น นอกเหนือไปจากภาคเกษตร ต้องใช้กลไกท้องถิ่นเข้ามาแก้ปัญหาในท้องที่ โดยเฉพาะการใช้ท้องถิ่นนำสินค้าเกษตรมาใช้เพิ่มมากขึ้น เช่น ถนนยางพารา ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพราคาให้กับยางพารา สร้างความต้องการการใช้งาน เพื่อให้ยางพารามีราคาสูงขึ้น

ด้าน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร ผอ.ศอ.บต.ได้รายงานสถานการณ์ทั่วไป ชี้ให้เห็นว่าประเด็นศาสนายังเป็นเรื่องหลัก และการศึกษาที่ยังไม่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ สถานการณ์เฉพาะในพื้นที่ในปัจจุบันยังมีการสร้างและขยายแนวร่วมเพิ่มเติม มีการสร้างความชอบธรรม หน้าที่ของ ศอ.บต. ต้องหยุดความเหลื่อมล้ำ สถานการณ์ในปัจจุบันถือว่า  ดีขึ้นตามลำดับอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มความรุนแรงแบบในอดีตมีแนวโน้มที่จะลดลง การแก้ปัญหาโดยการพัฒนา เพื่อให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือชีวิตที่ดีกว่า จะดึงคนรุ่นใหม่ให้หันมาร่วมกับภาครัฐมากขึ้น เป้าหมายคือการสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง ให้กับคนในพื้นที่.