กากีกะสีเขียว


   

      ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยๆ ที่หลังการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเสร็จสิ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมานั่งแถลงข่าวโชว์ตัวเลข โชว์รายละเอียดผลการแต่งตั้งโยกย้าย โดยครั้งนี้ในการแต่งตั้งตำรวจระดับ รองสารวัตร (รอง สว.) - ผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) วาระประจำปี 2561 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.62  และมีผลบังคับใช้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.62 เป็นต้นไป บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปผลโชว์สื่อยอดรวมการตั้งแต่งครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 13,973 ราย แบ่งเป็นระดับ รอง สว. จำนวน 3,732 ราย และระดับ ผบ.หมู่ จำนวน 10,241 ราย ที่สำคัญมีตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาของตนเองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อาทิ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลานานได้ย้ายกลับภูมิลำเนา จำนวน 765 นาย กองบัญชาการตำรวจนครบาลย้ายกลับภูมิลำเนา จำนวน 69 นาย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 395 นาย ๐

      แม้ โฆษกฯ ปิยะ จะบอกมีในบางพื้นที่หรือบางหน่วยงานที่มีเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) และสถานีตำรวจนครบาลบางแห่ง จำเป็นต้องถ่ายทอดงานให้แก่กำลังพลที่มาทดแทนให้เกิดความต่อเนื่อง  สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งออกจากหน่วยงานดังกล่าว อยู่ปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวจนถึงเดือน ต.ค.62 แต่ทุกนายที่ได้รับการแต่งตั้งก็เข้าใจดีและไม่มีเสียงยี้ เสียงโวยวายออกมา ที่สำคัญไม่มีใครโดนเตะ เป็นการแต่งตั้งลงในตำแหน่งที่ว่างเท่านั้น รวมทั้งการร้องขอกลับภูมิลำเนา หรืออุปการะครอบครัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ สีกากี ก็ต่างแฮปปี้กันทั่วหน้า  ไม่เหมือนหลายปีที่ผ่านมา ขวัญและกำลังใจของเหล่าตำรวจไร้เส้น ไร้สาย กระเจิดกระเจิงกันไปหมด ๐

      ภาพสะท้อนครั้งนี้ต้องชื่นชม ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี ที่ตัดสินใจถ่ายอำนาจจากขึ้นอยู่กับ ผบ.ตร. ไปให้ ผู้บัญชาการ แต่ละหน่วยดำเนินการจัดทำบัญชีแต่งตั้งกันเอง  ทำให้สามารถพิจารณาจัดวางตัวบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ รวมทั้ง ผบ.แป๊ะ เน้นให้ความเป็นธรรมในการแต่งตั้งอย่างแท้จริง ไม่เด้ง ไม่แตะคนที่ไม่สมัครใจโยกย้าย ทำให้ทุกอย่างราบรื่น ไม่มีรายการผิดฝาผิดตัวให้เกิดความกดดัน จนอาจนำไปสู่ความเศร้าสลด เหมือนการแต่งตั้ง "นายพัน"  ตำแหน่งรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ที่ย้ายตำรวจที่ทำงานสายสืบ ทำงานสายป้องกันปราบปรามมาหลายปี ไปทำงาน สอบสวน เพียงแค่ดูจากวุฒิ นิติศาสตร์ ก็คิดว่าน่าจะเป็นพนักงานสอบสวนได้ กระทั่งบางคนเกิดความกดดัน เกิดความเครียด สุดท้ายก็เลือกวิธี อัตวินิบาตกรรม อย่างเศร้าสลด ๐

      ประกาศผลออกมาเรียบร้อยการประกวดภาพถ่ายภาพประทับใจ จากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในหัวข้อ ตำรวจไทย เทิดไท้องค์ราชัน รวมเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท ผ่านมุมมองของประชาชน เพื่อเก็บรวบรวมภาพถ่ายเนื่องในโอกาสที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีอันเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล เงินรางวัล 50,000 บาท คือ นายนพสิทธิ์ วงศ์แววประเสริฐ  รางวัลรองชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล เงินรางวัล 30,000 บาท นายณธัญญรัตน์ ศิริหนองบัว รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล คือ นายสิงหา ตุมราศวิน และ นายเสกสรร วสุวัต โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะกำหนดให้มีพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในโอกาสต่อไป

      นานๆ ให้สัมภาษณ์ที แต่พอให้สัมภาษณ์ก็เปรี้ยงปร้างทุก "วรรค" สำหรับ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดนผู้สื่อข่าวซักระหว่างร่วมงานวันสถาปนากองทัพน้อยที่  1 ถึงสถานการณ์การเมืองหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติบทบาทไปแล้ว โดยเจ้าตัวบอกว่าตอนนี้กำลังจะเขียนบทความ หรือที่ตอนแรกเรียกว่าวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบัน แล้วจะเปิดเผยให้สื่อได้รับทราบพร้อมๆ กัน โดยก่อนหน้านี้ "บิ๊กแดง" เจอเพจข่าวปลอม อุปโลกน์คำพูดไปทำเป็นกราฟิกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ กลายเป็นประเด็นปลุกกระแสให้เกิดแรงกระเพื่อมในช่วงที่รัฐบาลกำลังเข้าสู่โหมดแถลงนโยบายมาแล้ว ทั้งนี้เหตุผลที่มาที่ไปไม่ได้ระบุชัดว่า การร่างบทความดังกล่าวขึ้นมาเพราะอะไร แต่ส่วนหนึ่งน่าจะต้องการสื่อสารทางสาธารณะอย่างเป็นระบบและชัดเจน สังเกตจากประโยคที่ว่า คำพูดเป็นนาย ดังนั้นจุดยืนผ่านปากของ ผบ.ทบ.จึงต้องหนักแน่น โดยเฉพาะตอนนี้กองทัพกลับเข้าสู่กรมกองไม่ได้เป็น คสช.แล้ว การปฏิบัติหน้าที่จึงต้องเป็นการยึดสายการบังคับบัญชาตามปกติ ฟังให้สัมภาษณ์แล้วก็ต้อง ปูเสื่อรอ เลยทีเดียวว่าทั้งหัวเรื่อง "วิทยานิพนธ์" และเนื้อเรื่องจะมันแค่ไหน

      ผลการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่มี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงเหล่าทัพได้รับทราบการดำเนินการต่างๆ นอกจากการประชุมผู้บัญชาการทหารบกอาเซียนแล้ว ระหว่างวันที่ 25-29 ส.ค.นี้จะมีการจัดประชุม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (CHODs2019) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่ รร.ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ จะมีผู้นำทางทหารเข้าร่วม 32 ประเทศ รวม 34 คนที่เข้าร่วมการประชุม ซึ่งเตรียมเชิญ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานในพิธีเปิดวันที่ 27ส.ค.นี้ และทางกองบัญชากองทัพไทยได้เตรียมจัดการแข่งขันทางไซเบอร์ โดยมีทั้งสิ้น 28 ทีม  ทั้งทีมจากเหล่าทัพและภาคส่วนอื่นๆ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สมาคมธนาคารไทย, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมทั้งกองกำลังทางบกสหรัฐฯ และนาวิกโยธินสหรัฐฯ ร่วมด้วย ช่วงนี้งานเหล่าทัพระดับอินเตอร์ชุกเป็นพิเศษ

      พูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ที่ขณะนี้ต้องมานั่งควบตำแหน่ง รมว.กลาโหมอีกตำแหน่งด้วย ความเหมาะสม-ความจำเป็น หลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น ก็มีกำหนดการเข้ากระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ช่วงเช้าตรู่เวลา 06.00 น. และตามธรรมเนียมปฏิบัติต้องเข้าไปสักการะศาลหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกระทรวงกลาโหมเพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะเรื่องของความเป็นสิริมงคลถือว่ามีความสำคัญตามความเชื่อของสังคมไทย ยิ่งในอดีตนายกฯ นั่งควบ รมว.กลาโหม มักไปไม่รอด หรือไม่ก็จบไม่สวย มาในยุค "บิ๊กตู่" ที่ต้องมากุมบังเหียนในยุค 4.0 จะเข้ามาล้างอาถรรพ์ที่เคยเกิดขึ้น หรือจะมาแค่ "ชั่วคราว" คงประเมินหลังผ่านรัฐบาลประยุทธ์ 2/1 ไปพักใหญ่

      3 มูลนิธิ ประกอบด้วย  มูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, มูลนิธิรักเมืองไทย และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จัดการแข่งขัน เขาใหญ่มาราธอน 2562 วิ่ง...เพื่อร่วมพิทักษ์ผืนป่ามรดกโลกของประเทศไทย ในวันที่ 1 ธ.ค. เส้นทางถนนธนะรัชต์และถนนทางเชื่อมเขาใหญ่ อ.ปากช่อง  จ.นครราชสีมา ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอฯ กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัตติยราชนารี พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันเขาใหญ่มาราธอน แถลงถึงความสำเร็จการจัดการแข่งขันปีที่แล้วซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดี ถูกจัดเป็นงานวิ่งอันดับที่ 3 ของประเทศ  สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ได้กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันไว้ 7,500 คน แบ่งการวิ่ง 4 ประเภท คือ  ระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร ระยะมินิมาราธอน 10.5  กิโลเมตร ระยะแฟมิลีรันและรันฟอร์เฮลธ์ เดินวิ่งเพื่อสุขภาพระยะทาง 4.2 กิโลเมตร โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ในเฟซบุ๊ก "khao yai marathon"


"ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" จะอธิบายอย่างไร? ต่อข้อความที่โพสต์เฟซ........ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเมื่อวาน (๒๑ ม.ค.๖๓) ว่า

'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์