ชั่ว!วางบึ้มป่วนกรุง 9ครั้ง5จุด‘นายกฯ’ลั่นมันต้องไม่มีที่ยืน/บิ๊กแดงชี้กลุ่มเดิม


เพิ่มเพื่อน    

 วางบึ้ม! ป่วนทั่วกรุง 9 ครั้ง 5 จุด มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หลังตำรวจรวบ 2 หนุ่มชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดหน้า สตช.ขณะนั่งรถทัวร์ลงใต้ได้ที่ จ.ชุมพร "บิ๊กแดง" ฟันธงกลุ่มคนเดิมๆ แต่ใช้หน้าใหม่ลงมือ ฟุ้งฝ่ายมั่นคงเตือนมาก่อนแล้ว "ประยุทธ์" ลั่นมันต้องไม่มีที่ยืน สั่ง "ผบ.ตร." เร่งคลี่คลายคดี ขอปชช.ช่วยถ่ายภาพให้เบาะแสเหตุร้าย แจ้ง "ไมก์ ปอมเปโอ" คุมสถานการณ์อยู่ "อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ" เชื่อดิสเครดิตรัฐบาล "ฝ่ายค้าน" ร่วมประสานเสียงประณามคนร้าย

    ได้เกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง 9 ครั้ง 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำหรับขายของและเก็บสินค้าตลาดเดือนเด่น ภายในซอยเพชรบุรี 19 แขวงพญาไท เขตราชเทวี รวม 4 จุด ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่วันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องมาจากช่วงบ่ายวันที่ 1 ส.ค. ที่เจ้าหน้าที่พบวัตถุคล้ายระเบิดถูกซุกซ่อนไว้บริเวณพุ่มไม้ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.
    กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.ต.อิทธิ พินิจกุล สวป.สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจปฐมพร สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่บริเวณด่านตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 9 ตำบลวังไผ่ อ.เมืองฯ จ.ชุมพร พบรถทัวร์ปรับอากาศ กรุงเทพฯ-นราธิวาส ขับมุ่งหน้าลงภาคใต้ ซึ่งเป็นรถเป้าหมายตามที่ได้รับรายงานมีผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังก่อเหตุได้โดยสารหลบหนีลงมาทางภาคใต้ จึงเรียกให้จอดไหล่ทางเพื่อตรวจสอบ
    พบภายในรถทัวร์คันดังกล่าวมีผู้โดยสารมาเต็มคัน โดยชายต้องสงสัย 2 คนนั่งมาเบาะติดกัน พบข้างตัวมีกล่องขนมขบเคี้ยวทรงกลม เปิดดูภายในมีขวดโลหะทรงกลมพร้อมฝาบนปิดทับด้วยโฟมสีขาวตัดเป็นรูปวงกลม มีสายไฟและถ่านไฟขนาดเล็กพันอยู่ด้วย ลักษณะคล้ายระเบิดเวลา จึงตรวจยึดและควบคุมตัวชายทั้ง 2 คนไปสอบสวน ทราบชื่อคือ นายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/6 หมู่ 4 ตำบลรือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส, นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ตำบลสาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส 
    เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่จึงรีบนำผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน พร้อมของกลางคล้ายวัตถุระเบิดที่ตรวจยึดได้ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้หน่วยงานมั่นคงและหน่วยงานเกี่ยวข้องสอบสวนอย่างละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดป่วนกรุงเทพฯ หรือไม่อย่างไร
    โดยตั้งแต่เวลา 05.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำหรับขายของและเก็บสินค้าตลาดเดือนเด่นภายในซอยเพชรบุรี 19 เขตราชเทวี รวม 4 จุด กระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมไฟไหม้จนสงบ ตำรวจชุดสืบสวน สน.พญาไท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรอย่างที่คาดการณ์ในตอนแรก หลังพบวัตถุบางอย่างคล้ายกับชิ้นส่วนที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิงหรือระเบิดเพลิง ตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้ง 4 จุด 
    เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นแผงวงจรที่ใช้ในการตั้งเวลาผูกติดกับก้อนแบตเตอรี่คล้ายกับเพาเวอร์แบงก์ ซึ่งพ่วงต่อกับปุ๋ยยูเรียสารเคมีที่ทำให้เกิดระเบิดในลักษณะเปลวไฟได้ โดยคนร้ายตั้งเวลาให้ระเบิดลูกแรกที่อาคารดีดีเฮ้าส์ทำงานก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง
    ส่วนระเบิดอีก 2 ลูกที่วางไว้อีก 2 จุด ในที่เกิดเหตุอีก 2 แห่ง บริเวณใกล้เคียงจึงเริ่มทำงานต่อ โดยเป้าหมายของคนร้ายในการก่อเหตุในพื้นที่ย่านประตูน้ำนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์มากกว่าเป็นการประสงค์เอาชีวิต พร้อมกับเร่งทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุเพื่อตามหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป
วางบึ้ม!ป่วนทั่วกรุง
    ขณะที่เวลาประมาณ 07.05 น. ได้เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้ง ที่บริเวณพุ่มไม้ด้านหน้าอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ อาคารบี ฝั่งตะวันออก แรงระเบิดทำให้พุ่มไม้บริเวณดังกล่าวกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีเข้าตรวจสอบพบระเบิดอีก 1 ลูก จึงเก็บกู้ระเบิดดังกล่าว
    ต่อมาเวลาประมาณ 07.45 น. ได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณริมถนนหน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินออกมาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าไม่ใช่ระเบิด เป็นเพียงไฟส่องป้ายเกิดระเบิดขึ้นมา อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าที่เกิดจากแรงระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ ผิดปกติมากกว่าจะเป็นไฟส่องป้ายระเบิด
    พอเวลาประมาณ 08.36 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้ง หน้าตึกมหานครและพงหญ้าใต้บันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี ฝั่งตึกมหานคร จากนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบ พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นกระติกน้ำ สีฟ้าขาว จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ
    จากนั้นเวลาประมาณ 08.50 น. ที่ถนนพระราม 9 ซอย 57/1 เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด สำนักงานเขตสวนหลวง ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าเก็บกู้ พบเทปพันสายไฟสีดำ สะเก็ดระเบิดขนาดเล็ก และมีด 1 เล่ม วัตถุพยานที่พบคล้ายระเบิดปิงปองของเด็กช่างกล แตกต่างกับวัตถุระเบิดปลอมที่พบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บีทีเอส ศาลาแดง พบวัตถุต้องสงสัย ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ขนาดประมาณ 3x3 นิ้ว สีดำ วางอยู่ใต้บันไดเลื่อนทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง จึงประสานเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ พบเป็นแค่กล่องนาฬิกาเปล่า
    ในเวลา 11.16 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha" ระบุว่า "เหตุการณ์ระเบิดเช้าวันนี้ ผมขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ ที่ทำลายความสงบสุขและภาพลักษณ์ประเทศ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วนแล้วครับ"
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการส่งต่อข้อความระบุ "ประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ 1.แยกราชประสงค์ 2.สยามสแควร์ 3.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 5.สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและบนดินทุกสถานี 6.สถานีรถไฟหัวลำโพง 7.สถานีขนส่งทุกแห่ง"
    อย่างไรก็ตาม พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกมายืนยันไม่มีการประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษตามที่มีการแชร์ความความดังกล่าวตามโลกโซเชียล ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก
    เวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งพบกระเป๋าต้องสงสัยขนาดใหญ่ สีดำ มาวางทิ้งไว้บริเวณป้ายรถเมล์ประจำทาง ปากซอยพหลโยธิน 44 ตรงโรงแรมมารวย ถนนพหลโยธินขา ออก มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน พบกระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ คล้ายกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก วางอยู่ข้างที่นั่งรถโดยสาร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำยางรถยนต์มาวางกั้นที่เกิดเหตุไว้และปิดการจราจร 1 ช่องทาง เพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น จากนั้นก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่อีโอดี หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดมาตรวจสอบว่าภายในกระเป๋ามีอะไร
บิ๊กแดงชี้ฝีมือกลุ่มเดิม
    ด้าน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ประสานงานทั้ง กอ.รมน. เหล่าทัพ ตำรวจ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดในช่วงนี้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคง โดยโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้ดูแลสถานการณ์ด้วยเหมือนว่านายกฯ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ในจุดที่ 2 และ 3 ตามมา
    "ขอตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะเหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ มาจากสำนักเดิมๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือจะมีฝ่ายการเมือง หรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศมาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้ทำเอง เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเดิมๆ ความคิดเดิมๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่ นี่คือสิ่งบอกเหตุทางการเมือง เกิดจากกลุ่มที่มีความคิดแบบนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นสิ่งบอกเหตุว่าอาจจะมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก แต่ขอให้มั่นใจว่านายกฯ และฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้" พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
    ผบ.ทบ.กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจจับได้ 2 คนแล้วอยู่ระหว่างการขยายผล อย่างไรก็ตาม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอความร่วมมือหากพบบุคคลต้องสงสัยหรือสิ่งต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที แต่อย่าหลอกกัน เพราะยิ่งจะสร้างความปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่น
    ถามว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนมาจากภาคใต้ ผบ.ทบ.กล่าวว่า  ไม่ว่าจะเอาคนที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทำหรือไม่ก็ตาม แต่คนที่อยู่เบื้องหลังก็ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ แต่ไม่ต้องห่วงท่านนายกฯ ดูแลได้ พวกเราก็ดูแลอยู่ จะไม่ให้เกิดอีก
    ซักว่าเหตุที่เกิดขึ้นหน้าหน่วยทหารถือเป็นการท้าทายนายกฯ ที่คุมทหาร คุมตำรวจด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า อย่าเรียกว่าท้าทาย คนที่จะทำก็จ้องหาช่องโหว่อยู่แล้ว แต่มันเป็นสิ่งบอกเหตุว่าต่อไปอาจจะมีการเอาเรื่องแบบนี้มาใช้หวังผลทางการเมือง ขอให้ประชาชนช่วยกัน อย่าให้คนไม่หวังดีเหล่านี้มาทำร้ายประเทศเราได้ 
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางมาประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รวมทั้งเป็นประธานมอบนโยบายให้กับข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ขึ้นไปทั่วประเทศ ใช้เวลากว่า 2 ชม.
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ ว่า จากเหตุระเบิด 5 ครั้ง จาก 9 เหตุการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่มากนัก แต่แค่คนเดียวตนก็รับไม่ได้ จึงได้สั่งการให้ สตช.เข้าไปดูแลว่าได้รับความเดือดร้อนและบาดเจ็บตรงไหน เพราะไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน และสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ เราจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินกันอย่างไร การจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทำเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม คือประชาชนมีส่วนร่วม 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีช่องทางสื่อสารระหว่างประชาชนกับตำรวจและทหารอยู่แล้ว เราจึงจำเป็นต้องทำตัวให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน ที่เป็นโลกแห่งการใช้โซเชียลมีเดียและโทรศัพท์ จึงขอฝากไปถึงประชาชนทุกคน อย่างกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 ส.ค. จนถึงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากกล้องซีซีทีวี จับภาพผู้ต้องสงสัย ขณะเดียวกันตนอยากได้ภาพเหล่านี้จากประชาชนด้วย ดังนั้นหากเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หรือไม่น่าไว้วางใจ ก็ขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้ หากเจ้าหน้าที่ต้องการหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถส่งมาให้ได้ เพื่อช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์
นายกฯ ลั่นต้องไม่มีที่ยืน
    "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ผมได้สั่งการผ่าน ผบ.ตร. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อช่วยกันทำงานและเป็นที่น่ายินดีที่เราสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน จากพื้นที่ จ.ชุมพร ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แสดงว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน และผลการสอบสวนขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการ และค่อนข้างชัดเจนว่าทั้ง 2 คนคือผู้ก่อเหตุ โดยมีหลักฐานจากกล้องซีซีทีวี และวัตถุพยานหลายอย่าง แต่อย่าเพิ่งด่วนให้ข้อสรุปว่าเกิดจากอะไร หรือสาเหตุมาจากอะไร แต่อยากให้ทุกคนคิดว่า 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล เหตุการณ์ลดน้อยลงจนเกือบไม่มีเกิดขึ้นเลย แล้วทำไมจึงกลับมาเกิดในช่วงนี้อีก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 
    นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องมองสถานการณ์วันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้เรามีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการพูดคุยกับประเทศคู่เจรจา แล้วทำไมต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เคยมีตัวอย่างแบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า ก็ต้องไปสอบทบทวนว่าเกี่ยวข้องอะไรกับใครบ้างในอดีตที่ผ่านมา ทราบว่ามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆบ้าง แต่วันนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรออกไปทั้งสิ้น
    "วันนี้หลายอย่างเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย สิ่งเก่าๆ และเดิมเราคงต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องระเบิดจากข้างใน โดยจิตใจของคนไทย ต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ทุกองค์กรต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ตำรวจทหารก็ต้องสนับสนุนในทุกๆรัฐบาล ไม่ใช่ว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจใดๆ เพราะการเป็นนายกฯ ก็ต้องดูแลทุกคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล" นายกฯ กล่าว 
    ถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้น้ำหนักในประเด็นการเมืองแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าเราไม่ทิ้งอะไรสักอย่าง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปมีคนไม่ดีกระทำการเช่นนี้ขึ้นมา จะด้วยเหตุผลประการใด เดี๋ยวสอบสวนออกมาได้เองว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มไหน อะไรอย่างไร เดี๋ยวก็ออกมาเองเป็นชุด และจะสร้างการรับรู้ต่อไป
    “ตอนนี้อย่าเพิ่งใจร้อน เพิ่งเกิดเหตุ เราก็ทำเต็มที่ เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้หลับได้นอน ด่านก็ตรวจสกัดทุกช่องทาง กทม.ก็ช่วย ตำรวจก็ช่วย ทหารก็ช่วย นี่คือการบูรณาการ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนตามหลักฐานวัตถุพยาน ไม่ได้ใช้วิธีการอื่นเลย ใช้การสอบสวนกับกระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม” นายกฯ กล่าว
    ถามว่า การสร้างสถานการณ์ระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่นายกฯ จะมาประชุมที่ สตช.เพียงวันเดียว มีการมองว่าเป็นเพราะตำรวจไม่ยอมรับนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะ พร้อมหันไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ยืนข้างหลัง ว่า “ตำรวจไม่ยอมรับหรือ” ขณะที่ ผบ.ตร. ตอบในทันทีว่า “ยอมครับ” 
    "ตำรวจจะไม่พอใจอะไรผม ผมคิดว่าไม่มี อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายสิบปีมาแล้ว เป็นพี่เป็นน้องกันมา ตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.ก็มี รู้จักกันมานาน ทุกคนจำหน้ารู้จักกันหมด เราต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เรื่องนั้นก็วิเคราะห์ได้ ถ้าจะวิเคราะห์กันก็หลายเรื่อง แม้แต่การประชุมก็เกิดขึ้น ต่างประเทศก็มา อะไรก็มา และมาเกิดในช่วงนี้ นี่คือการทำงานประเทศของเรา ใครที่ทำก็แล้วแต่ ผมถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ใช้ไม่ได้จริงๆ มันต้องไม่มีที่ยืน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการข่าวอะไรมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีในลักษณะเกิดความรุนแรง ทุกคนอยู่ในช่วงการดีใจที่ได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การแถลงนโยบายที่ผ่านมาก็โอเค ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ไม่คิดว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็พยายามระวังเต็มที่แล้ว จะเห็นได้ว่าก็มีความพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ ไม่ทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก อะไรทำนองนี้ ถ้าเราไม่เข้มงวดคงจะมากกว่านี้ ฉะนั้น เราต้องสร้างความเข้มแข็งของพวกเราด้วย
แจ้ง'ไมก์ ปอมเปโอ'เอาอยู่  
    เมื่อถามว่า จะต้องใช้มาตรการพิเศษอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ กฎหมายปกติมีอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวนใช้กระบวนการปกติ โดยบูรณาการร่วมกับ กอ.รมน., ศอ.บต. ซึ่งมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลรับผิดชอบอยู่แล้วทำงานร่วมกัน 
    "เรื่องคุมเข้ม แน่นอนเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องมีอยู่แล้วโดยเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งพื้นที่ราชการ พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ต่างๆ การประชุม สถานทูต ตนได้สั่งการไปหมดแล้ว อันนี้ก็เต็มที่ ต้องบอกว่าทำเต็มที่ ขอให้ช่วยกันอีกทางหนึ่งก็แล้วกัน สื่อก็ช่วยกันด้วย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ถามว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ระบุเป็นกลุ่มเก่าๆ สร้างสถานการณ์ 5 ปีที่ผ่านมา ทำไมกวาดล้างคนกลุ่มนี้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บางคนก็หนีไป สอบแล้วก็พบความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง หลายๆ กลุ่มถูกติดคุกไปแล้วก็มี
    ถามว่า เหตุระเบิดครั้งนี้จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นหรือไม่ ระหว่างที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรมว.ต่างประเทศอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แน่นอน คนทำก็หวังอย่างนั้น ถ้าเขามุ่งประเด็นตรงนั้น เราก็อย่าให้เขาสมหวัง เราก็เพิ่มมาตรการต่างๆ ดูแล ทุกคนก็โอเคในการพูดคุย ดูแลคุ้มครองให้ ทุกคนก็พอใจในมาตรการต่างๆ ขอให้เกิดความร่วมมือก็แล้วกัน อย่าทำอย่าคิดอะไรที่ให้คนที่กระทำสมหวัง เราต้องเข้มแข็ง เพิ่มมาตรการดูแลให้ดีที่สุด และเราก็ต้องดูแลเขาให้มากที่สุด 
    "เหตุระเบิดตอนปี 58 และปี 60 ก็เคยเกิดอยู่บ้าง และครั้งนี้พบก่อนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ระเบิด และพบที่ระเบิดส่วนหนึ่ง แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บสูญเสียจำนวนมาก แต่ถ้าเราไม่พบก่อนหรือเพิ่มมาตรการ อาจจะบาดเจ็บสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้ ช่วยกันอะเลิร์ตแล้วกัน อะเลิร์ตเพื่อประเทศไทย ไม่ใช่แค่วันนี้ช่วงนี้ หลังจากวันนี้ก็ต้องอะเลิร์ตต่อไป นี่แหละคือประชาธิปไตยของเรา ต้องยอมรับว่าจะทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยของเราเข้มแข็ง ทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย เราต้องไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคมในประเทศไทย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลายจุดที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างน้อย 3 จุด คนร้ายที่ก่อเหตุมีประสบการณ์ มีการมาสำรวจพื้นที่ก่อน ซึ่งประเด็นการก่อเหตุยังไม่สามารถตอบได้ เมื่อก่อเหตุเสร็จได้เดินทางกลับภาคใต้ทันที ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้จะมีกี่คน อย่าเพิ่งคาดเดา แต่ที่แน่ๆ เราสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้แล้ว 2 คน เจ้าหน้าที่ไม่หนักใจในการทำงาน เรามีประสบการณ์ แต่ไม่ประมาท
    "คนร้ายเป็นคนหน้าใหม่ ไม่อยู่ในระบบ หลังจากนี้จะแต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดในการทำงาน ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับที่คลี่คลายคดีที่ รพ.พระมงกุฎฯ และเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมามีคดีที่หนักกว่านี้ เรายังควบคุมสถานการณ์ได้" ผบ.ตร.กล่าว
    เวลา 17.30 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายไมก์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในระหว่างการหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในหลายๆ ด้าน 
    "ท่านนายกฯ ได้แจ้งให้นายไมก์ ปอมเปโอ และคณะทราบว่าขณะนี้เหตุการณ์ความวุ่นวายอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว และได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ามิให้ประมาท ยังคงเฝ้าระวังเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน" โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าว
ประสานเสียงประณาม
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.4 บก.สันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า ทำเนียบฯ จะเพิ่มความถี่ในการตรวจมากขึ้นกว่าเดิม มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ที่ออกเวรแล้ว ให้มาช่วยเสริมการปฏิบัติในการออกตรวจ ซึ่งช่วงนี้จะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจเป็น 24 ชั่วโมง ขณะที่การเข้า-ออกทำเนียบฯ ได้สั่งเพิ่มเติมให้ตรวจเข้มบุคคลที่เข้ามาว่าจะมาพื้นที่ส่วนไหน ซึ่งมาตรการทางเราได้วางไว้อยู่แล้วว่าใครจะมาตึกไหน จะใช้บัตรสีที่แตกต่างกันหรือสีประจำตึก 
    เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการตามมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เน้นย้ำให้ร่วมมือกับประชาชนดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างรอบคอบและรัดกุม 
    ขณะที่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง วิเคราะห์ว่า เหตุระเบิดป่วนกรุงหลายจุดค่อนข้างชัดเจนว่ามีเป้าหมายดิสเครดิตรัฐบาล และอาจใช้มือก่อการบางส่วนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
    "เหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและระเบิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ทั้ง 2 เป้าหมายนี้จะเป็นแรงสะท้อนไปยังรัฐบาล ซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังไม่ได้ตั้งตัว 100% เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลทันที ยังโชคดีที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนแรกเอาไว้ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยังทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และเชื่อได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อลดความน่าเชื่อถือทางการเมือง" รศ.ดร.ปณิธานระบุ 
    วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ว่า ขอเรียกร้องไปยังผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล และตำรวจ ทหาร ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเร่งหาตัวผู้ดำเนินการ ไม่ว่าจะสร้างสถานการณ์ หรือหวังผลอะไรก็แล้วแต่ มาดำเนินการลงโทษให้เร็วที่สุด เชื่อว่าทุกจุดที่มีการกระทำดังกล่าวน่าจะมีกล้องวงจรปิด ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ให้รวดเร็วที่สุด 
    "ใครที่ได้ประโยชน์จากการสร้างเหตุการณ์นี้ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่าประณามที่สุดคือ ถ้ามีคนคิดที่สร้างสถานการณ์นี้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ก็เป็นความคิดที่เลวมาก คือเล่นอยู่กับชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจของประชาชน เรายอมไม่ได้ที่จะให้เกิดเรื่องแบบนี้" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความกรณีเหตุระเบิดป่วนทั่งกรุงเทพฯ ว่าเกิดเหตุระเบิดหลายจุด ผมหวังว่ารัฐบาลจะเร่งสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว และเฉพาะหน้า ควรแจ้งสถานการณ์ตามความเป็นจริง และมาตรการความปลอดภัยให้ประชาชนทราบ สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน
    ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้กระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศทางการเมืองที่กำลังทยอยกลับเข้าสู่ระบบปกติ แต่ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจดี และเชื่อว่าจะผ่านไปได้ ซึ่งพวกเราต้องช่วยกัน อย่าให้สถานการณ์ระเบิดในวันนี้ ลุกลามบานปลายไปจนเป็นข้ออ้างในการเข้ามาใช้อำนาจพิเศษใดๆ อีก
    ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอประณามผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นใคร กระทำด้วยเหตุผลใด ขอให้ยุติการกระทำซะ พวกคุณไม่สามารถที่จะสร้างสถานการณ์หลอกคนไทยได้อีกแล้ว.


โทษทีเถอะ.... มัวไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลซะ ๒ วัน เรื่อง "ตำรวจ-อัยการ" สั่งไม่ฟ้อง "นายบอส เรดบูล" เลยเหมือนผม "สับไกค้าง"

ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?