"ม.เอกชน"ซิกแซกรับนศ.เกินใช้วิธี เปลี่ยนชื่อผู้เรียน14รอบ


เพิ่มเพื่อน    

5ส.ค.62-กมว. พบ ม.เอกชน ซิกแซก ปรับเปลี่ยนชื่อผู้เรียนและผู้ที่จบการศึกษา  หลักสูตรบริหารการศึกษาหลายครั้ง  หลายครั้ง และได้รับร้องเรียน จบแล้วแต่ไม่สามารถขอรับใบอนุญาตฯ คาดมาจากรับผู้เรียนเกินโควตาที่ได้รับอนุญาต    คาดตรวจสอบข้อมูล ไม่เกิน 3 สัปดาห์ รู้ผล พร้อม กับส่งเรื่องให้อว รับทราบ 

 

        นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุม กมว. ได้พิจารณาเรื่องการผลิตมหาบัณฑิตปริญญาโท หลักสูตรบริหารการศึกษา ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ที่มีการรับนักศึกษาเกินจำนวนที่ได้รับการอนุมัติจากคุรุสภา  และมีการปรับเปลี่ยนชื่อผู้เรียนและผู้ที่จบการศึกษาหลายครั้ง ทำให้ กมว.ไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารให้ได้  เนื่องจาก กมว.ได้รับการร้องเรียนจากผู้เรียนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา สาขาบริหารการศึกษา ว่า เรียนจบแล้วแต่ไม่สามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการอนุมัติให้เปิดรับปีการศึกษา 2557-2558 ปีละ 100 คน แต่พบว่า มีการแจ้งรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาเกินกว่าจำนวนที่คุรุสภาให้การรับรอง  รวมถึงมีการขอเปลี่ยนข้อมูลรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาอยู่ตลอดเวลา  รวม 14 ครั้ง และแต่ละครั้งรายชื่อก็ไม่ตรงกัน  ที่ประชุมจึงมีมติให้มีการตรวจสอบข้อมูลก่อน  เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะกระทบต่อสิทธิผู้เรียน  คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์  หากไม่มีปัญหาก็จะได้ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหาร โดยจะมีการนัดประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้

 

      “สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยดำเนินการไม่ตรงไปตรงมาและยังทราบมาว่ามหาวิทยาลัยดังกล่าว แอบเปิดสอนนอกสถานที่ตั้งโดยไม่ได้รับการรับรอง มีการรับนักศึกษามากกว่า 500 คน เกินกว่าจำนวนที่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าพอมีเด็กมาร้องเรียนก็สลับชื่อ ซิกแซก นำรายชื่อนักศึกษานอกที่ตั้งมาใส่แทนกมว. จึงขอตรวจสอบข้อมูลก่อนว่า 100 คนที่ส่งมา มีการเปลี่ยนแปลงกี่คน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เรียน"

       นายเอกชัยกล่าวอีกว่า  อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กมว.ได้อนุมัติใบอนุญาตฯ ให้กับผู้เรียนในหลักสูตรดังกล่าวปี 2557 จำนวน 74 คน  ปี 2558 จำนวน 56 คน  ซึ่งแม้จะได้รับอนุมัติแล้วก็จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลัง หากพบว่า เป็นรายชื่อที่แทรกเข้ามาและเรียนนอกสถานที่ตั้งก็จะพิจารณาถอดถอนใบอนุญาตฯ ต่อไป ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 400 คน สามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัยได้ตามสิทธิ  เพราะเป็นความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย โดยทางคุรุสภาจะส่งรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาให้กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ด้วย

       นอดจากนี้ ที่ประชุม กมว. ยังได้มีมติลงโทษทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ครูและผู้บริหารโรงเรียนจำนวน 10 ราย โดยเพิกถอนใบอนุญาตฯ 2 ราย ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่จะมีโทษภาคฑัณฑ์เพื่อไม่ให้ทำอีก ไม่เช่นนั้นอาจได้รับโทษในสถานที่หนักขึ้น คือ พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตฯ เป็นต้น


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'