ม็อบฮ่องกงใช้จรยุทธ์ 'สายน้ำ' หลอกล่อตำรวจปราบจลาจล


   

ชาวฮ่องกงชุมนุมประท้วงตามนัดเมื่อวันเสาร์ เป็นสุดสัปดาห์ที่ 10 ติดต่อกัน เปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการเคลื่อนไหวแบบกองโจรที่ทำตัวเหมือน "น้ำ" หนีแก๊สน้ำตาของตำรวจปราบจลาจล ส่วนที่สนามบินมาชุมนุมกันเป็นครอบครัวอย่างสงบเป็นวันที่ 2

ผู้ประท้วงขว้างกระสุนแก๊สน้ำตากลับคืนตำรวจที่ย่านไทเว่ย ในเขตนิวเทอร์ริทอรีส์ เมื่อวันเสาร์ / AFP

    การชุมนุมประท้วงของฮ่องกงล่วงเข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว โดยการชุมนุมช่วงสุดสัปดาห์เป็นไปตามการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้าถึงแม้ตำรวจจะไม่อนุญาตให้มีการเดินขบวนก็ตาม และเมื่อวันศุกร์ แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ ก็เพิ่งยืนกรานจะไม่ลาออกและไม่ทำตามความต้องการของผู้ประท้วง

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคมว่า นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกงได้ปรับเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ "ทำตัวเหมือนน้ำ" ด้วยการแตกเป็นกลุ่มย่อยๆ ที่สามารถไหลหลากไปในทิศทางต่างๆ ทั่วเมืองได้อย่างรวดเร็ว แล้วปิดกั้นถนนก่อนที่ตำรวจปราบจลาจลจะมาถึง

    ผู้ประท้วงรวมตัวกันจุดแรกที่เขตไทโป แต่ก็เผชิญหน้ากับตำรวจปราบจลาจลอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่จะเกิดการปะทะกัน ผู้ประท้วงพากันล่าถอยแล้วแยกย้ายกันเป็นกลุ่มย่อยๆ มุ่งหน้าสู่สถานที่อื่นๆ ทั่วฮ่องกง แล้วทำการปิดถนนและพากันร้องตะโกนว่า ทวงคืนฮ่องกง การปฏิวัติในช่วงชีวิตของพวกเรา

    กลุ่มหนึ่งสวมชุดสีดำและสวมหมวกนิรภัยสีเหลืองพร้อมหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาชุมนุมกันที่เขตไทเว่ย พวกเขาถอดราวลูกกรงกั้นถนนมาจัดทำเป็นสิ่งกีดขวาง และร้องตะโกนท้าทายตำรวจที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงว่า "อั้งยี่ อั้งยี่"

    นักศึกษาวัย 17 ปีแซ่ลก บอกว่า การเคลื่อนไหววันนี้ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับตำรวจหรือยึดถนน แต่จะเป็นการเคลื่อนไหวไปตามสถานที่ต่างๆ แล้วถอนตัวเมื่อตำรวจมาถึง

    อย่างไรก็ดี ตำรวจปราบจลาจลก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นกัน และยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่วิ่งหนีไปตามถนนสายอื่นๆ และสถานีรถโดยสารประจำทาง แก๊สน้ำตาของตำรวจได้แพร่กระจายเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่ใกล้เคียงด้วย ทำให้ประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้รับผลกระทบ

    ส่วนที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ผู้ประท้วงนับพันคนยังคงปักหลักต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 และมีครอบครัวผู้ปกครองและลูกหลานจำนวนมากมาร่วมชุมนุม หญิงคนหนึ่งเผยว่า เธอพาหลานวัย 3 ขวบมาร่วมชุมนุม เพราะหวังว่าจะช่วยให้เด็กเข้าใจสถานการณ์วุ่นวายของฮ่องกงขณะนี้ "อนาคตของฮ่องกงเป็นของพวกเขา เรากำลังต่อสู้เพื่อสิทธิที่เด็กๆ พึงมี" หญิงแซ่ไหลกล่าวกับเอเอฟพี.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว