ซาอุฯ นำทัพถล่มกบฏแบ่งแยกดินแดนเยเมน โต้ 'รัฐประหาร'


   

กองกำลังผสมภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบียเปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้กบฏแบ่งแยกดินแดนทางใต้ของเยเมนเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังกบฏแบ่งแยกดินแดน ที่มียูเออีหนุนหลังกลุ่มนี้ยึดทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองเอเดน ยูเอ็นเผยมีคนตายสังเวยสู้รบครั้งนี้แล้ว 40 ศพ เจ็บราว 260 คน

ผู้สนับสนุนกบฏแบ่งแยกดินแดนภาคใต้เยเมนหยุดถ่ายรูป ที่เมืองคอร์มักซอร์ ในเมืองท่าเอเดน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 / AFP

    สถานการณ์วุ่นวายรอบใหม่ในเยเมน ที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจกลายเป็นสงครามกลางเมืองซ้อนสงครามกลางเมืองครั้งนี้ เกิดขึ้นสืบเนื่องจากความขัดแย้งภายในกองกำลังฝ่ายหนุนรัฐบาลพลัดถิ่นและฝ่ายหนุนการแบ่งแยกดินแดน ที่ร่วมมือกันสู้รบกับกบฏฮูตีซึ่งมีอิหร่านหนุนหลัง ที่ยึดครองดินแดนกว้างใหญ่ทางภาคเหนือและตะวันตกของเยเมน รวมถึงกรุงซานาเมืองหลวง มาตั้งแต่ปี 2558

    เมืองเอเดนเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเยเมน และการยึดทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองนี้มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เนื่องจากประธานาธิบดีอาเบดรับโบ มันซูร์ ฮาดี ที่นานาชาติรับรองนั้น ใช้ชีวิตพลัดถิ่นอยู่ในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย ฝ่ายกบฏเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันเสาร์ด้วยว่า พวกเขายึดทำเนียบโดยไม่เผชิญการต้านทาน และได้ปล่อยตัวทหาร 200 นายที่รักษาการณ์ทำเนียบแห่งนี้

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม อ้างแถลงการณ์ของกองกำลังผสมที่มีซาอุฯ เป็นผู้นำ ซึ่งเข้าแทรกแซงเยเมนเมื่อปี 2558 ว่ากองกำลังผสมพุ่งเป้าหมายโจมตีพื้นที่ที่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสถานที่สำคัญของรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายของเยเมนในเมืองเอเดนแห่งนี้ และขอให้กบฏแบ่งแยกดินแดนของสภาถ่ายโอนอำนาจภาคใต้ (เอสทีซี) ถอนตัวจากสถานที่ตั้งเหล่านี้ มิเช่นนั้นจะเผชิญการโจมตีเพิ่มเติม
 
    คำแถลงไม่ได้ระบุเป้าหมายเป็นการเฉพาะ แต่ชาวบ้านในเมืองเอเดนบอกกับเอเอฟพีว่า มีการโจมตีทางอากาศถล่มค่ายหลายแห่งของกบฏแบ่งแยกดินแดนในเมืองนี้

    กองกำลังผสมต้องการให้หยุดยิงทันทีด้วย และกระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่กำลังสู้รบกันประชุมกันอย่างเร่งด่วน และต้องการให้รัฐบาลยูเออียุติการสนับสนุนทางทหารแก่กบฏกลุ่มนี้ทันที

    ด้านรัฐบาลของประธานาธิบดีฮาดีกล่าวโทษเอสทีซีและยูเออีว่ากำลัง "ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ"

    ทั้งรัฐบาลเยเมนและกบฏแบ่งแยกดินแดนกล่าวเมื่อเช้าวันอาทิตย์ว่า พวกเขาหนุนการเจรจาและการระงับการต่อสู้ตามที่ซาอุฯ เรียกร้อง แต่ทว่าในการเทศนาเนื่องในวันอีดิ้ลอัฎฮา รองประธานเอสทีซี ฮานี บิน เบรอิก กลับบอกว่า กลุ่มของเขาจะไม่ยอมเจรจาภายใต้การข่มขู่

    กบฏจากกองกำลังสายแถบความมั่นคง ที่ได้รับการฝึกฝนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กลุ่มนี้ เปิดฉากสู้รบกับกองกำลังที่ภักดีรัฐบาลในเมืองเอเดนมาตั้งแต่วันพุธ นักรบส่วนใหญ่ของกองกำลังนี้หนุนหลังเอสทีซีที่ต้องการฟื้นฟูดินแดนภาคใต้ของเยเมนเป็นรัฐอิสระเหมือนที่เคยเป็นเมื่อปี 2510-2533

    หน่วยงานคลังสมอง อินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป เตือนว่า การปะทะกันที่เมืองเอเดนเสี่ยงต่อการทำให้ภาคใต้ของเยเมนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองซ้อนในสงครามกลางเมือง ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤติด้านมนุษยธรรมของเยเมนที่นับว่าเลวร้ายที่สุดในโลกอยู่แล้ว

    องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า รายงานเบื้องต้นชี้ว่า การสู้รบระหว่างกองกำลังฝ่ายรัฐบาลกับกบฏแบ่งแยกดินแดนในเมืองเอเดนตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วประมาณ 40 คน บาดเจ็บ 260 คน มีพลเรือนรวมอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง

    ทั้งนี้ กองกำลังสายแถบความมั่นคงและกองกำลังที่ภักดีต่อฮาดีขัดแย้งกันมานานหลายปี และเคยต่อสู้กันมาแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2561 ล้มตายไป 38 คน เจ็บอีก 222 คน.


ที่ "อุบลราชธานี"....."กองทัพน้ำใจ" กับ "กองทัพน้ำท่วม" ขับเคี่ยวกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว ตอนนี้ ดูเหมือน "กองทัพน้ำ" กำลังอ่อนแรง 

'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร