แห่แก้‘ภัยแล้ง’ นายกฯสั่งด่วน อนุทินลงพื้นที่


   

 "รัฐบาล" ระดมกำลังแก้วิกฤติภัยแล้ง จ.สุรินทร์ "บิ๊กตู่" สั่ง "รมช.เกษตรฯ" เร่งขุดเจาะน้ำบาดาลช่วยเหลือโรงพยาบาลสุรินทร์ พร้อมลงเมืองช้างติดตามสถานการณ์ 19 ส.ค.นี้ "อนุทิน" ควง "รมช.มหาดไทย" บินด่วนดูปัญหาจริงในพื้นที่ก่อนรายงาน ครม.อังคารนี้ กำชับ รพ.ทุกระดับทำแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน 

    เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนน้ำของโรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยอย่างมาก กำชับให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้มอบหมายหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวอย่างกรมฝนหลวงฯ และกรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้ดูแลแก้ปัญหานี้ทันที
    นางนฤมลกล่าวว่า เบื้องต้น ร.อ.ธรรมนัสได้ประสานกับผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยวันที่ 11 ส.ค. ทางหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้สั่งให้ทำการขนย้ายเครื่องมือขุดเจาะน้ำบาดาลลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เพื่อสำรวจและเตรียมการขุดเจาะให้ได้ผลสำเร็จ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าด้วยตัวเองในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.นี้
    "ร.อ.ธรรมนัสก็จะลงพื้นที่ไปสั่งการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ในวันพุธที่ 14 ส.ค.นี้ โดยจะขอลาประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อไปปฏิบัติภารกิจบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามที่ได้รับมอบหมาย" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำภายในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงแห้งเหือดจนเห็นเสาประภาคาร อาคารสูบน้ำประปาหล่อเลี้ยงคนเมืองสุรินทร์ น้ำประปาไม่ไหลมานานกว่า 1 สัปดาห์ และเป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปี โดยมีต้นเหตุมาจากฝนที่ทิ้งช่วงมานานร่วม 2 เดือน ทำน้ำห้วยเสนงแห้งขอด จนต้องหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ เพื่อนำน้ำมาเติมอ่างห้วยเสนงผลิตน้ำประปา โดยได้ทำการสูบน้ำจากบ่อหินของเอกชนโรงโม่หินมุ่งเจริญ บ่อ 1 ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว จนระดับน้ำใกล้หมดแล้ว ซึ่งขณะนี้ชลประทานสุรินทร์ได้ทำการย้ายเครื่องสูบมาติดตั้งที่บ่อเหมืองหินมุ่งเจริญบ่อที่ 2 ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ ปริมาณน้ำประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม. คาดใช้เวลาอีก 2 วัน จึงจะติดตั้งเสร็จและเริ่มสูบน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงต่อไป
    ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ตรวจสภาพภัยแล้งและแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ รวมทั้งตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ
    นายอนุทินกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ลงพื้นที่มาตรวจสภาพภัยแล้งและแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ก่อนที่จะนำไปรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 13 ส.ค.นี้ ซึ่งนายกฯ มีแผนจะลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ในวันที่ 19 ส.ค.62
    "ผมกับ รมช.มหาดไทย ที่กำกับการทำงานประปาภูมิภาค อยากเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง ช่วยแก้ไขปัญหาช่วยประชาชนก่อนจะนำไปรายงาน ครม. ซึ่งปัญหาภัยแล้งมีมานานเหมือนเป็นเพื่อนเก่า เราต้องรับมือปัญหาอย่างมีสติ จากนี้เราต้องหาวิธีการคาดการณ์และบริหารสถานการณ์ให้ดี เพื่อผ่านวิกฤติภัยแล้งให้ได้ ที่สำคัญทุกคนต้องร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย” นายอนุทินกล่าว
    รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ได้รับรายงานจากหน่วยราชการและผู้แทนราษฎรว่าเกินกำลังของหน่วยงานท้องถิ่น รัฐบาลจึงได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ บูรณาการทำงานร่วมกัน โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย หน่วยทหาร ภาคเอกชน รวมทั้งนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมจะส่งทีมขุดเจาะน้ำบาดาลทันที 
    "ได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกระดับมีแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ทั้งการสำรองน้ำ สำรวจแหล่งน้ำสำรอง จัดเตรียมพร้อมทีมแพทย์ พยาบาล ยา เวชภัณฑ์ ป้องกันโรคที่มากับภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหา โดยขอความร่วมมือประชาชน ยึดหลักกินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ" รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าว
    นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงวิกฤติภัยแล้งโรงพยาบาลได้รับสนับสนุนน้ำจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ภาคเอกชน ทำให้มีน้ำใช้เพียงพอบริการผู้ป่วยในกิจกรรมที่จำเป็น ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้ประสานหน่วยทหารได้ช่วยขุดเจาะน้ำบาดาลในโรงพยาบาล 8 บ่อ แล้วเสร็จติดตั้งเครื่องกรองน้ำแล้ว 2 บ่อ คาดว่าจะขุดแล้วเสร็จทั้งหมดในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ซึ่งจะผลิตน้ำได้ 8 แสนลิตรต่อวัน เพียงพอต่อการใช้น้ำใน 1 วัน 
    "แต่ละวันมีผู้ป่วยรับบริการแผนกผู้ป่วยนอกกว่า 1,700 คน ผู้ป่วยในวันละกว่า 800 คน มีบริการห้องผ่าตัด ฟอกไต ไอซียู มีความต้องการใช้น้ำวันละ 8 แสน-1 ล้านลิตร หลังเปิดวอร์รูมและประกาศมาตรการประหยัดน้ำ ลดการใช้น้ำลงได้ร้อยละ 40-50 เหลือวันละ 6 แสนลิตร ในส่วนน้ำดื่มต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่บริจาคมา จะได้นำไปแจกจ่ายผู้ป่วย ญาติและเจ้าหน้าที่ต่อไป" รองปลัด สธ.กล่าว
    ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เร่งลงพื้นที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประสานงานใกล้ชิดกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยทุกโรงพยาบาลในพื้นที่หาแหล่งน้ำ และขุดเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติม โดยหาข้อมูลว่าโรงพยาบาลใดต้องการบ่อบาดาล ทส.จะเร่งส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจและขุดเจาะให้กับทุกโรงพยาบาลที่สาธารณสุขต้องการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้น้ำอุปโภคบริโภคและความปลอดภัยของแต่ละโรงพยาบาลถือเป็นเรื่องสำคัญ 
    "เดิม จ.สุรินทร์ใช้น้ำจากแหล่งน้ำ 2 แหล่ง คือชลประทานกับเอกชน เกษตรกรใช้น้ำจากแหล่งดังกล่าวมาก จึงได้สั่งการปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งสำรวจในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ว่าในแต่ละ อบต.นั้น มีศักยภาพเรื่องน้ำ มีต้นทุนน้ำใต้ดินมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีก็ให้รีบดำเนินการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลทันที เพื่อช่วยเกษตรกรและชาวบ้าน เป็นคลัสเตอร์ๆ ไป 100-200 ไร่ ในแต่ละบ่อๆ ขุดตรงไหนได้เราจะเร่งขุดตามที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วง" นายวราวุธกล่าว
    รมว.ทส.กล่าวว่า ปีนี้ภาคอีสานพบภัยแล้งหนัก และยังเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานทำนาน้ำฝนเสียเป็นส่วนใหญ่จึงน่าห่วง ส่วนพื้นที่ภาคกลางก็มีปัญหามาก แต่ยังโชคดีที่ภาคกลางส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน และมีแหล่งน้ำ มีลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงยังพอประทังไปได้ แต่ภาคอีสานเดือดร้อนหนักจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสำรวจขุดเจาะหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อช่วยเกษตรกร เชื่อว่าน่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง 
    มีรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะขาดแคลนน้ำใน จ.สุรินทร์ เร่งจัดหาและแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนเข้าถึงทุกครัวเรือน พร้อมนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนรถบรรทุกน้ำไปรับน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงมาสนับสนุนการใช้น้ำของโรงพยาบาลสุรินทร์ อีกทั้งสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ขุดร่องชักน้ำดิบเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปา เพื่อให้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด. 


เก็บมาเล่า..... วันเสาร์ที่ผ่านมา มีคนบอกว่า โลกหมุนรอบ "ธนาธร-ปิยบุตร" เพราะ ๒ คนนี้คือผู้นำเหล่านักรบต่อสู้กับเผด็จการ เป็นผู้กอบกู้ประชาธิปไตยจากรัฐบาลสืบทอดอำนาจทหาร

แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!