ม็อบฮ่องกงบุกขยี้สนามบิน


   

 สนามบินฮ่องกงโกลาหลอีก หลังจากกลับมาให้บริการได้ในช่วงเช้าวันอังคาร ผู้ประท้วงหลายพันคนบุกยึดพื้นที่ในอาคารผู้โดยสารตอนบ่าย ทำให้ต้องระงับการเช็กอินทั้งหมด ขณะนายกฯ ประยุทธ์ย้ำ "บัวแก้ว” มีความพร้อมดูแลคนไทยใน “ฮ่องกง” หลังเหตุประท้วงรุนแรงขึ้น เผยประเมินสถานการณ์ตลอด ทอ.สั่งเครื่องบินสแตนด์บายอพยพคนไทย

    รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยชาวฮ่องกงยังคงปักหลักยึดครองพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินฮ่องกงต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยการชุมนุมของผู้ประท้วงราว 5,000 คนเมื่อวันจันทร์ ทำให้การท่าอากาศยานของฮ่องกงต้องประกาศระงับการบริการเที่ยวบินทั้งหมดตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนั้น สนามบินกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งเมื่อเช้าวันอังคาร แต่ผู้โดยสารยังประสบกับปัญหาเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวยกเลิกหรือล่าช้า
    ต่อมาในช่วงบ่าย ผู้ประท้วงหลายพันคนได้กลับมารวมตัวกันอีก เอเอฟพีกล่าวว่า สถานการณ์ภายในอาคารผู้โดยสารทั้ง 2 แห่งของสนามบินตึงเครียดขึ้นเมื่อผู้ประท้วงหลายรายพยายามขัดขวางผู้โดยสารที่ประตูทางออกหลายจุดของสนามบิน แม้จะมีผู้โดยสารหลายสิบคนสามารถฝ่าผ่านไปได้ 
    ผู้ประท้วงที่นั่งปักหลักในอาคารผู้โดยสารพากันร้องตะโกนคำขวัญ ชูป้ายประท้วงซึ่งรวมถึงคำว่า "ตาต่อตา" บางคนปิดตาข้างหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ประณามการใช้ความรุนแรงของตำรวจ หลังจากมีหญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณใบหน้าระหว่างการปะทะกับตำรวจเมื่อคืนวันอาทิตย์ และมีรายงานว่าเธอสูญเสียการมองเห็นไปข้างหนึ่ง ผู้ประท้วงกล่าวว่าเธอได้รับบาดเจ็บจากกระสุนถุงตะกั่ว
    การชุมนุมภายในสนามบินก่อผลกระทบต่อการให้บริการอย่างร้ายแรง และทำให้การท่าอากาศยานประกาศระงับการเช็กอินทั้งหมดเมื่อเวลา 16.30 น. ของวันอังคาร ผู้โดยสารบางคนที่เดือดร้อนเที่ยวบินล่าช้าก็เริ่มหมดความอดทนและกระทบกระทั่งกับผู้ประท้วง ซึ่งบางคนชูป้ายข้อความว่า "ขอโทษในความไม่สะดวก พวกเรากำลังต่อสู้เพื่ออนาคตของบ้านของพวกเรา" 
    ด้านแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ที่จุดชนวนความไม่พอใจของประชาชนด้วยความพยายามผลักดันกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีนก่อนที่เธอจะยอมระงับร่างนี้ เปิดแถลงข่าวอีกครั้งเมื่อวันอังคาร แต่ก็โดนนักข่าวไล่ต้อนและขัดจังหวะอยู่ตลอดเวลา เธอยังไม่ยอมตอบให้ชัดเจนด้วยว่า เธอมีอำนาจที่เพิกถอนกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ และพร้อมที่จะทำตามข้อเรียกร้องหลักของผู้ประท้วงหรือไม่ หรือเธอต้องรอการอนุมัติจากจีนก่อน 
    แลมแถลงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเป็นบางช่วงโดยเตือนว่า ความรุนแรง ไม่ว่าใช้โดยฝ่ายใด จะผลักฮ่องกงเข้าสู่เส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน และจะดึงสังคมฮ่องกงเข้าสู่ภาวะของ "ความแตกตื่นและโกลาหลวุ่นวาย"
    ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ขณะที่แลมแถลงอยู่นั้น ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน โดยตกลงต่ำกว่า 2% และฉุดตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วเอเชียร่วงตามไปด้วย
    รัฐบาลจีนได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างน่ากลัวมากขึ้นว่าการประท้วงยาวนาน 10 สัปดาห์ของฮ่องกงต้องยุติลงได้แล้ว และสื่อของทางการจีนเผยแพร่วิดีโอการระดมกำลังตำรวจพร้อมยานลำเลียงพลหุ้มเกราะที่เมืองเซินเจิ้น ติดชายแดนฮ่องกง เพื่อเตรียมการฝึก เมื่อวันอังคาร สื่อทางการจีนยังสุมไฟเพิ่มด้วยการเรียกผู้ประท้วงฮ่องกงว่าเป็น "สมาชิกแก๊งอาชญากรรม" ซึ่งไม่ควรได้รับการเอาอกเอาใจ ขณะที่สำนักข่าวซินหัวลงบทความว่า พวกหัวรุนแรงกำลังดึงฮ่องกงตกสู่สถานการณ์อันตราย
    มีวิดีโอชิ้นหนึ่งโพสต์ลงเว็บท่าเว่ยป๋อ เป็นภาพผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีน เตือนว่า "เมื่อต้องรับมือกับการก่อการร้าย จะไม่มีการเพลามือ" 
    วันก่อนหน้านี้ รัฐบาลปักกิ่งกล่าวประณามผู้ประท้วงที่ปาระเบิดขวดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง โดยเชื่อมโยงพฤติการณ์ของพวกเขาว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการก่อการร้าย ขณะที่มีคำชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชาวฮ่องกงว่า รัฐบาลจีนอาจเปิดทางสำหรับการนำกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายเพื่อควบคุมผู้ประท้วง
    สถานการณ์รุนแรงในฮ่องกงทำให้มิเชล บาชเล็ต ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ แถลงเมื่อวันอังคาร แสดงความวิตกต่อการใช้กำลังกับผู้ประท้วงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และเรียกร้องให้เปิดการสอบสวนอย่างอิสระและเป็นกลางทันที 
    ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังติดตามสถานการณ์ภายในฮ่องกง และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในฮ่องกงงดเว้นการใช้ความรุนแรง 
    เมื่อเวลา 12.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการดูแลคนไทยในฮ่องกง ภายหลังเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นว่า เราได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และทางกระทรวงการต่างประเทศโดยสถานทูตได้เตรียมแผนในการดูแลคนไทยที่ติดอยู่ในสนามบินขณะนี้ รวมถึงคนไทยในฮ่องกงด้วย ซึ่งเรามีมาตรการดูแลทุกขั้นตอน หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น เราจะนำคนไทยไปอยู่ที่ไหน อย่างไร
    นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ยินดีที่สถานการณ์กระเตื้องขึ้น ดีขึ้นตามลำดับ การเดินทางก็เป็นไปตามปกติ วันนี้สถานทูตกงสุลไทยในฮ่องกงก็ได้ประกาศแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะๆ มีการประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน พื้นที่ใดที่มีการชุมนุมก็ได้ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงไป และวันนี้ได้ติดตามและให้กระทรวงคมนาคมวางแผนต่างๆ ในการดูแล ซึ่งตนก็ได้รับรายงานตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นอย่ากังวลตรงนี้ ที่ผ่านมาทุกเรื่องเวลาเกิดเหตุในต่างประเทศ ก็จะมีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้วว่าจะต้องทำอะไร อย่างไร ใครรับผิดชอบตรงไหน
    นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการช่วยเหลือคนไทยว่า สถานกงสุลได้ดูแลคนไทยเป็นอย่างดี โดยสถานกงสุลได้จัดกลุ่มคนไทยเป็น 3 กลุ่มคือ 1.คนที่ยังไม่ได้เดินทางไปสนามบิน 2.ถึงสนามบินแล้ว แต่ยังไม่เช็กอิน และ 3.เช็กอินแล้ว ทั้งหมดได้ทยอยเดินทางออกจากสนามบินหมดแล้ว 
    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้ห้ามคนไทยเดินทางไปฮ่องกง เพราะถือเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล แต่แนะนำว่าควรจะไปหรือไม่ หากจะเดินทางไปต้องพิจารณาเป็นอย่างดี หากไม่มีภารกิจเร่งด่วนก็ควรชะลอไว้ก่อน ทั้งนี้ หากมีความเป็นต้องเดินทางไปจริงๆ ก็ได้แนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง ติดตามข่าวสาร ส่วนคนไทยที่อาศัยอยู่ในฮ่องกงนั้นไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม เพราะไม่ได้อยู่ในเขตที่มีปัญหา และยืนยันว่าคนไทยไม่ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม ขอให้สบายใจได้ เราหวังว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายและสงบลง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ฝากทางการฮ่องกงให้ดูแลคนไทยด้วย 
    พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้สั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมอากาศยานไว้ จำนวน 2 ลำ คือ เครื่องบินแบบซี 130 และเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 340 พร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการอพยพคนไทยในฮ่องกง เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดสนามบิน ทั้งนี้ นอกจากจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามและประเมินสถานการณ์การชุมนุมในฮ่องกงอย่างใกล้ชิดแล้ว ผบ.ทอ.ยังได้จัดเตรียมแผนเส้นทางการบินเพื่อรองรับการเดินทางด้วย แต่สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับปลายทางว่าจะสามารถนำเครื่องบินลงได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการสั่งการของทางรัฐบาล ซึ่งเบื้องต้นกองทัพอากาศมีความพร้อม หากผู้บังคับบัญชามอบหมายภารกิจดังกล่าว. 


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา