ผบ.ตร.สั่งภาค9 ขึ้นป้ายล่ามือบึ้ม ศรีวราห์โอ่มั่นใจ


   

 "ผบ.ตร." นำคณะลงพื้นที่ภาคใต้ กำชับตำรวจคุมเข้มงานป้องกันปราบปรามทุกด้าน พร้อมประสานหน่วยข่าวความมั่นคงใกล้ชิด สั่ง "ภ.9-สตม." ขึ้นป้ายติดภาพตามจับผู้ต้องหาคดีระเบิดที่หลบหนีให้ปชช.ช่วยแจ้งเบาะแส "ศรีวราห์" มั่นใจมีหลักฐานโยงเอาผิดผู้บงการบึ้มป่วนกรุงได้แน่ 

    เมื่อวันที่ 16 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.), พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจและรับฟังสถานการณ์ด้านความมั่นคง รวมทั้งมอบนโยบายในการป้องกันปราบปราม ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก สตช.) กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้กำชับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน โดยให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราสถานที่สำคัญของทางราชการ เอกชน และสถานที่เชิงสัญลักษณ์ ระบบขนส่งมวลชน สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ห้างสรรพสินค้า สถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก สำรวจจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมในพื้นที่รับผิดชอบ และกำหนดเป็นจุดเฝ้าระวัง อีกทั้งประสานแนะนำเจ้าของพื้นที่ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดในการป้องกันเหตุ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ให้สามารถเชื่อมโยงทางยุทธวิธีใช้งานได้ตลอดเวลา
    โฆษก สตช.กล่าวว่า ผบ.ตร.เน้นย้ำการออกสืบสวนหาข่าวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย รวมถึงการตรวจสอบร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถนำมาก่อเหตุได้ และให้ตั้งด่าน จุดตรวจความมั่นคง ในเส้นทางต่างๆ ที่อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ หรือก่อเหตุร้ายในลักษณะต่างๆ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยข่าวในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะ เพิ่มความเข้มและมีมาตรการในการระวังป้องกันการโจมตีที่ตั้งหน่วย 
    "พล.ต.อ.จักรทิพย์สั่งการไปยัง ภ.9 และ สตม. ให้นำภาพผู้ต้องหาในคดีระเบิดขึ้นป้ายประกาศเพื่อให้ประชาชนหรือบุคคลใดผู้พบเห็นหรือมีเบาะแส  สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ และได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดในการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดความปลอดภัยของตนเองและลูกน้องเป็นหลัก และจะกระทำการสิ่งใดให้ใช้หลักยุทธวิธี ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเป็นสำคัญ" โฆษก สตช.กล่าว
    ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีระเบิดป่วนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ประกอบด้วย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ. รวมทั้งมีพล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมประชุมด้วย
    พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้ระเบิดแสวงเครื่องและระเบิดเพลิงแสวงเครื่อง โดยแบ่งเป็นระเบิดเพลิงแสวงเครื่อง 10 ลูก และเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูก สรุปได้ว่าถึงตรงนี้มีหมายจับผู้ต้องหาของ สน.ปทุมวัน 2 หมาย, สน.พญาไท 5 หมาย, สน.ทุ่งสองห้อง 2 หมาย ผู้ต้องหา 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนพนักงานสอบสวนสามารถยืนยันหมายเลขประชาชน 13 หลักได้ทั้งหมด สามารถยืนยันตัวบุคคลแน่นอนได้ทั้งหมด ผู้ที่ถูกออกหมายจับมีประวัติเคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆ มาก่อน
    รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนเองจะรับผิดชอบดูแลในเรื่องหลักกฎหมาย ส่วนด้านการสืบสวนมี ผบ.ตร.และทีมงานเป็นผู้ดูแลอยู่ จึงดูว่าเมื่อมีการสืบสวนมาแล้วมีการนำมาปฏิบัติด้านกฎหมาย ด้าน ป.วิอาญาครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบถ้วน จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ซึ่งจากนี้จะต้องมีการพิจารณาต่อว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป หลักฐานไปถึงไหนอย่างไร เพื่อที่จะทำให้สำนวนแน่นหนาที่สุด ขาดตกบกพร่องตรงไหนก็ต้องดำเนินการให้แน่นหนาขึ้น 
    "หากจะให้วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มาจากสาเหตุอะไรคงตอบไม่ได้ เพราะผมมีหน้าที่ดูสำนวน การวิเคราะห์นำไปฟ้องศาลไม่ได้ แต่จากหลักฐานที่มีอยู่คาดว่าน่าจะสาวไปถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลังได้ แต่ยังต้องรออีกสักหน่อย เพราะผลการตรวจพิสูจน์ต่างๆยังไม่เสร็จ ยังมีขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน การดำเนินการด้านกฎหมายเราดำเนินการตามกฎหมายปกติ กรอบระยะเวลาในการฝากขังผู้ต้องหา จึงดำเนินการตามปกติ หากสำนวนเสร็จไม่ทันก็ปล่อยตัวไปก่อนได้ แต่เชื่อว่าสำนวนส่งฟ้องเสร็จทัน ตามกรอบระยะเวลา เพราะสามารถฝากขังได้ 84 วัน การตรวจพิสูจน์ของพฐ.น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน ดังนั้นทันแน่นอน ยืนยันทุกหน่วยเดินหน้าเต็มที่" รอง ผบ.ตร.กล่าว  
    ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ. กล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้มีของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์ แค่รถยนต์ที่ต้องนำมาตรวจพิสูจน์มีถึง 17 คัน จึงต้องมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง เพราะรถยนต์ 1 คัน ต้องเก็บตัวอย่างเกือบ 100 ตัวอย่างมาตรวจพิสูจน์ เพื่อที่จะสามารถยืนยันตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ กระบวนการตรวจพิสูจน์จึงต้องดำเนินการอีกสักระยะ อีกทั้งยังไม่รวมถึงหลักฐานอื่นๆ อีกที่เก็บได้ 
    ถามว่าหลักฐานที่เก็บได้เชื่อมโยงถึงใครบ้าง รองผบช.สพฐ.กล่าวว่า ประเด็นนี้คงตอบไม่ได้ เพราะเป็นหลักฐานในสำนวน.


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?