ปิดศูนย์ปราบปรามค้างาช้าง! 'เฉลิมเกียรติ' โชว์ยึดของกลางพันล้านก่อนเกษียณ


   

29 ส.ค.62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง (ศชง.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วยตัวแทนจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กรมศุลกากร, กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ, กรมปศุสัตว์,กรมการปกครอง, บริษัทท่าอากาศยานไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แถลงการประกาศผลสำเร็จปลดออกบัญชีไซเตสปราบปรามค้างาช้างผิดกฎหมายพร้อมปิดศูนย์ ศชง.ตร.

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมาย ที่ใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในขนส่งลำเลียง ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งในอดีตประเทศไทยเคยติดอันดับประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้างาช้างผิดกฎหมายในกลุ่มประเทศที่มีความน่ากังวลอย่างยิ่ง (Primary Concern) ซึ่งถือว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่รุนแรง  จนเกือบได้รับบทลงโทษระงับการค้าสินค้าที่เกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย (Revised Thailand National Ivory Action Plan)เพื่อเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และได้กำหนดให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ให้เป็นรูปธรรม โดยมอบหมายภารกิจให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนการดำเนินการในหมวดการกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์

ผอ.ศชง.ตร.เปิดเผยต่อว่า ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ได้มีการดำเนินงานเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจังทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีมาตรการเน้นหนักคือการออกฎหมายควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามซื้อขาย และไม่สนับสนุน ทลายเครือข่ายแบบถอนรากถอนโคน นำกฎหมายฟอกเงินมาใช้กับนายทุน ผู้ร่วมขบวนการ

ผลจับกุมผู้กระทำความผิดในภาพรวมของ ศชง.ตร. นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและตรวจยึดของกลางเป็นงาช้างได้ 44 คดี รวมงาช้าง 4,492 ชิ้น 1,657 กิ่ง รวม 2,186 รายการ น้ำหนัก 9,901.82 มูลค่ากว่า 990,182,000บาท เมื่อผลงานบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ผมในฐานะ ผอ.ศชง.ตร.และจะเกษียนอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ จึงต้องมีการปิดศูนย์ดังกล่าว แต่ถ้า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ต้องการให้มีดำเนินการที่ต่อเนื่องในการปราบปรามการค้างาช้าง ก็สามารถมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาเข้ามาสานต่องานได้เลย

สำหรับ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวขาน ได้รับการมอบหมายให้เข้ามาดูแลการปราบปรามงาช้าง ได้รับความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลการจับกุมเป็นที่น่าพอใจผู้ลักลอบค้างาช้างทั้งในและต่างประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด และได้รับการปลดออกจากบัญชีไซเตส จนได้รับฉายาว่าเป็น “มือปราบไซเตส”  และ “มือปราบงาช้าง”


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว