‘เปรมชัย’ขอไปนอก 14มีค.มารับ3ข้อหา


   

  ยังเชียร์ให้ถูกด่า "บิ๊กป้อม" ชม "ศรีวราห์" สองวันติด ทำงานดี ตรงไปตรงมา แค่มีปัญหาเรื่องการพูดจา แต่คดีเสือดำจะจบแล้ว ว่าไปตามหลักฐาน ขณะที่ "เปรมชัย" ขอไปนอก ขี่เครื่องบินส่วนตัวไปบังกลาเทศกลับเย็น 11 มี.ค. ส่วน 14 มี.ค.ต้องมารับทราบคดีเพิ่มอีก 3 ข้อหา ขณะที่คดีงาช้างโดนแน่ 3 คน "เจ้าสัว-เมีย-น.ส.วันดี" คนเซ็นรับรอง

    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาการันตีการทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี เป็นวันที่สองติดต่อกัน 
    "ศรีวราห์เขาทำงานดี ที่ผ่านมาทั้งหมด และเขาเป็นคนตรงไปตรงมา แต่คำพูดอาจจะพูดจานั่นหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีแนวโน้มอะไรที่จะเปลี่ยน และคดีจะจบแล้ว"
    พล.อ.ประวิตรบอกว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจที่จะหาพยานหลักฐานให้เป็นไปตามกฎหมาย หาให้หมดทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้รู้เรื่องจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ส่วนกระแสสังคมถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง 
    “ยืนยันไม่มีใครไปช่วยเหลือนายเปรมชัย รับรองได้ ตำรวจต้องทำไปตามพยานหลักฐาน การแสดงออกต่างๆ ของประชาชน เช่น พ่นกราฟฟิตี้รูปเสือดำ ก็ไม่รู้จะห้ามประชาชนอย่างไร” พล.อ.ประวิตรกล่าว 
    ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.อ.ศรีวราห์ประชุมร่วมกับตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เพื่อตรวจพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อหาพยายามติดสินบนเจ้าพนักงานของนายเปรมชัย พบว่ามีประจักษ์พยานที่จะเอาผิดนายเปรมชัยในข้อหาดังกล่าวได้ โดยจะมีการแจ้งข้อกล่าวหานายเปรมชัยภายในวันนี้ ก่อนที่จะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 14 มีนาคม  พร้อมข้อหาที่ได้แจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ 2 ข้อหา คือ คดีเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืน และร่วมครอบครองงาช้างแอฟริกาโดยผิดกฎหมาย
      รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้รับรายงานว่านายเปรมชัย มีกำหนดการจะเดินทางไปต่างประเทศในวันที่ 9 มี.ค. ซึ่งถือเป็นสิทธิ์นายเปรมชัยสามารถทำได้ เพราะไม่อยู่ในเงื่อนไขการประกันตัวของศาล และนายเปรมชัยได้มีการแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่แล้ว แต่ไม่ได้แจ้งจุดหมายและกำหนดกลับ ซึ่งได้สั่งการให้ สตม.ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางไว้ว่านายเปรมชัยเดินทางไปที่ใด
        ส่วนในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ที่นายเปรมชัยต้องรับทราบข้อกล่าวหา 3 ข้อหาใหม่ ก็ยังสามารถใช้สิทธิ์ขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้ แต่หากไม่มา และไม่มีการแจ้งขอเลื่อน เจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ส่วนการเดินทางออกนอกประเทศในครั้งนี้ของนายเปรมชัย  จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีใน 9 ข้อหาแรก เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและเจ้าหน้าที่ส่งฝากขังต่อศาลและอยู่ในอำนาจของศาลแล้ว
        ทั้งนี้ มีรายงานว่าการเดินทางของนายเปรมชัยที่จะเดินทางไปต่างประเทศนั้น มีการทำหนังสือถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยแจ้งกำหนดการเดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว โดยเดินทางออกจากประเทศไทยในวันที่ 10 มี.ค.นี้ โดยสนามบินดอนเมือง ไปยังประเทศบังกลาเทศ ในเวลา 09.00 น. โดยมีลูกเรือ 2 คน และผู้โดยสารจำนวน 4 คน และเดินทางกลับมาในวันที่ 11 มี.ค.ในช่วงเวลาประมาณ 17.30 นาที
    ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายถิรเดช ปาละสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่า หรือชุดเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายนุวรรต ลีลาพตะ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการและรองหัวหน้าชุดเหยี่ยวดง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ได้เดินทางมารับงาช้าง จำนวน 2 คู่ 4 กิ่ง ซึ่งเป็นของกลางที่ยึดได้จากบ้านพักของนายเปรมชัย โดยมี พ.ต.อ.มงคล พรานสูงเนิน ผกก.1 บก.ปทส. เป็นผู้ส่งมอบ
        สำหรับการส่งมอบงาช้างของกลางครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำงาช้างดังกล่าวมาตรวจวัดขนาดและตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงดีเอ็นเอ จนสามารถยืนยันได้ว่าเป็นงาช้างแอฟริกา จึงนำเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานทางคดี ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางคณิตา วิทยานันท์ ภรรยาของนายเปรมชัย ในข้อหามีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และนายเปรมชัยกับ น.ส.วันดี สมภูมิ อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นผู้เซ็นชื่อรับรองว่าเป็นงาช้างบ้าน ในข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังการรับมอบ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดขนาดและอัตลักษณ์ของงาช้าง 2 คู่ 4 กิ่ง ซึ่งเก็บไว้ที่ บก.ปทส.
        นายถิรเดชยืนยันว่า งาช้างดังกล่าวเป็นของกลางที่พบภายในบ้านของนายเปรมชัย หลังจากนี้จะนำไปเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานที่กรมอุทยานฯ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบใบอนุญาตการครอบครองงาช้าง ดังกล่าว พบว่าเป็นการแจ้งครอบครองงาช้างบ้านที่เป็นสัตว์พาหนะ เมื่อพิสูจน์ออกมาแล้วพบว่าเป็นงาช้างแอฟริกา จึงไม่ตรงกัน โดยนางคณิตา ภรรยาของนายเปรมชัย ได้มีการมอบอำนาจให้บุคคลคนหนึ่งมาแจ้งว่า งาช้างดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ได้จากมรดก จึงมาแจ้งครอบครองไว้ แต่เป็นการยื่นเพียงคำขอ ไม่ได้นำงาช้างมาด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอเข้าตรวจสอบตามลำดับ แต่ยังไม่ถึงลำดับคิวที่จะตรวจสอบงาช้างคู่ดังกล่าว จนกระทั่งมีการตรวจพบที่บ้านพักของนายเปรมชัย เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จึงแจ้งดำเนินคดีกับนางคณิตา ในข้อหามีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 รวมถึงนายเปรมชัยและ น.ส.วันดี ซึ่งเป็นผู้เซ็นชื่อรับรองเป็นพยานว่าเป็นงาช้างบ้าน ในข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
         ขณะที่ พ.ต.อ.มงคลกล่าวว่า ขณะนี้มี 3 บุคคลที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาคือ นางคณิตา, นายเปรมชัย และ น.ส.วันดี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบประวัติของ น.ส.วันดี ว่าเป็นข้าราชการ พนักงานบริษัทเอกชน หรือมีการรู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายเปรมชัยหรือไม่ โดยพนักงานสอบสวนได้นัดให้นายเปรมชัย พร้อมนางคณิตาและ น.ส.วันดี เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 14 มี.ค.นี้
     ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดกิจกรรม “เสือดำต้องไม่ตายฟรี” โดยกลุ่มกราฟฟิตี้จับคู่กำแพงกับศิลปินที่ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เยื้องตึกบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด ว่าระหว่างที่จัดกิจกรรมอยู่นั้น ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบกิจกรรมดังกล่าว พร้อมเข้าพูดคุยกับทางเจ้าของบ้านที่อนุญาตให้ใช้กำแพงบ้านดังกล่าว
         อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าว อ้างว่ามาสังเกตการณ์สถานการณ์ ตรวจสอบความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร นอกจากนี้ยังเข้าสอบถามทางเจ้าของบ้านว่ามีการอนุญาตให้ใช้กำแพงหรือไม่ เนื่องจากหากไม่มีการขออนุญาต อาจเข้าข่ายทำให้เสียทรัพย์หรือเสียภูมิทัศน์ในบริเวณดังกล่าวหรือไม่ ถ้าเจ้าของบ้านยินยอมก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
        ด้านตัวแทนเพจ A CALL for Animal Rights Thailand ที่จัดกิจกรรมดังกล่าว ยืนยันว่า เจ้าของบ้านอนุญาตให้ใช้กำแพงอย่างถูกต้อง ก่อนที่จะมาวาดภาพก็ได้ส่งภาพให้ทางเจ้าของบ้านตรวจสอบด้วยว่าทางเจ้าของบ้านยินยอมหรือไม่ ซึ่งภาพนั้นยืนยันว่าไม่กระทบต่อบุคคลใด
         “ตำรวจมาทำอย่างนี้เราไม่โอเค เราแค่วาดภาพเหมือนการทาสีบ้าน เราเพียงต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้สัตว์ป่ามันผิดหรือ เราสนับสนุนการแสดงออกที่ถูกต้อง ไม่สนับสนุนการฉีดพ่นกำแพงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งลูกชายเจ้าของบ้านเป็นผู้ติดต่อมา เราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าของบ้านอ้างว่าตำรวจเข้ามาถามว่าถ้าถูกฟ้องร้องจะทำอย่างไร” ตัวแทนเพจกล่าว
    อย่างไรก็ตาม มีชายสวมใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้านำแผ่นป้ายภาพรูปเสือดำที่ถูกยิงเสียเลือด และกำลังร้องไห้ 2 ตัวมาวางไว้ที่ด้านหน้าอาคารอิตัลไทย ทาวเวอร์ ชายคนดังกล่าวขอไม่เปิดเผยชื่อ โดยระบุเพียงว่าตนเองเป็นศิลปินอิสระ และทำเรื่องดังกล่าวเพียงคนเดียว จากนั้นประมาณ 10 นาที เจ้าหน้าที่อาคารอิตัลไทยได้ให้แม่บ้านนำแผ่นป้ายรูปเสือดำออกจากหน้าอาคารทันที
    ที่ห้องประชุม 2 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 13.00 น. มีการจัดงานสัมมนา “เวทีประชาชนกล่าวหา-ตรวจสอบการคอร์รัปชัน” โดย คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และเครือข่ายภาคประชาชน 
    นายสมัคร ดอนนาปี อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรณีการล่าสัตว์ในอุทยานแห่งชาติมีมาตั้งแต่ในอดีต แต่ไม่มีใครกล้านำมาเปิดเผย ซึ่งกรณีการยิงเสือดำ เกิดเรื่องมาแล้วก่อนที่จะเป็นข่าวถึง 4 วัน แต่ระหว่างนั้นตัวอธิบดีเองกลับไม่กล้าพูดอะไร เพราะกลัวให้ข้อมูลผิดพลาด อย่างไรก็ตาม จากการที่ตนเคยทำงานร่วมกับนายวิเชียรมา ขอยืนยันว่านายวิเชียรเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเด็ดขาดและเอาจริงเอาจัง
    ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตนไม่เชื่อมั่นในตัวพนักงานสอบสวนที่ทำคดีกรณีการล่าสัตว์ป่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวรและการครอบครองงาช้างของนายเปรมชัย เช่นเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ ภายใต้การกำกับควบคุมของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ด้วยตนเอง ยิ่งทำให้ตนไม่ไว้วางใหญ่มากกว่าเดิม ทั้งที่เวลาผ่านไปกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ยังคงไม่มีความคืบหน้า ซึ่งตนเตรียมจะไปยื่นหนังสือต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 13 มี.ค. เพื่อขอให้เปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่รับผิดชอบให้ดีเอสไอดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 เพราะกรณีดังกล่าวเข้าองค์ประกอบกฎหมายข้างต้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรณีเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น.


 


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?