“รมว.ศธ.” เร่งขุดจุดอ่อน เด็กสายอาชีพ ชี้ผู้ประกอบการสะท้อน ขาดความอดทน ระเบียบวินัย ความรู้เทคโนโลยี ภาษา 


   

 
23ก.ย.62-ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ชลบุรี - สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมสัมมนาจัดทำฐานข้อมูลกำลังคนด้านอุตสาหกรรมของสถานประกอบการญี่ปุ่น โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ “กำลังคนอาชีวศึกษาในเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมไทย” ว่า ตนขอเป็นตัวแทนรัฐบาล  ในการเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยการสร้างแรงงานฝีมือในอนาคตเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรม ซึ่งพื้นที่จ.ชลบุรี ถือว่ามีภาคอุตสาหกรรมจากประเทศญี่ปุ่นมาลงทุนธุรกิจค่อนข้างมาก ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เอง มีหน้าที่สำคัญในการผลิตบุคลากร และการเตรียมกำลังคนให้มีคุณภาพ เพื่อที่จะใช้เป็นฐานข้อมูลป้อนให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่อีอีซี โดยจะทำให้ผู้ประกอบการไม่เสียโอกาสในการรับคนเข้าทำงาน และสานต่อการลงทุนในประเทศไทยได้

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้สะท้อนเรื่องการผลิตกำลังคนของอาชีวะพบว่า เด็กอาชีวะยังมีจุดอ่อนอยู่หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นความอดทน ความมีระเบียบวินัย เทคโนโลยี ภาษา และการผลิตผู้เรียนไม่ตรงกับสาขาความต้องการ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือโจทย์ใหญ่ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะต้องไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขทั้งระบบ รวมถึงวิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่งจะต้องปรับกระบวนการเรียนการสอนให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จะมาลงทุนในประเทศไทยอาจขาดหายไปได้ ซึ่ง สอศ.จะต้องยกระดับการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาให้เห็นเป็นผลงานเชิงประจักษ์ ขณะเดียวกันโครงการทวิภาคีจะต้องมีการวิเคราะห์แผนการดำเนินการออกมาให้เห็นด้วยว่าเด็กเรียนจบแล้วทำงานได้จริงและเป็นไปตามความต้องการของสถานประกอบการหรือไม่

“ขณะนี้ศธ.กำลังมีปัญหาในการเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆระหว่างหน่วยงาน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะการได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ประกอบการในพื้นที่อีอีซีจะทำให้เราได้เตรียมความบุคลากร ซึ่งผมวางแผนว่าจะต้องมีการเตรียมความพร้อมกำลังคนเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานตั้งแต่ระดับประถมศึกษาทั้งการเรียนภาษา และเทคโนโลยีให้มีความเข้มข้นมากขึ้นดังนั้นผมมั่นใจว่าหากการเตรียมบุคลากรให้มีคุณภาพแล้วจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของผู้ประกอบการมากขึ้น”รมว.ศธ. กล่าว
 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว