งบหมื่นล้านเยียวยาหลังน้ำลด


   

 "บิ๊กตู่" เผยเตรียมงบหลายหมื่นล้านเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด "ประวิตร" นั่งหัวโต๊ะเร่งรัดมาตรการฟื้นฟูช่วยเหลือ ปชช.เร็วที่สุด "มท." ประกาศยกระดับจัดการสาธารณภัยระดับ 3  ดูแล 4 จว.น้ำท่วมและพื้นที่คลี่คลายแล้ว "กรมอุตุฯ" เตือน 20 จว.ฝนตกหนักต่อเนื่องอีก 1 วัน "หญิงหน่อย" ปูดงบภัยแล้ง 200 ล้านบาทมีกลิ่นไม่ชอบมาพากล 

    ที่โรงแรมพลาซา แอทธินี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 23 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพบคนไทยในชุมชนสหรัฐฯ ถึงสถานการณ์อุทกภัยในไทยว่า ประเทศเจอพายุ 2 ลูก น้ำท่วม 30 กว่าจังหวัด แต่ตอนนี้เหลือแค่ 4 จังหวัด รัฐบาลต้องรอให้น้ำลดลงเพื่อตรวจสอบความเสียหายทั้งหมดอย่างรัดกุม ก่อนอนุมัติงบลงไปเพราะเป็นเงินภาษี รัฐบาลไม่มีเงิน ภาษีทั้งนั้น เราต้องช่วยกันเป็นจิตอาสา เราช่วยเงินน้ำท่วม นี่แหละประเทศไทยที่อื่นเขาไม่บริจาคกันมากขนาดนี้ คืนเดียวได้มา 200-300 ล้านบาท คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงก็ได้มาหลายร้อยล้านบาทเหมือนกัน เขาก็ทำของเขา รัฐบาลก็ทำของรัฐบาล ช่วยเหลือกันไป  รัฐบาลต้องเก็บเงินไว้หลายหมื่นล้านบาทเพื่อเยียวยาหลังจากนี้ ไม่อย่างนั้นเขาอยู่ไม่ได้หลังน้ำท่วม 
    "หลายคนบอกว่าทำไมไม่ทำง่ายๆ เอาเงินออกมาจ่ายประชาชนเลย จะจ่ายไปทำอะไรตอนนี้ ช่วงระหว่างประสบภัยต้องมีอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย แหล่งพักพิง แต่ปรากฏว่าเตรียมที่พักพิง มีห้องแอร์ให้ เขาก็ไม่ไปเพราะชอบไปอยู่บนถนน เพราะคนผ่านไปผ่านมาเยอะดี มีคนมาเยี่ยมบ่อย นี่คือคนไทย  แต่ส่วนตัวไปว่าเขาไม่ได้ ยืนยันนายกฯ ไม่เคยไปสั่งรื้อใครทั้งสิ้น เพราะไปคนละเส้นทางกับที่เอาภาพมาออก โดยเกิดจากสื่อแต่ไม่โทษใครทั้งนั้น ก็ทำความเข้าใจ เพราะภายในประเทศไม่ได้มีปัญหากับประชาชน ไปที่ไหนก็ต้อนรับทุกทีเรียกลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ส่วนที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
    พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้หารือเพื่อเร่งรัดเรื่องการฟื้นฟู และรายละเอียดต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ส่วนการสร้างความเข้าใจที่ยังมีประชาชนร้องเรียนอยากให้รัฐบาลดำเนินการให้รวดเร็วกว่านี้นั้น เราก็พยายามทำให้เร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด
ยกระดับจัดการสาธารณภัย
    "เราทุ่มเททุกอย่างให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และต้องเร่งรัดให้เร็วด่วนที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้กลับบ้านโดยเร็ว และเราเตรียมการในอนาคตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้ง ความจริงทั้งรัฐบาลนี้และรัฐบาลที่แล้วก็ดำเนินการอยู่แล้วและจะทำต่อไปให้ดีที่สุด มีแผนจัดการเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมน้ำแล้งในอนาคต" พล.อ.ประวิตรกล่าว
    รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนและเรียกร้องให้ช่วยเหลือ โดยเฉพาะการพักชำระหนี้นั้นต้องดูก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณกระทรวงการคลังได้ดำเนินการแล้ว รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่จะออกมา กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบในการแถลงนโยบายในการช่วยเหลือประชาชน
    ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงการยกระดับการจัดการสาธารณภัยเป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) ว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือที่ยังเกิดสถานการณ์อยู่ใน 4 จังหวัด และส่วนที่สถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว โดยทั้ง 2 ส่วนจะต้องหารือบูรณาการการปฏิบัติ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เช่น การระบายน้ำ การสัญจร การกินอยู่ของประชาชนในศูนย์พักพิง เราจะกระชับให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด 
    "ขณะนี้เราเริ่มสำรวจในพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูแล้ว คือทำทั้งหมดไปพร้อมกัน จะต้องแล้วเสร็จอย่างช้าไม่เกินกลางเดือน ต.ค.หรือเร็วกว่านั้น ถ้าพื้นที่ใดเสร็จแล้วก็สามารถเสนอขึ้นมาได้เลย เราจะจัดหน่วยงานลงไป แต่ต้องขอดูปริมาณงานก่อน และอีกสิ่งที่ต้องเร่งคือระดับนโยบายที่จะต้องขออนุมัติงบเป็นพิเศษหรือไม่ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นถนนพัง ทำนบพัง ระบบระบายน้ำที่มีทรายมาทับถม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อช่วยเหลือประชาชน" รมว.มหาดไทยกล่าว
    ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ เรื่องการสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาตามกฎหมาย ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่หลายพื้นที่แล้วและพร้อมที่จะเยียวยาได้เลย แต่ปัญหาในขณะนี้คือจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธรยังสำรวจความเสียหายไม่ได้ โดยเฉพาะอุบลฯ เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำสูง ซึ่งเราได้เตรียมพร้อมอยู่แล้วและสามารถปฏิบัติการได้ทันที
    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานรีบเข้าช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้หลังน้ำลดเร็วที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นอกจากเร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเพื่อจ่ายเงินชดเชยแล้ว ยังได้เตรียมเสนอโครงการแจกเมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้น้ำน้อยแต่ใช้เวลาเพาะปลูกไม่นาน เช่น เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยจะประกันราคาเพื่อให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่าจะมีรายได้เลี้ยงชีพ 
    "ที่สำคัญจะผลักดันโครงการโคขุนสร้างรายได้ โดยภาครัฐจะเป็นผู้สนับสนุนเงินกู้และเครื่องผสมอาหารตามสูตรของกรมปศุสัตว์ ซึ่งในระยะยาวหากเกษตรกรจะหันมาเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพหลักก็มีโอกาสสร้างรายได้มาก เนื่องจากมีโอกาสส่งผลิตภัณฑ์เนื้อไปต่างประเทศ" น.ส.รัชดากล่าว
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ร่วมพิธีลงนามความเข้าใจเพื่อการเสริมสร้างทักษะและเพิ่มพูนความรู้ด้านจิตวิทยาแก่บุคลากรกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการดูแลผู้ประสบปัญหาทางสังคมระหว่างบุคลากรกระทรวง พม.และกระทรวง สธ.
20 จว.ฝนตกหนักอีก 1 วัน
    นายอนุทินกล่าวว่า การลงนามระหว่างกันเพื่อจะเยียวยาสภาพจิตใจของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเป็นการส่งคนของกรมสุขภาพจิตไปอบรมเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ส่วนการเยียวยาประชาชนภายหลังน้ำลดนั้น กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยเฉพาะการรับมือกับการแพร่ของเชื้อโรคที่จะมาภายหลังน้ำลด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีความคุ้นเคยกับสถานการณ์เหล่านี้ เรามีความพร้อมทั้งยารักษาโรค แพทย์ สถานบริการด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามและแก้ไขสถานการณ์ที่จำเป็นและเร่งด่วน
    "สธ.จะดูแลรักษาสภาพจิตใจและร่างกายของประชาชนที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพราะต้องการให้สุขภาพจิตและกายของประชาชนกลับมาแข็งแรง โดยมีหน่วยสุขภาพจิตหรือเอ็มแคต ที่ประกอบด้วยนักจิตวิทยาและจิตแพทย์เข้าหาชาวบ้าน เพื่อพูดคุยเยียวยาสภาพจิตใจ เพราะที่ผ่านมาประชาชนเกิดภาวะเครียดเป็นร้อยราย และเครียดอย่างหนักจากสถานการณ์ดังกล่าว 22 ราย ซึ่งได้รับรายงานจากอธิบดีกรมสุขภาพจิตว่าประชาชนทุกรายมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป" นายอนุทินกล่าว
    วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 16 เรื่อง "สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน" มีผลกระทบจนถึงวันที่ 26 ก.ย. ระบุว่าบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก  ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งต่อไปอีก 1 วัน ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนลดลง สำหรับในช่วงวันที่  23-26 ก.ย.62 ประเทศไทยตอนบนปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป
    โดยจังหวัดที่มีผลกระทบฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งมีดังนี้ ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี  กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง  จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
    ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคได้ข้อมูลจาก ส.ส.ขอนแก่น แม้น้ำจะลดลงแล้ว ชาวบ้านเริ่มอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ ทำให้ชาวบ้านเริ่มซึมเศร้า คิดมากว่าจะหาเงินที่ไหนมาซ่อมบ้าน มาซื้อเมล็ดพันธุ์เพาะปลูก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาด้วย 
    "ส.ส.ของพรรคยังได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณช่วยเหลือเรื่องภัยแล้งกว่า 200 ล้านบาทต่อจังหวัด มีข่าววิ่งเต้น มีข่าวความไม่ชอบมาพากล โดยเราจะแจ้งเบาะแสนี้ไปให้รัฐบาลทราบ วันนี้ชาวบ้านทุกข์มากอยู่แล้ว ขออย่าไปซ้ำเติมชาวบ้าน ขอให้มีใช้งบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน