สภาสหรัฐลงมติจวก 'ทรัมป์' ถอนทหารปล่อยตุรกีขยี้เคิร์ด


   

ส.ส.รีพับลิกันร่วมมือกับเดโมแครตลงมติประณามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนทหารอเมริกันพ้นชายแดนซีเรียเปิดทางให้ตุรกีรุกข้ามแดนบดขยี้กองกำลังเคิร์ดในซีเรีย ด้านทรัมป์อ้างไม่ได้ไฟเขียว ย้อนพวกเคิร์ดไม่ใช่เทวดา และกบฏพีเคเคเลวร้ายกว่าไอเอส

นางแนนซี เพโลซี (กลาง) พร้อมด้วย ส.ว.ชัค ชูเมอร์ (ขวา) และ ส.ส.สเตีนี ฮอยเออร์ เดินออกจากทำเนียบขาวภายหลังประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพุธ / AFP

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคมว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติเสียงข้างมาก 354 ต่อ 60 เสียงเมื่อวันพุธ ผ่านญัตติประณามการตัดสินใจของทรัมป์ ที่สั่งถอนทหารอเมริกันออกจากชายแดนทางเหนือของซีเรีย โดยมี ส.ส.รีพับลิกัน 129 คนร่วมลงมติเห็นชอบด้วย ญัตติของสภาล่างสหรัฐยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีหยุดปฏิบัติการทางทหารต่อกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียทันที

    ขณะเดียวกัน มีสัญญาณบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงระหว่างทรัมป์กับสภาคองเกรส ซึ่งกำลังไต่สวนเพื่อเดินหน้ากระบวนการถอดถอนเขา เมื่อ ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต และชัค ชูเมอร์ แกนนำ ส.ว.เดโมแครตเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา วอล์กเอาต์จากการประชุมกับทรัมป์ในทำเนียบขาวที่มีการโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน

    ชูเมอร์กล่าวว่า ทรัมป์เรียกเพโลซีว่าเป็นนักการเมืองชั้นสาม ส่วนเพโลซีบอกว่าทรัมป์สติแตก ขณะที่ทรัมป์ใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางระบายอารมณ์ โดยกล่าวหาเพโลซีเช่นกันว่า สติแตกและต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน ทรัมป์นำภาพเพโลซียืนชี้หน้าเขากลางวงประชุมมาลงในทวิตเตอร์ด้วย แต่ภาพนั้นกลับเป็นภาพที่เดโมแครตยกย่องว่าเธอยืนหยัดต่อสู้กับทรัมป์

    เมื่อวันพุธ ทรัมป์ปฏิเสธอีกครั้งว่า เขาไม่ได้ "ไฟเขียว" ให้แอร์โดอันเปิดปฏิบัติการโจมตีเคิร์ด หลังจากทั้งคู่คุยโทรศัพท์กันก่อนหน้าที่ทรัมป์จะถอนทหารอย่างปุบปับ แต่ทรัมป์บอกว่าเขาไม่ประหลาดใจ เพราะแอร์โดอันอยากทำแบบนี้มานานแล้ว และวางกำลังทหารประชิดชายแดนซีเรียมาช้านาน " ผมเขียนจดหมายทันทีหลังการสนทนา เป็นจดหมายที่ทรงพลังมาก" ทรัมป์คุย

    ในจดหมายที่ส่งถึงแอร์โดอัน ลงวันที่ 9 ตุลาคม วันเดียวกับที่ตุรกีเปิดฉากรุกข้ามแดนซีเรีย ทรัมป์เตือนผู้นำตุรกีว่า คงไม่อยากรับผิดชอบกับการเข่นฆ่าประชาชนนับพันนับหมื่นคน และเรียกร้องแอร์โดอันว่าอย่าได้ทำตัวเป็นคนโหดหรือคนโง่ อย่างไรก็ดี บีบีซีรายงานอ้างแหล่งข่าวในทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีว่า แอร์โดอันไม่แยแสจดหมายนี้และโยนทิ้งลงถังขยะ

    ทรัมป์บอกกับนักข่าวด้วยว่า เขามองว่าสถานการณ์ชายแดนตุรกีกับซีเรียนั้นเป็นความยอดเยี่ยมทางยุทธศาสตร์สำหรับสหรัฐ ทหารอเมริกันไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ทหารของเราปลอดภัย ตุรกีและซีเรียต้องจัดการปัญหากันเอง ที่นั่นไม่ใช่ชายแดนของสหรัฐ และไม่ควรเอาชีวิตทหารอเมริกันไปทิ้งที่นั่น

    เขายังดูแคลนความวิตกเรื่องการหลบหนีของนักโทษรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เคิร์ดควบคุมตัวไว้ว่า เรื่องพวกนี้เป็นความพยายามดึงให้สหรัฐกลับไปที่นั่น

    นักวิจารณ์หลายคนเตือนว่า หากนักโทษไอเอสหลบหนีได้จะเปิดโอกาสให้ไอเอสตั้งกลุ่มใหม่อีกครั้ง หลังจากโดนกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่เคิร์ดเป็นผู้นำ และกองกำลังผสมนานาชาติที่สหรัฐเป็นผู้นำ พิชิตได้เมื่อต้นปีนี้

    ตุรกีโทษว่า กองกำลังเคิร์ดวายพีจีที่เป็นผู้นำเอสดีเอฟ เป็นพวกเดียวกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) ที่ตุรกีถือว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายและก่อความไม่สงบอย่างนองเลือดในตุรกีมานับแต่ปี 2527

    ทรัมป์ถูกตำหนิ แม้แต่โดยพันธมิตรร่วมพรรครีพับลิกัน ว่าทอดทิ้งสหายร่วมรบเหล่านี้ แต่เขายังคงไม่ใส่ใจ เมื่อวันพุธ ทรัมป์ดูถูกนักรบเคิร์ดว่า "ไม่ใช่เทวดา" พวกเขารู้วิธีต่อสู้ ส่วนพีเคเคซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเคิร์ดนั้น "อาจจะ" เป็นภัยก่อการร้ายที่คุกคามยิ่งกว่าไอเอส.


"สัสสส......"! ต้องบอกว่า "บัดซบมาก" ตอนศาลให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหา ถามอะไรก็ตอบแต่ว่า "ผมจำไม่ได้..ผมจำไม่ได้"

คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา