เผยผลประเมิน 'ปิซา2018' เด็กจีนข่มตะวันตก


เพิ่มเพื่อน    

โออีซีดีเผยแพร่ผลการประเมินทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนวัย 15 ปีใน 79 ประเทศ และเศรษฐกิจทั่วโลกประจำปี 2018 เมื่อวันอังคาร พบเด็กจีนและสิงคโปร์ทำคะแนนได้ดีกว่าเด็กในโลกตะวันตกที่มีความได้เปรียบกว่าทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

    โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) จัดทำทุกๆ 3 ปี โดยการสอบเมื่อปี พ.ศ.2561 นั้นจัดขึ้นใน 37 ประเทศสมาชิกโออีซีดี และอีก 42 ประเทศและเศรษฐกิจ มีนักเรียนอายุ 15 ปี ทั้งสิ้น 600,000 คน จากประเทศและเศรษฐกิจเหล่านี้เข้าร่วมทำบททดสอบเป็นเวลา 2 ชั่วโมง

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม กล่าวว่า ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวันเดียวกันนี้ชี้ว่า ทักษะการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้ปรับปรุงขึ้นเลยจากเมื่อ 2 ทศวรรษก่อนที่เริ่มทำการสำรวจ ในขณะที่เด็กจีนยังคงทำคะแนนได้ดีเช่นเคยจากการทดสอบทักษะทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการอ่าน, คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเด็กจีนที่สำรวจในกรุงปักกิ่ง, นครเซี่ยงไฮ้, มณฑลเจียงซู และมณฑลเจ้อเจียง มีคะแนนในอันดับ 1 เหนือกว่าเด็กๆ ในโลกตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด โดยอันดับ 2 ซึ่งปีนี้วัดจากคะแนนทักษะด้านการอ่านเป็นหลักนั้น คือสิงคโปร์ ตามด้วยเขตปกครองพิเศษมาเก๊าและฮ่องกงของจีน

    ทักษะด้านการอ่านที่โออีซีดีว่าเป็นตัวบ่งชี้หลักของศักยภาพด้านการศึกษานั้น ประเทศที่เป็นสมาชิกโออีซีดีที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดรองจากฮ่องกงคือเอสโตเนีย ประเทศเล็กๆ ในกลุ่มบอลติก ตามด้วยแคนาดา, ฟินแลนด์ และไอร์แลนด์

    อังเคล กูร์เรีย เลขาธิการโออีซีดี กล่าวว่า นักเรียนจาก 4 ภูมิภาคของจีนที่สำรวจทำคะแนนทิ้งห่างนักเรียนจากระบบการศึกษาอื่นๆ ทั้ง 78 แห่ง และที่สำคัญ ร้อยละ 10 ของนักเรียนจากภูมิภาคเหล่านี้ที่เสียเปรียบด้านเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุด กลับมีทักษะการอ่านที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนในกลุ่มโออีซีดี และมีทักษะใกล้เคียงกับร้อยละ 10 ของนักเรียนในกลุ่มที่มีความได้เปรียบมากที่สุดจากบางประเทศในกลุ่มโออีซีดี

    เขาย้ำด้วยว่า มณฑลและเขตปกครอง 4 แห่งในภาคตะวันออกของจีนที่สำรวจนี้ยังไม่ใช่ตัวแทนของประเทศจีนทั้งหมด แต่ภูมิภาคเหล่านี้มีประชากรรวมกันถึง 180 ล้านคน และขนาดของแต่ละภูมิภาคนั้นก็เทียบได้กับประเทศในโออีซีดี

    กูร์เรียกล่าวถึงประเทศที่พัฒนาแล้วในกลุ่มของโออีซีดีด้วยว่า ผลลัพธ์ที่ออกมา "น่าผิดหวัง" และสมาชิกส่วนใหญ่นั้นก็ "ผลงานของนักเรียนไม่ได้ปรับปรุงขึ้นเลย" นับจากการสำรวจปิซาครั้งแรกเมื่อปี 2543 ทั้งที่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาประเทศโออีซีดีเหล่านี้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษามากขึ้นกว่า 15%

    คะแนนของนักเรียนในกลุ่มโออีซีดีทั้ง 3 ด้านยังคงเดิมเหมือนกับสำรวจครั้งที่ผ่านมาในปี 2558 แต่บางประเทศที่อยู่นอกโออีซีดีมีพัฒนาการต่างไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น แอลเบเนีย, เอสโตเนีย, เขตปกครองมาเก๊า, เปรู และโปแลนด์ ที่มีคะแนนดีขึ้นในทักษะ 2 ด้านจาก 20 ปีก่อน

    รายงานของโออีซีดียังชื่นชม, บราซิล, อินโดนีเซีย, เม็กซิโก, ตุรกีและอุรุกวัย ที่มีเด็กวัย 15 ปีเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษามากขึ้นโดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของการจัดการการศึกษา.

    ในส่วนของไทยนั้น จากตารางแสดงคะแนนทักษะทั้ง 3 ด้าน ซึ่งระบุค่าเฉลี่ยไว้ที่ด้านการอ่าน 487 คะแนน และคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ 489 คะแนนเท่ากัน เด็กไทยทำคะแนนได้ 393, 419, 426 ตามลำดับ เทียบกับของจีนที่เป็นอันดับ 1 มีคะแนน 555, 591, 590 ตามลำดับ ขณะที่สิงคโปร์มีคะแนน 549, 569, 551 ส่วนในภูมิภาคอาเซียน นอกจากสิงคโปร์ ไทยเป็นรองมาเลเซียและบรูไนด้านทักษะการอ่าน แต่ยังดีกว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.