'หลวงไก่-นุช วิลาวัลย์'ตัวอย่างคนไม่อายทำกิน


เพิ่มเพื่อน    

 

           ถึงแม้อาชีพหลักจะเป็นดาราเป็นนักร้องอยู่แล้ว แต่ศิลปินค่ายอาร์สยาม ก็ไม่เคยอายทำกิน และไม่หมิ่นเงินน้อย พยายามทำมาค้าขายหาอาชีพมาเสริมรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ตัวอย่างพี่ใหญ่ในวงการ หลวงไก่ อาร์สยาม เจ้าของซิงเกิ้ลคู่ล่าสุด หิดถิ  ที่แม้จะเคยทดลองทำธุรกิจมาหลายผลิตภัณฑ์ จนล้มเลิกไปก็หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยท้อถอยขอเปิดกิจการใหม่ หลวงไก่ ไก่ย่าง  สูตรสมุนไพร ที่ทุ่มลงทุนสุดตัวทั้งขายด้วยตัวเองที่บ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช และขายแฟรนไชส์ ที่ให้ทุกอย่างทั้งถังแช่ไก่ หม้อไฟฟ้า เตาย่าง เตาอุ่น ตู้รถเข็น ไปจนถึงเขียงกับมีดปังตอสับไก่กันเลยทีเดียว

          โดย หลวงไก่ เผยว่า “ผมเป็นคนชอบคิดชอบทำธุรกิจค้าขายครับ เคยทำตั้งแต่ขายปุ๋ย ปลากระป๋อง ต้นพันธุ์กาแฟ จนมาถึงล่าสุดขายตามชื่อตัวเองเลย หลวงไก่ ไก่ย่าง ไก่ย่างสูตรสมุนไพร มีน้ำหมักไก่ และน้ำจิ้มที่เป็นสูตรเฉพาะของผมเลยครับ ใครสนใจติดต่อแฟรนไชส์ได้ที่ผมโดยตรง ส่วนงานเพลงงานโชว์คอนเสิร์ตก็ยังรับปกติเป็นอาชีพหลัก ยังไม่คิดเลิกครับ ”

          ส่วนหมอลำสาวเสียงสวรรค์ นุช วิลาวัลย์ อาร์สยาม  เจ้าของผลงานล่าสุด สิเอาให้ได้ และ โสดโสตาย  ที่ยอดวิวทะลุ 80 ล้านไปแล้ว ก็ถือโอกาสเปิดร้าน แซ่บตาสวด ย่านถนนเมืองเอก มหาวิทยาลัยรังสิต ขายอาหารประเภทก๋วยจั๊บ สารพัดยำ และส้มตำนัวๆ แถมให้ครอบครัวทั้งคุณพ่อคุณแม่ และพี่ชายมาช่วยดูแลกิจการ เพื่อจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาในกรุงเทพฯ

          นุช วิลาวัลย์ เปิดใจว่า “นุชอยากมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเองค่ะ เพราะอนาคตก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในจุดนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าแฟนเพลงจะยังให้การต้อนรับเราอีกนานไหม และก็อยากให้พี่ชายทั้ง 2 คนมีอาชีพ ที่แบบไม่ใช่พนักงานประจำ เพื่อที่จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวให้ได้มากที่สุด เพราะพ่อแม่ก็เริ่มอายุมากแล้ว ยิ่งให้พ่อแม่ได้มาช่วยทำงานด้วย ก็เหมือนท่านจะมีความสุขที่ได้อยู่กับลูกๆ ถือว่าเป็นกำลังใจ ต่ออายุให้พ่อกับแม่ และได้ทั้งเงินเพิ่ม ได้ทั้งความสุขในครอบครัวด้วยค่ะ”

 

 

 

 

 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'