'วัชระ'จี้นายกฯสั่ง2อธิบดีเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่องสหกรณ์รถไฟก่อนเจ๊งลามไปสหกรณ์อื่น


เพิ่มเพื่อน    


27ธ.ค.62-เมื่อเวลา10.30น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทยทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโดยยื่นผ่านนายสมพาส  นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมตรีเป็นผู้รับเรื่อง เพื่อขอให้เร่งพิจารณาให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์(นายพิเชษฐ์พิริยะพาหะ)ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ถอดถอนคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ และอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (นายโอภาส ทองยงค์) ผ่อนผันการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ โดยระบุว่า ในฐานะที่ตนเอง ได้รับการร้องขอจากสหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทย ที่เป็นสหกรณ์เจ้าหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ว่า
1. สหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ  ซึ่งเป็นกลไกหลักในการช่วยเหลือบุคลากรของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งด้านการเงิน การออม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต กำลังประสบปัญหาการดำเนินงานและขาดสภาพคล่องทางการเงิน มีภาระที่จะต้องติดตามหนี้สินจากอดีตกรรมการสหกรณ์ฯ คืนมากว่า 2,300 ล้านบาท ตลอดจนต้องชำระหนี้เงินฝากและหนี้เงินกู้ยืมคืนแก่สหกรณ์ภายนอกรวมกว่า 15 สหกรณ์ แยกเป็นหนี้เงินฝาก ประมาณ 2,270 ล้านบาท และหนี้เงินกู้ประมาณ 816 ล้านบาท
2. ปัญหาการดำเนินงานภายในของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ โดยเฉพาะกรณีสหกรณ์อนุมัติให้กรรมการสหกรณ์กู้ยืมเงินไปกว่า 2,300 ล้านบาท อย่างผิดระเบียบต่อเนื่องยาวนานจนเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์ และการสั่งปลดคณะกรรมการสหกรณ์ในขณะนั้นและแต่งตั้งคณะกรรมการสหกรณ์ชุดชั่วคราวเข้าไปบริหารงาน การกู้ยืมเงินที่ผิดระเบียบดังกล่าว เป็นการอนุมัติให้กู้ยืมโดยอาศัยมติคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟในขณะนั้น ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์ทราบเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ใช้อำนาจสั่งเพิกถอนมติดังกล่าวแต่อย่างใด
3. คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ชุดชั่วคราว เข้ามาบริหารสหกรณ์ เพียงชั่วคราว และพยายามเน้นการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ โดยพยายามเจรจากับสหกรณ์เจ้าหนี้เงินฝากและสหกรณ์เจ้าหนี้เงินกู้เพื่อยืนยันยอดหนี้ ปรับแผนชำระคืนเงินฝากและ เงินกู้ พร้อมทั้งลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือและความช่วยเหลือจากบรรดาสหกรณ์เจ้าหนี้ด้วยดี โดยมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างกัน ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ลงนามโดยประธานกรรมการและผู้จัดการ สหกรณ์ตามข้อบังคับ และสหกรณ์เจ้าหนี้ลงนามโดยกรรมการตามข้อบังคับ
4. ต่อมา คณะกรรมการสหกรณ์ชุดชั่วคราวจึงจัดประชุมใหญ่เมื่อกลางปี 2561 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสหกรณ์ชุดใหม่ขึ้นมาบริหารงานสหกรณ์ต่อไป เมื่อสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จากัด มีคณะกรรมการชุดใหม่แล้ว ปรากฏว่ามีการปฏิบัติงาน เพื่อสิทธิการเบิกจ่ายค่าตอบแทนอย่างไม่ถูกต้อง มีการนำเครือญาติเข้ามาทางานในสหกรณ์ด้วยอัตราค่าตอบแทนที่สูง ละเลยต่อการติดตามหนี้เงินกู้ (มีหลักประกัน) จากอดีตกรรมการสหกรณ์ จำนวน 2,300 ล้านบาท กลับคืนสู่สหกรณ์ เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินอันถือเป็นเรื่องสำคัญ และเร่งด่วนที่สุดของสหกรณ์ในขณะนี้ ตลอดจนการละเลย และประวิงเวลาในการจัดการทางการเงินให้แล้วเสร็จ (ไม่สามารถปิดบัญชีและจัดทางบการเงินได้มาแล้ว 2 ปี และกำลังย่างเข้าสู่ปีที่3 ติดต่อกัน จนกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ต้องยุติการสอบบัญชีและการตรวจงบการเงินจนกว่าสหกรณ์จะพร้อมให้ตรวจสอบ
5. คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟชุดปัจจุบัน ยังจงใจหาเหตุที่จะปฏิเสธการชำระหนี้จากสหกรณ์เจ้าหนี้เงินกู้ทั้ง5 สหกรณ์ (จากทั้งหมด6สหกรณ์) เป็นเงินกว่า 783 ล้านบาท เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบโดยอ้างว่าสัญญากู้ยืมเงินไม่สมบูรณ์เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ต้องลงนามโดยกรรมการเท่านั้น แต่ผู้จัดการสหกรณ์ไม่ร่วมลงนามในสัญญาในฐานะผู้แทนสหกรณ์ด้วย ซึ่งไม่ชอบด้วยข้อบังคับ จึงไม่ผูกพันสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ทั้งที่สหกรณ์ได้รับเงินอยู่จริงและมีการทำบันทึกข้อตกลงรับยอดหนี้ และปรับปรุงหนี้โดยประธานกรรมการและผู้จัดการของสหกรณ์ลงนามสมบูรณ์ตามข้อบังคับแล้ว เพื่อสร้างคะแนนเสียง จากสมาชิกให้แก่ตนเองและพวกพ้อง
6. การกระทำดังกล่าวข้างต้นมีลักษณะเป็นข้อบกพร่องก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อผลประโยชน์ ของสหกรณ์และสมาชิก และส่งผลกระทบต่อบรรดาสหกรณ์เจ้าหนี้ในวงกว้าง จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 ได้พยายามใช้อำนาจสั่งการเพื่อกำกับและการส่งเสริม แต่ก็ยังไม่ประสบผลเพราะมิได้รับการปฏิบัติตาม และไม่ได้รับการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมจากผู้บริหารของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในระดับที่สูงกว่าและมีอำนาจกำกับดูแลที่มากกว่า
7. ปัญหาของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟนี้ ยืดยื้อมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว หากปล่อยไว้ให้นานกว่านี้ คาดว่าสหกรณ์อาจจะไม่ฟื้นกลับคืนมาได้ สหกรณ์เจ้าหนี้ก็พลอยจะได้รับผลกระทบตามไปด้วยทั้งเรื่องหนี้สูญและความเชื่อมั่นของสมาชิกและสภาพคล่องทางการเงินและจะกระทบเป็น ระนาบไปถึงบรรดาสมาชิกและสหกรณ์ที่มีการเชื่อมโยงกับบรรดาสหกรณ์เจ้าหนี้ 15  สหกรณ์ด้วย
8. สหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าหนี้และในฐานะผู้แทนสหกรณ์ เจ้าหนี้เงินกู้อื่น ขอความอนุเคราะห์ทั้งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (นายพิเชษฐ์ พิริยะพาหนะ) ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ และอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (นายโอภาส ทองยงค์) ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับมอบอำนาจจากนายทะเบียนสหกรณ์เพื่อขอผ่อนผันการตั้งค่าเผื่อหนี้จะสูญอันเป็นผลมาจากสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ปฏิเสธการชำระหนี้เงินกู้ แต่ปรากฏว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ปฏิเสธและแจ้งว่าเป็นอำนาจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ตามที่มอบอำนาจไปแล้ว และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ก็ปฏิเสธกลับว่ามิใช่อำนาจของตน แต่เป็นอำนาจของอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ โดยปฏิเสธเช่นนี้หลายครั้งและไม่มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ทั้งที่เคยใช้อำนาจนี้ช่วยผ่อนผันการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้แก่สหกรณ์อื่นในกรณีอื่นมาแล้ว
9. ผลจากการที่สหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทย รวมถึงสหกรณ์เจ้าหนี้เงินกู้อื่น จะต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ จะส่งผลกระทบเป็นระบบลูกโซ่ไปยังสหกรณ์อื่นอีกกว่า 32 สหกรณ์ และ 6 ชุมนุมสหกรณ์ ที่ทำธุรกรรมกับสหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทย  และบรรดาสหกรณ์เจ้าหนี้เงินกู้ สหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ตลอดจนกระทบต่อสมาชิกสหกรณ์อีกหลายหมื่นคน ท้ายที่สุด เมื่อสหกรณ์ขาดทุน สมาชิกจะแห่ถอนเงินฝากและถอนหุ้น แต่ไม่ได้รับคืนค่าหุ้นเต็มจานวน สหกรณ์จะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก และระบบสหกรณ์ขาดความเชื่อมั่น
โดยผลกระทบนี้รวมแล้วเป็นเงินกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งจะกระทบต่อประชาชน และระบบการเงินของประเทศในวงกว้าง มิใช่จากัดอยู่แต่เพียงสหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่งเท่านั้น แต่จะกระทบต่อเสถียรภาพและระบบการเงินของประเทศและความสงบเรียบร้อยของประชาชนและสังคมโดยรวม และกระทบความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ ตลอดจนสภาพคล่องของ สหกรณ์โดยรวม
ดังนั้น นายวัชระ ในฐานะผู้ได้รับการร้องขอให้เป็นผู้ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหานี้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทย จึงขอให้นายกรัฐมนตรีโปรดพิจารณา เร่งรัดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการโดยเร่งด่วน ที่สุดเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบสหกรณ์และระบบการเงินของประเทศดังนี้
1. ให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (นายพิเชษฐ์ พิริยะพาหะ) ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ใช้อานาจ ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 (4) ถอดถอนคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟโดยเร็วที่สุด และแต่งตั้งคณะกรรมการสหกรณ์ชุดชั่วคราวเข้าไปแก้ไขปัญหาสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ อย่างเด็ดขาด
2. ให้อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (นายโอภาส ทองยงค์) ซึ่งรับมอบอำนาจจากนายทะเบียนสหกรณ์ผ่อนปรนการตั้งค่าเผื่อหนี้เงินกู้สงสัยจะสูญแก่สหกรณ์ออมทรัพย์การยางแห่งประเทศไทยและสหกรณ์ เจ้าหนี้เงินกู้อย่างเร่งด่วนต่อไป
"ขอความกรุณาจากพลเอกประยุทธ์สั่งการให้อธิบดีทั้ง2กรมเร่งแก้ไขปัญหาให้สหกรณ์เจ้าหนี้ทุกแห่ง อย่าใส่เกียร์ว่างเลิกฉลองปีใหม่ แต่ให้แก้ไขปัญหาสหกรณ์ก่อนที่จะล้มและลามถึงระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ เพราะเกี่ยวเนื่องถึง 15 สหกรณ์ สมาชิกกว่า 70,000 คน ปัญหานี้ยืดเยื้อกว่า 2ปีเพราะข้าราชการเพิกเฉยไม่รับผิดชอบในหน้าที่ จึงเป็นเรื่องที่ต้องพึงบารมีพลเอกประยุทธ์ให้ช่วยสั่งการอย่างเร่งด่วนที่สุด"นายวัชระ กล่าว


สนใจกันทำไม.....?กับแถลงการณ์เนื้อหาบ่งบอก "คนถ่อย-คนเถื่อน" เขียน ถ้าระดับ "ตัวแทนประเทศ" เขียนแถลงการณ์นั้น.......

จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?