“พีระพันธุ์”ชี้กมธ.ไม่ปักธงแก้รธน.อย่างเดียว ต้องตอบให้ได้แก้ทำไม 


เพิ่มเพื่อน    

29 ธ.ค.62​ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวันที่ 14 มกราคม 2563 ซึ่งจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอาจพิจารณาข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) นั้นว่า การพิจารณามาตราดังกล่าวได้อยู่ในญัตติที่จะต้องพิจารณาอยู่แล้ว ซึ่งในฐานะประธานกมธ.ได้เตรียมแนวทางการหารือการพิจารณา โดยจะให้กรรมาธิการแสดงความคิดเห็นกันก่อน จากนั้นก็นำความคิดเห็นต่างๆ มาประมวลเพื่อเป็นกรอบในการพิจารณาศึกษา ซึ่งกรอบนี้จะเป็นกรอบการพิจารณาที่มาจากความคิดเห็นของทุกคน 


เมื่อถามว่านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ได้ฝากถึงกมธ.ชุดนี้ให้ศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้นั้น นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า แน่นอนว่าจะต้องศึกษากันอย่างจริงจัง โดยเท่าที่พูดคุยกันกมธ.ก็จะต้องดูการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ามีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง ปัญหาดังกล่าวใช่ปัญหาที่แท้จริงที่ควรจะนำมาสู่การแก้ไขใช่หรือไม่ หากเป็นปัญหาก็ต้องคิดว่าจะแก้ไขอย่างไร ดังนั้น กรรมาธิการแต่ละท่านจะต้องพูดกันให้ชัดว่าตรงนั้นตรงนี้เป็นปัญหาอย่างไร เกิดขึ้นอย่างไร แล้วคนอื่นเห็นด้วยหรือไม่รวมถึงเปิดให้แต่ละท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่


“ไม่ใช่คิดว่าจะแก้ ก็จะแก้อย่างเดียว โดยไม่รู้ปัญหาอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมต้องแก้ ไม่ใช่ว่าอยากแก้ แบบนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้น ก็จะต้องคุยกันก่อนว่าอะไรบ้างที่ควรแก้ไขบ้าง ต้องรู้ที่มาที่ไปกันก่อน ไม่ใช่จะแก้เลย โดยไม่รู้จะแก้อย่างไร เพราะอะไร” นายพีระพันธุ์ กล่าว


เมื่อถามอีกว่าการเดินหน้าศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องฟังเสียงนอกสภาฯ หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ยืนยันว่ากมธ.จะต้องฟังเสียงนอกสภาฯ ด้วย โดยเรื่องนี้ตนได้กำชับไปยังกรรมาธิการทุกท่านแล้วว่าจะต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นกันด้วย เพราะเราทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเราเอง ดังนั้น อะไรที่เกี่ยวข้องกับประชาชนไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรืออ้อม เขามีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและต้องนำมาประกอบด้วย ส่วนจะต้องรับฟังนักวิชาการ นักธุรกิจ หรือไม่นั้น ตนมองว่าก็ต้องรับฟังทุกเสียยงจากทุกภาคส่วนในฐานะที่เป็นคนไทย ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม เพราะเราไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญเฉพาะอาชีพ ดังนั้น ต้องดูภาพรวมของคนไทย ปัญหาโดยภาพรวม ไม่ใช่ดูแต่ปัญหาเฉพาะรายอาชีพของนักธุรกิจ ข้าราชการ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของคนไทยทุกคน


ผู้สื่อข่าวถามว่าภายหลังเข้ามานั่งเป็นประธานกมธ.แล้ว ยังมีเสียงท้วงติงถึงความเหมาะสมหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวย้อนถามว่า “แล้วคุณได้ยินบ้างหรือไม่ หากไม่ได้ยินก็หมายความว่าไม่มี” และกล่าวว่า ส่วนตัวก็ไม่ได้ยินใครท้วงติง และประเด็นดังกล่าวนี้ ได้พูดคุยกันเข้าใจในกมธ.แล้ว ขณะที่ตำแหน่งต่างๆ ก็จัดสรรกันลงตัวเข้าที่ ไม่มีการแข่งแย่ง ชิงตำแหน่งหรือทะเลาะกัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นด้วยดี


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.