ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธแฮ็กมือถือ'เจฟฟ์ เบโซส'


เพิ่มเพื่อน    

สถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่า ซาอุดีอาระเบียล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ของเจฟฟ์ เบโซส เจ้าของวอชิงตันโพสต์ที่เคยว่าจ้างจามัล คาช็อกกี หลังจากสื่อโยงการแฮ็กผ่านข้อความในวอตส์แอพที่เขาติดต่อกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 22 มกราคมว่า การล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ของเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัทแอมะซอน เมื่อปี 2561 ทำให้ภาพและข้อความส่วนตัวของเขาถูกสื่อแทบลอยด์ในสหรัฐนำออกมาเผยแพร่ และเป็นเหตุนำไปสู่การหย่าร้างบันลือโลกระหว่างเบโซสกับภรรยาในปีถัดมา

    เมื่อคืนวันอังคารหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ซึ่งเบโซสเป็นเจ้าของ รายงานว่า การสอบสวนขององค์การสหประชาชาติที่เตรียมเผยแพร่ในวันพุธจะระบุว่า โทรศัพท์มือถือของเบโซสโดนแฮ็กภายหลังเขาได้รับข้อความผ่านวอตส์แอพ จากบัญชีที่ว่ากันว่าเป็นของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย

    โพสต์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนได้ข้อสรุปว่า ไม่นานหลังจากเบโซสได้รับข้อความนี้ ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็ถูกดึงออกจากโทรศัพท์ของเขา

    ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษก็รายงานว่า การวิเคราะห์พยานหลักฐานทางดิจิทัลชี้ว่า ข้อความเข้ารหัสจากหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดน่าจะมีไฟล์ประสงค์ร้ายที่แทรกซึมโทรศัพท์ของเบโซส

    การ์เดียนอ้างแหล่งข่าวหลายรายด้วยว่า เบโซสและเจ้าชายกำลังมีการแลกเปลี่ยนสื่อสารกันอย่างเป็นกันเองเมื่อไฟล์ไม่พึงประสงค์ถูกส่งเข้าเครื่องของเบโซส

    มหาเศรษฐีชาวอเมริกันรายนี้ว่าจ้างเกวิน เดอ เบกเกอร์ แอนด์แอสโซสิเอเทส มาสืบว่าเหตุใดข้อความและภาพถ่ายส่วนตัวในโทรศัพท์ของเขาจึงหลุดถึงมือของหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ เนชั่นแนลเอนไควเรอร์ ที่รายงานข่าวการคบชู้ของเขาจนนำไปสู่การหย่าร้าง

    เดือนมีนาคมปีที่แล้ว เดอ เบกเกอร์ กล่าวว่า ทีมสืบสวนและผู้เชี่ยวชาญหลายรายได้ข้อสรุปว่า ทางการซาอุฯ แฮ็กโทรศัพท์ของเบโซส แต่เขาไม่ได้เจาะจงว่าเป็นหน่วยงานหรือส่วนใดของรัฐบาลซาอุฯ ที่ทำเรื่องนี้

    สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้สอบสวนคำกล่าวอ้างเหล่านี้ เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้รับการเปิดเผย

    จามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ เขียนคอลัมน์ให้วอชิงตันโพสต์ เขาถูกสังหารภายในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบุลของตุรกี ในเดือนตุลาคม ปีเดียวกับที่เกิดการแฮ็กโทรศัพท์ของเบโซส ทั้งหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และแอกเนส คัลลามาร์ ผู้แทนพิเศษของยูเอ็น โยงว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสังหาร แต่รัฐบาลซาอุฯ ยืนกรานปฏิเสธ.


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'