'เทพไท' ค้านตั้งกมธ.ศึกษาต้านรัฐประหาร ชี้เป็นเรื่องของสันดาน


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

6 ก.พ.63 - ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ตามที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนไม่สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการฯ เพราะรัฐธรรมนูญทุกฉบับเขียนป้องกันรัฐประหารและมีบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่เมื่อดูประวัติศาสตร์การเมืองไทยตั้งแต่ 2475 เป็นต้นมา มีการปฏิวัติถึง13 ครั้ง การเป็นกบฏ หรือปฏิวัติไม่สำเร็จ 13 ครั้งเช่นกัน การจะตั้งญัตติเพื่อศึกษาป้องกันการก่อรัฐประหารจึงเสียเวลาเปล่า เพราะเหมือนดีเอ็นเอของไทย จะเขียนอย่างไรก็มีคนฉีก และสถาปนาตนเองเป็นรัฎฐาธิปัตย์ ไม่สามารถให้ใครตรวจสอบได้ คนที่ทำการรัฐประหารไม่สำเร็จก็ไม่มีใครถูกลงโทษตามรัฐธรรมนูญเลย ส่วนใหญ่รัฐบาลนิรโทษกรรมให้ บางส่วนหนีไปต่างประเทศ สุดท้ายก็กลับมา มีเพียงครั้งเดียวที่กบฏถูกประหารชีวิต คือกบฏ 26 มีนา 2520

นายเทพไท กล่าวอีกว่า หากดูสาเหตุของการปฏิวัติมี 4 สาเหตุใหญ่คือ 1.อ้างนักการเมืองเลวร้าย 2.ประชาชนเรียกร้อง 3.นายทหารอยากได้อำนาจ และ4.อ้างดวงเมือง โดยรูปแบบปฏิวัติมีทั้งใช้กำลัง ปฏิวัติเงียบ ปฏิวัติตัวเอง และปฏิวัติไม่ใช้กำลังคือของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ถือเป็นการพัฒนารูปแบบในไทย ซึ่งสิ่งที่จะป้องกันได้คือ ต้องปฏิรูปกองทัพ ลดโครงสร้างให้เล็กลง ให้การศึกษาจิตสำนึกประชาธิปไตย โดยบรรจุไว้ในหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหาร ส่วนนักการเมืองต้องปรับตัว และปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนต่อต้าน ไม่เห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหาร เพราะกระทบสิทธิเสรีภาพ ไม่มีใครแก้ปัญหาความเดือดร้อน เศรษฐกิจ การลงทุน และการตรวจสอบการถ่วงดุลก็จะไม่มี อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าระบอบประชาธิปไตยดีกว่าเผด็จการทุกรูปแบบ และไม่มีประเทศไหนที่เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าด้วยการปกครองรูปแบบเผด็จการ แต่ตนเชื่อว่ารัฐประหารป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของคนบ้าอำนาจ ภาษาการเมืองเรียกว่าเป็นวงจรอุบาทว์ ภาษาอังกฤษเรียกว่า vicious circle ภาษาราชการเรียกว่านิสัยอันถาวร และภาษาชาวบ้านเรียกว่าสันดาน


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.