อิหร่านอวดขีปนาวุธเจเนอเรชันใหม่ เคาท์ดาวน์ส่งดาวเทียม


เพิ่มเพื่อน    

กองทัพอิหร่านเปิดตัวขีปนาวุธพิสัยใกล้สามารถขับดันด้วยเครื่องยนต์ "เจเนอเรชันใหม่" ที่ออกแบบมาเพื่อใช้นำส่งดาวเทียม ขณะเดียวกันรัฐมนตรีไอทีประกาศนับถอยหลังปล่อยจรวดส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นวงโคจร โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สหรัฐกล่าวหาว่าเป็นข้ออ้างบังหน้าการพัฒนาขีปนาวุธ

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าพลตรีฮุสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ของอิหร่าน และพลจัตวาอามีราลี ฮาจิซาเดห์ ผู้บัญชาการกองกำลังอากาศอวกาศของไออาร์จีซี เปิดตัวมิสไซล์และเครื่องยนต์จรวดรุ่นใหม่ในวันเดียวกันนี้ โดยรายงานเว็บไซต์เซปาห์นิวส์ของไออาร์จีซีกล่าวว่า มิสไซล์ราอัด-500 ที่เผยโฉมในวันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ซูแฮร์รุ่นใหม่ที่ทำจากวัสดุผสมที่มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเก่าที่ใช้เหล็ก

    วันเดียวกัน อิหร่านยังเปิดตัวเครื่องยนต์ซัลมานที่ทำจากวัสดุชนิดเดียวกัน แต่มีหัวฉีดแบบเคลื่อนย้ายได้ ใช้สำหรับการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ

    คำแถลงของไออาร์จีซีกล่าวว่า ราอัดเป็นมิสไซล์เจเนอเรชันใหม่ที่มีน้ำหนักเพียงครึ่งเดียวของน้ำหนักมิสไซล์ฟาเตห์-110 แต่มีพิสัยไกลกว่าถึง 200 กิโลเมตร

    อิหร่านเปิดตัวฟาเตห์-110 ซึ่งเป็นขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นสู่พื้น เมื่อปี 2545 โดยรุ่นล่าสุดของมิสไซล์ฟาเตห์นั้นมีพิสัย 300 กิโลเมตร

    พลตรีซาลามีกล่าวว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีระดับโลกที่อิหร่านเปิดเผยให้วันนี้เป็นกุญแจสำคัญของการขึ้นสู่อวกาศ และช่วยให้อิหร่านพัฒนามิสไซล์ที่ถูกลง, เบาลง, เร็วขึ้น และแม่นยำมากขึ้น

    วันเดียวกันนี้ จาวัด อาซารี จาห์โรมี รัฐมนตรีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอิหร่าน ทวีตว่า อิหร่านกำลังนับถอยหลังปล่อยดาวเทียมซาฟาร์ขึ้นสู่วงโคจรในวันอาทิตย์จากฐานปล่อยที่เมืองเซมนาน แต่เขาไม่ระบุช่วงเวลาของการปล่อยดาวเทียมวิทยาศาสตร์ดวงนี้

    ปีที่แล้วอิหร่านเคยพยายามส่งดาวเทียมแต่ล้มเหลวอย่างน้อย 2 ครั้ง

    รัฐบาลสหรัฐเคยแสดงความกังวลว่าเทคโนโลยีขีปนาวุธพิสัยไกลที่ใช้นำส่งดาวเทียมสู่วงโคจรนั้นสามารถใช้ในการนำส่งหัวรบนิวเคลียร์ได้ แต่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธว่ากิจกรรมการส่งดาวเทียมของพวกเขาเป็นการปกปิดการพัฒนามิสไซล์ และยืนกรานด้วยว่าอิหร่านไม่เคยพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

    ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านทวีขึ้นนับแต่เดือนพฤษภาคม 2561 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่ชาติมหาอำนาจเสนอผ่อนคลายการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการจำกัดการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

    สหรัฐอ้างว่าตนกำลังพยายามควบคุมโครงการขีปนาวุธของอิหร่านและพฤติกรรมของอิหร่านที่บั่นทอนเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ปี 2561 สหรัฐรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มพิกัด และทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยกเลิกการปฏิบัติตามข้อจำกัดนิวเคลียร์หลายประการภายใต้ข้อตกลงฉบับนั้น

    เดือนมกราคมปีที่แล้ว อิหร่านเคยนำส่งดาวเทียมปายัมเพื่อใช้ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยอมรับว่าดาวเทียมดวงนี้ไปไม่ถึงวงโคจร คราวนั้นสหรัฐประณามว่าการยิงจรวดนำส่งดาวเทียมดวงนี้ของอิหร่านละเมิดข้อมติ 2231 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ห้ามอิหร่านทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธที่สามารถนำส่งหัวรบนิวเคลียร์

    เดือนมกราคม ทั้งสองฝ่ายยังหวิดเปิดฉากสงครามกันเมื่อสหรัฐลอบสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่านเมื่อวันที่ 3 มกราคม อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก 2 แห่งในวันที่ 8 มกราคม แล้วไม่กี่ชั่วโมงต่อมากองทัพอิหร่านก่อความผิดพลาด ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกที่กรุงเตหะราน

    รัฐมนตรีจาโรมีกล่าวด้วยว่า ทันทีที่ดาวเทียมซาฟาร์ส่งขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ ภารกิจแรกคือการส่งภาพของนายพลสุไลมานีกลับมายังโลก.


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ