'ส.ว.แซนเดอร์ส' เฉือนชนะหยั่งเสียงรัฐนิวแฮมป์เชียร์


เพิ่มเพื่อน    

เดโมแครตจัดลงคะแนนหยั่งเสียงแบบไพรมารีที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์เป็นรัฐที่ 2 เมื่อวันอังคาร เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.รุ่นเก๋าชนะอย่างฉิวเฉียด ส่วนพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีชายรักชายตามมาอันดับ 2 ขณะที่อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ที่ 5 อย่างน่าผิดหวัง

เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.เวอร์มอนต์ บนเวทีปราศรัยที่เมืองแมนเชสเตอร์เมื่อคืนวันอังคาร

    ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า ชัยชนะในการหยั่งเสียงที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ตอกย้ำสถานะหนึ่งในตัวเต็งของ ส.ว.วัย 78 ปีจากรัฐเวอร์มอนต์รายนี้ สัปดาห์ที่แล้วในการหยั่งเสียงแบบคอคัสที่รัฐไอโอวา ซึ่งการนับคะแนนยังวุ่นวายและไม่สามารถประกาศผู้ชนะได้ แซนเดอร์สขับเคี่ยวอย่างสูสีกับบูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา วัย 38 ปี โดยผลคะแนนที่ยังต้องนับใหม่บางส่วนให้บูติเจิจเหนือกว่าแซนเดอร์สเล็กน้อย

    "ชัยชนะที่นี่เป็นการเริ่มต้นของจุดจบสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์" ส.ว.หัวก้าวหน้าที่ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย กล่าวต่อผู้สนับสนุนเขาที่เมืองแมนเชสเตอร์

    ผลคะแนนที่สถานีเอ็นบีซีและเอบีซีรายงานชี้ว่า แซนเดอร์สได้ 26% ส่วนบูติเจิจตามมาไม่ห่างที่ 24% ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ ได้อันดับ 3 ด้วยคะแนนราว 20% หลังจากคะแนนนิยมของเธอพุ่งพรวดพราดจากการทำผลงานได้ดีในการโต้อภิปรายเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว และทำให้ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน หล่นไปอยู่อันดับ 4 โดยได้คะแนนราว 9% อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนได้อันดับ 5 จากคะแนนแค่ 8%

    อดีตรองประธานาธิบดีวัย 77 ปีเคยเป็นตัวเก็งที่จะเป็นตัวแทนพรรคลงชิงชัยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน แต่การหยั่งเสียงทั้ง 2 ครั้งเขายังทำได้ไม่ดีนัก ที่รัฐไอโอวานั้นไบเดนได้อันดับ 4 ซึ่งก่อคำถามว่าเขาจะต่อสู้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ และจะสามารถเรียกคะแนนของผู้สนับสนุนสายกลางมาจากบูติเจิจและโคลบูชาร์ได้หรือไม่

    ในการลงสมัคร 2 ครั้งก่อน ไบเดนก็ทำคะแนนได้ไม่ดีนักก่อนที่เขาจะชนะเลือกตั้งในปี 2561 ในฐานะคู่สมัครตำแหน่งรองประธานาธิบดีของบารัค โอบามา เขาหวังว่าจะยื้อไปได้จนถึงการหยั่งเสียงที่รัฐเซาท์แคโรไลนาวันที่ 29 กุมภาพันธ์ และการหยั่งเสียงในรัฐทางใต้อื่นๆ ในวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ 3 มีนาคม โดยหวังพึ่งฐานเสียงสนับสนุนจากกลุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน แต่หากยังไม่ได้เสียงสนับสนุนที่แข็งแรงมากพอ เส้นทางการต่อสู้ของเขาก็จบลงแค่นั้น

    เหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าพ่ายแพ้ ไบเดนไปฟังผลคะแนนที่เซาท์แคโรไลนาโดยกล่าวกับผู้สนับสนุนเขาว่า การต่อสู้ยังไม่จบ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เป็นผลคะแนนแค่ 2 รัฐ จาก 50 รัฐ ซึ่งยังไม่ถึง 1 ใน 4 ของประเทศด้วยซ้ำ

    อย่างไรก็ดี การหยั่งเสียงที่นิวแฮมป์เชียร์เป็นจุดจบของผู้สมัครอีกอย่างน้อย 2 คน ได้แก่ แอนดรูว์ หยาง นักธุรกิจด้านเทคโนโลยี และ ส.ว.ไมเคิล เบนเน็ตต์ ที่ประกาศถอนตัวแล้ว ซีบีเอสนิวส์รายงานด้วยว่า เดวาล แพทริก อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ จะประกาศถอนตัวเช่นกันในวันพุธ

    บัตรลงคะแนนที่นิวแฮมป์เชียร์นั้นปรากฏชื่อผู้สมัครถึง 33 ราย ซึ่งรวมถึงหลายคนที่ถอนตัวเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่บัตรลงคะแนนยังไม่มีชื่อของไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ที่ยังไม่มีชื่อชิงชัยจนกว่าจะถึงวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่เดโมแครตหยั่งเสียงพร้อมกันวันเดียว 14 รัฐ โพลระดับประเทศชี้ว่า บลูมเบิร์กซึ่งใช้ทุนส่วนตัว 260 ล้านดอลลาร์ในการหาเสียง มีคะแนนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะทำผลงานได้ดีในรัฐใหญ่ๆ เช่นแคลิฟอร์เนียและเทกซัส

    รัฐต่อไปที่จะจัดหยั่งเสียงคือเนวาดา วันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยเป็นแบบคอคัส จากนั้นจะเป็นการหยั่งเสียงแบบไพรมารีที่เซาท์แคโรไลนา วันที่ 29 กุมภาพันธ์.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"