ระดมแนวคิดแก้ปัญหา PM 2.5  พุ่งเป้าไทยต้องยกระดับเครื่องยนต์เป็นยูโร5-6 


เพิ่มเพื่อน    

   
    คงต้องยอมรับแล้วว่า ความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5จะเป็นปัญหาเกิดขึ้น  ในช่วงประเมาณเดือน มกราคม - มีนาคม ของทุกปี และกลายเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนถ้วนหน้า ไม่สามารถวางเฉย และอดทนกับสภาพมลพิษทางอากาศเช่นนี้ได้ หรือรอให้ฤดูกาลหรือทิศทางลมมาเป็นตัวช่วย ให้สถานการณ์ดีขึ้น  สรุปคือ ปัญหาPM2.5 เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดหาทางแก้ปัญหาอย่างจริงจัง  


     ด้วยเหตุนี้ สภาวิศวกร จึงร่วมกับ สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย และ สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จัดงานเสวนา “รวมพลังปัญญา แก้ปัญหา ฝุ่นพิษ” ใน 3 หัวข้อ ต้นกำเนิดฝุ่นจิ๋ว กระทบเศรษฐกิจ สุขภาพปอด, คุณภาพอากาศ ภัยฝุ่น เทคโนโลยีเตือนภัย และป้องกัน-แก้ไข 2 ระยะ ที่ใช้ได้จริงและยั่งยืน เวทีที่ระดมสมองจากนักวิชาการ ภาครัฐ-มหาวิทยาลัย เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน

ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร


    ในส่วนของเวทีเสวนา บอกเล่าถึงต้นต่อแหล่งกำเนิดของฝุ่นที่สำคัญว่าจาก การคมนาคม   ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า ฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตระหนักอย่างจริงว่ามีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งพบว่าผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร 91% เป็นผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลาง-น้อย   ขณะที่ปี 2559  ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากปัญหาฝุ่นพิษ  ถึง 4.2 ล้านคน ดังนั้นประเทศไทย  ควรหาแนวทางป้องกัน อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจัยที่สำคัญของการเกิดPM2.5 นั้นคือ การคมนาคม โดยเฉพาะรถยนต์ดีเซลกว่า 70-80%  ทางแก้ปัญหา จึงควรยกระดับมาตรฐานรถยนต์  EURO 4  สู่มาตรฐาน EURO 5-6 ควบคู่กับการปรับค่ามาตรฐานน้ำมัน  เพื่อสามารถใช้งานกับเครื่องยนต์ EURO 5-6 โดยได้ และควรมีการนำร่องก่อน ภายในปี 2564 ในรถยนต์ขนาดเล็กที่จะเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์ EURO 5 ซึ่งจะช่วยลด PM 2.5 ได้ถึง 5 เท่า แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเรายังมีรถยต์เก่าที่อยู่ในมาตรฐาน EURO 1-3  จำนวนมาก  แม้จะมีแนวทางการแก้ไข อย่างการหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ แต่สำหรับผู้มีรายได้น้อยยังคงเป็นไปได้ยาก ที่จะเปลี่ยนเครื่องยนต์รถ  ทำให้ภาครัฐอาจจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในการชดเชยต่างๆ อย่างจริงจัง 

 


    ดร.ประเสริฐ กล่าวต่ออีกว่า ปัญหาที่สำคัญที่ยังไม่มีใครกล่าวถึงก็คือ มาตรฐานของรถบรรทุก และรถขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ที่พบว่าก่อให้เกิด PM 2.5 ถึง 74% โดยรถบรรทุกมีกว่า 140,000 คัน  รถโดยสารสาธารณะของระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หรือ ขสมก. กว่า 10,000 คัน และรถโดยสารไม่ประจำทางอีก 30,000 คัน แม้ว่าจะรถบรรทุก หรือรถขนส่งจำนวนไม่น้อยที่หันมาใช้ก๊าซธรรมชาติ และบำรุงรักษาเครื่องยนต์มากขึ้น  แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ในการไม่ให้เกิดฝุ่น PM2.5  

การแสดงผลถ้ามีการปรับเครื่องยนต์รถยนตร์


    รศ. วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผู้เชี่ยวชาญควบคุมฝุ่นจากแหล่งกำเนิดไอเสีย รถยนต์ กล่าวเสริมว่า การแก้ไขปัญหาของรถยนต์ดีเซลที่มีการเผาชีวมวลเป็น 1 ใน 3 ของการก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะในเมือง โดยในปี 2547 มีการควบคุมปริมาณกำมะถัน กระทั่งลดฝุ่นพิษลงได้ 90% และทำให้ลดฝุ่นขนาดเล็ก PM 10 ได้ร้อยละ 20% ในปี 2556 ได้ปรับจากมาตรฐานEURO 3 เป็น EURO 4 ปริมาณกำมะถันไม่เกิน 50 ส่วนในล้านส่วน หรือร้อยละ 0.005 ซึ่งPM 2.5 ลดลง 4.05 มคก./ลบ.ม 


    "แต่ที่ปัญหาฝุ่นมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น  เพราะจำนวนรถยนต์เพิ่มมากขึ้นในช่วงตลอด10ปีมานี้  รถเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า  ซึ่งแม้จะมีการปรับมาตรฐานเครื่องยนต์ เป็น EURO 4 ก็ต้องยอมรับว่าไทยช้ากว่าต่างประเทศไปกว่า 2 ระดับ ที่ได้ปรับเป็น EURO 5-6  ถ้าไทยจะปรับปรุงมาตรฐานเครื่องรถยนต์จริงๆต้องใช้งบประมาณสูงเกือบหมื่นล้านบาท และทุกคนพร้อมจ่ายราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหรือไม่ และหากมีการใช้รถEURO 5-6 ทั้งหมดในปี 2566-2567 คาดว่าPM 2.5 จะลดลง10 เท่า   หรือจะใช้แนวทางในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือก๊าซธรรมชาติ  เพื่อให้ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดฝุ่นก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ควรเร่งรัดให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง" รศ. วงศ์พันธ์ กล่าว


    อีกหนึ่งปัจจัยคือการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือ รศ.ดร.เศรษฐ์ สัมพัตตะกุล  หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไ ด้ชี้ให้เห็นถึงปริมาณ PM2.5 ที่เชียงใหม่นั้นวิกฤตกว่ากรุงเทพฯ หรือมีความหนาแน่นถึง 300-400 มคก./ลบ.ม  สาเหตุอาจมาจาก ภูมิประเทศที่เป็นแอ่งภูเขา อากาศไม่กระจายตัว และแหล่งกำเนิดที่มาจากการเผาโดยมนุษย์ถึง 90%   โดยเฉพาะในปี 2562  มีการตรวจจับจุดความร้อนโดยดาวเทียม พบว่ามีการเผาเพิ่มสูงขึ้น  แม้จะมีการตรวจวัดจุดความร้อน แต่ชาวบ้าเเองก็จะรู้ว่า เมื่อไหร่ถึงจะเผาได้โดยทางการ ไม่สามารถตรวจสอบได้  ทำให้การเผามีต่อไป ส่งผลให้คนในภาคเหนือส่วนใหญ่ป่วยเป็นมะเร็งปอดที่ข้ามขั้นไปในระยะ4    ความหวังในการแก้ปัญหาการเผาจึงต้องอาศัย  ฝนและลม ที่อาจจะพอช่วยบรรเทาได้ 

ดร. เจน ชาญณรงค์


    ด้าน ดร. เจน ชาญณรงค์ หนึ่งในผู้ที่พยายามช่วยแก้ปัญหา PM 2.5 ในนามของชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ที่รวบรวมผู้มีความรู้สาขาต่างๆ มาให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาฝุ่นผ่านเพจ "ฝ่าฝุ่น "กล่าวถึงการแก้ปัญหาว่า ตนที่ได้ลงพื้นที่อย่างที่ บ้านก้อแซนด์บ๊อกซ์ ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งพบว่า ปัญหาหลักคือเรื่องของปากท้อง จึงยากจะหลีกเลี่ยงการเผาเพื่อทำเกษตร ตนและทีมได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้สำคัญในแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือ การน้อมนำศาสตร์พระราชาอย่าง หลักเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ เช่น การปรับปรุงระบบชลประทาน เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้สำหรับการเกษตร อุปโภค-บริโภค ส่งเสริมการปลูกพืชแทน เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าพร้อมสร้างความยั่งยืน ถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชนในโรงเรียน  เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการเผาป่า เป็นต้น 


    สำหรับมุมมองในการแก้ปัญทาง ด้านผังเมือง ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐดำเนินมาตรการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม อย่างการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากปัจจุบัน 2-3 ตร.ม.ต่อคน เพิ่มเป็นอย่างน้อย 9-10 ตร.ม.ต่อคน ซึ่งจากการเก็บข้อมูลมา 2 เดือน(ธันวาคม 2562 – มกราคม 2563) พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ในเขตลาดกระบัง บางซื่อ บางกอกน้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่น จึงต้องมีมาตรฐานการวางผังเมืองและต้องลงลึกที่ระดับเขต และต้องทำให้คนรู้สึกว่าเป็นปัญหา เพื่อนำมาสู่ระดับนโยบายของการอยู่ร่วมกับชุมชน ข้อเสนอภาคประชาสังคมต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร ทำงานเชิงสร้างสรรค์ด้วย

ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม


    ในส่วนของเทคโนโลยีที่เรียกได้ว่าเป็นกำลังเสริมป้องกัน PM 2.5 ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บอกว่า ในการวิจัยในส่วนแรกคือเรื่องของหน้ากากอนามัย ที่ไทยมีข้อจำกัดด้านการผลิตจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทาง สวทช. จึงได้พัฒนา nMASK ด้วยเทคโนโลยีดักจับฝุ่นละอองและจุรินทรีย์โดยสารเคลือบไฮดรอกซีอะพาไทต์และไททาเนียมไดออกไซต์ บน Nonwoven ที่มีเส้นใยธรรมชาติเป็นองค์ประกอบและมีรูพรุนระหว่างเส้นใยขนาดเล็ก สามารถป้องกัน PM 2.5 ได้ 90-95% สามารถดักจับจุรินทรีย์ ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย ป้องกันสารพิษ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซต์ โดยได้รับมาตรฐาน ASTM F2299 TÜV SÜD PSB ประเทศสิงคโปร์


     นอกจากนี้ ยังมีเครื่องกรองฝุ่น ด้วยเทคโนโลยีการตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิต ที่มีจุดเด่น ในการกรอง PM 2.5 เมื่อฝุ่นละอองเกาะเต็มแผ่นโลหะสามารถถอดไปล้างทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ที่สำคัญการกรองฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิตสามารถออกแบบแผงกรองฝุ่นให้ลมผ่านง่าย ไม่ลดแรงลมในการดูดกรองฝุ่นละออง ทำให้พัดลมดูดฝุ่นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ประมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง  และช่วยให้ประหยัดไฟฟ้า และ เครื่องวัดฝุ่นแบบกระเจิงแสงขนาดจิ๋ว (My Air) ที่พกพาสะดวก มีความแม่นยำสูง และประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ยังเตรียมดำเนินการวิจัยและพัฒนา ลูกบอลดับเพลิง ขนาด 5-10 กิโลกรัม ที่ใช้ติดตั้งกับโดรนเพื่อทำหน้าที่ดับเพลิงไฟป่า ซึ่งผู้ประกอบการหรือภาครัฐที่สนใจสามารถร่วมมือกับเราในการพัฒนาและผลิตเพื่อใช้ในประเทศ


    รศ.ดร.ประพัทธ์พงษ์ อุปลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ได้พัฒนานวัตกรรม ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ ที่สามารถในการตรวจจับปริมาณฝุ่น สั่งการพัดลมโคจรติดเพดานช่วยระบายฝุ่น พร้อมแสดงผลปริมาณฝุ่นและเฉดสีผ่านจอมอนิเตอร์ และเตือนภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กแบบเรียลไทม์ โดยทดลองใช้ที่ ป้ายรถเมล์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. และยังได้ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร ดำเนินติดตั้งนวัตกรรมดังกล่าว ในพื้นที่ 9 จุดเสี่ยงที่พบปริมาณฝุ่นสะสมหนาแน่น ได้แก่ บางซื่อ บางเขน บางกะปิ มีนบุรี ดินแดง พระโขนง ภาษีเจริญ ป้อมปราบศัตรูพ่าย และบางคอแหลม 

    ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์


    ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) นายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานกรรมการบริหารสมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย ทิ้งท้ายว่า ภาครัฐ จะต้องยกระดับปัญหาฝุ่น เป็นภัยพิบัติของประเทศ  แบ่งเป็น ด้านกฎหมาย โดยการเก็บภาษีรถยนต์ปล่อยควันดำ พร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น EURO 5-6 รวมถึงจำกัดปริมาณรถบรรทุกในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้านงานวิจัย ที่รัฐควรลงทุนกับการพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาฝุ่น และมีการวางระบบผังเมืองใหม่ ในส่วนของภาคเอกชน ควรให้ความร่วมมือในการแสดงผลข้อมูลปริมาณฝุ่น ผ่านจอโฆษณา LED แบบเรียลไทม์ และ ภาคประชาชน ควรตระหนักถึงผลกระทบถึงฝุ่น PM 2.5 ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว และสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงถึงชีวิตของทั้งตนเองได้ 
  //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
1 ตัวอย่างแผนแก้ปัญหาหารเผาป่า บ้านก้อแซนด์บ๊อกซ์ 
2 เครื่องกรองฝุ่น ด้วยเทคโนโลยีการตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิต
3 เครื่องวัดฝุ่นแบบกระเจิงแสงขนาดจิ๋ว (My Air)
4 9 จุดเสี่ยง ติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นจากนวัตกรรมป้ายรถเมล์อัจฉริยะ 
5 การปรับปรุงมาตรฐานรถยนต์
6 nMASK 
7 ดร. เจน ชาญณรงค์
8 ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร
9 ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม
10 ภาพบรรยากาศการเสวนา 
11 บรรยากาศการนั่งรอรถเมล์ของประชาชน
12 ภาพฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพ 
13 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.