เยาวชนค่าย RDPB Camp ปี 63 ปลื้มปิติเรียนรู้งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลั่น...โชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย


เพิ่มเพื่อน    

 

จากที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร. ) ได้จัดกิจกรรม (RDPB Camp) ขึ้นเพื่อสนองต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์ สืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ซึ่งในปี 2563 นี้เป็นรุ่นที่ 10  ภายใต้ชื่อ “เยาวชนอาสาอนุรักษ์ผืนป่า พัฒนาสายน้ำ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” โดยจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ด้วยการนำเยาวชนจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศจำนวน 80 คน ร่วมศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาค
ปฏิบัติ ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ

 

คณะเยาวชนจะได้รับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “สำนักงาน กปร. กับการสนองพระราชดำริ” โดยที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร. ตลอดถึงความเป็นมาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ โครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2525 บริเวณป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง วิจัย หารูปแบบการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่แก่ราษฎรให้สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ด้วยตนเอง  โดยมีผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เป็นผู้บรรยาย

 

 

พร้อมศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นผลมาจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในท้องที่อำเภอดอยสะเก็ด และได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทาน สำรวจและศึกษาการพัฒนาลำน้ำสาขาของแม่น้ำกวงอย่างครบวงจร เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่สำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรม ตลอดถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ และเรียนรู้การดำเนินงานของโครงการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหางดง อีกด้วย

 

นางสาวอาทิตยา เพลินพัฒนาดี จากสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 1 จังหวัดเชียงใหม่ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายฯ กล่าวว่าตนเองเป็นชาติพันธุ์บ้านอยู่ดอยตั้งแต่เกิดจนโต พบว่าเวลาฝนตกลงมาน้ำจะไหลไปตามร่องดิ้นไปข้างล่างและลงไปอย่างรวดเร็วไม่นานก็แห้ง น้ำก็ไม่มีเหลือ ในพื้นที่จึงไม่มีน้ำมาใช้ทั้งในครัวเรือนและทำการเกษตร คาดหวังว่าการเดินทางมาร่วมค่ายครั้งนี้จะได้รับความรู้เพื่อนำไปปฏิบัติใช้ในหมู่บ้านของตนเองโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ เช่น การทำฝายชะลอน้ำเป็นต้น 

 

“เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วยังเด็กอยู่ได้ไปรับเสด็จครั้งหนึ่ง ก็ได้ยินผู้ใหญ่ท่านพูดถึงในหลวงของเรา หนูไม่รู้จักคำว่าในหลวง หรือพระมหากษัตริย์ คนที่บ้านเค้าเรียกว่าพ่อหลวง ท่านทรงสง่ามาก เมื่อโตขึ้นมาเข้าโรงเรียนก็เห็นสมุดมีรูปพ่อหลวงอยู่ในปก แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคือใคร   พอมาเข้าค่ายในครั้งนี้จึงได้รู้จักพระองค์ท่านมากขึ้น วันแรกที่ทางผู้จัดกิจกรรมฯ พาเดินตามรอยพ่อ น้ำตาหนูไหลรู้สึกตื้นตันมากเลย ทำให้รู้ว่าพระองค์ท่านทำอะไรให้กับชาวดอยเยอะมาก เมื่อก่อนนั้นทางบ้านปลูกฝิ่น พระองค์ท่านก็มีแนวทางช่วยเหลือให้ชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่นเพราะเป็นสิ่งเสพติดผิดกฎหมาย โดยทรงส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเข้าไปในหมู่บ้านแนะนำให้ทำการเพาะปลูกพืชอื่นๆ ที่กินได้ ขายได้ และไม่ผิดกฎหมาย  ตอนนี้รู้สึกคุ้มค่ามากที่ได้เข้าค่ายครั้งนี้  คนไทยโชคดีมากที่มีพระองค์ท่านเป็นพ่อ พ่อที่ไม่เคยทิ้งไม่เคยมองข้าม แม้กระทั่งชาวเขาชาวดอย พระองค์ท่านไม่เคยที่จะละเลยหรือมองข้าม ปลื้มแล้วก็ตื่นตันใจ ภูมิใจมากที่เกิดมาเป็นคนไทย  และจะน้อมนำเรื่องการทำฝายกั้นน้ำไปทำที่หมู่บ้าน”   นางสาวอาทิตยา เพลินพัฒนาดี     กล่าว

 

ด้าน นายวัชรินทร์ ทวีโชติ  นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีที่ 3 กล่าวว่าการเข้าค่ายครั้งนี้ได้เรียนรู้การพัฒนาปรับปรุงดิน การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และวิธีการปลูกหญ้าแฝกในรูปแบบต่างๆ  และอีกหลายฐานการเรียนรู้ที่ได้น้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติใช้  รู้สึกซาบซึ้งประทับใจในการทรงงานของพระองค์ท่านตลอด 70 ปี ที่พระองค์ทรงสร้างประโยชน์สุขให้กับปวงชนชาวไทย เมื่อมาศึกษาหลักการทรงงานของพระองค์ท่านแล้ว พบว่าสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทุกเรื่อง

 

“เมื่อก่อนเรียนรู้โครงการพระราชดำริด้วยการฟังแล้วก็ไปพูด แต่จริงๆ แล้วมันมากกว่านั้น มันมากกว่าการเรียนรู้และศึกษาจากเอกสาร พอเราได้สัมผัสกับของจริงก็พบว่าคุณูปการมีมากมายจริงๆ   จนทำให้รู้สึกว่าคนไทยโชคดีมากๆ ที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่าน และในฐานะเยาวชนคนหนึ่งจะขอเดินตามรอยในสิ่งที่พ่อสร้าง จะศึกษาในสิ่งที่พ่อทำ และจะไม่ลืมว่าประเทศไทยมีทุกวันนี้เพราะใคร  และขอขอบคุณสำนักงาน กปร. ที่จัดโครงการนี้ขึ้นมาทำให้พวกเราได้เป็นต้นกล้าที่แข็งแกร่ง และเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคตของสังคมไทย”  นายวัชรินทร์ ทวีโชติ   กล่าว

 

ทั้งนี้ ภายหลังจากเยาวชนเข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) แล้ว จะมีการนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดในกิจกรรมการประกวดผลงาน “เยาวชนอาสาสานต่อพระราชดำริ” เพื่อส่งผลงานเข้าประกวดชิงทุนการศึกษาพร้อมถ้วยรางวัลจากสำนักงาน กปร.ต่อไป


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"