'นายกเมืองพัทยา' สั่งรื้อบ้านสุขาวดีรุกที่ดินสาธารณะ 11 ไร่


เพิ่มเพื่อน    

25 มี.ค.63 - นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้มอบหมายให้นายสุธรรม เพ็ชรเกตุ รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง เข้าไปดำเนินการปิดประกาศคำวินิจฉัยคำพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ ณ อาคารมูลกรณี เพื่อให้บริษัท เฮลท์ฟู้ดธ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ในนาม “บ้านสุขาวดี” ตั้งอยู่พื้นที่ ม.2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อให้รับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ที่ 08-23-01-2563 ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในเขตเทศบาลเขตเมืองพัทยา หรือเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัดชลบุรี 

นายสุธรรม กล่าวว่า จากกรณีที่เมืองพัทยาได้มีคำสั่งถึง 6 คำสั่งให้ทางบริษัท เฮลท์ฟู้ดธ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ในนาม “บ้านสุขาวดี” ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องบุกรุกที่ดินสาธารณะ และสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นในที่ดินบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการปลูกสร้างแต่อย่างใด  เป็นเหตุให้ นางวาล เตชะวงศ์ และ นางสาวจันทยา จันทร์ไชยแก้ว ซึ่งทั้ง 2 คนมีชื่ออยู่ในคณะกรรมการ และประทับตราสำคัญของบริษัทฯ แต่เมื่อได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พบว่าทั้ง 2 คนเป็นผู้ลงนามในหนังสืออุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น แต่ไม่ปรากฏการประทับตราสำคัญของบริษัท เฮลธ์ ฟู๊อดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล(ไทยแลนด์) แต่อย่างใด

นายสุธรรม กล่าวอีกว่า ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ โดยมีนายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ประธานคณะกรรมการ ได้ให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี ออกหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ มายังนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อทราบว่าได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่า ไม่รับการอุทธรณ์ของบริษัท เฮลท์ฟู้ดธ์  อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ไว้พิจารณา

"เมืองพัทยาจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ปิดคำวินิจฉัยไม่รับคำอุทธรณ์ และจะนำกำลังเครื่องมือ เครื่องกลหนัก เข้าไปดำเนินการรื้อถอน อาคาร สิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ที่รุกร้ำเข้ามาในที่สาธารณะที่เมืองพัทยาดูแล จำนวน 11 ไร่ คาดว่าประมาณกลางเดือนเมษายน 2563 จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด"

นายสุธรรม กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทราบว่าทางด้านสุขาวดี ได้ยื่นขอคุ้มครองที่ศาลปกครอง ถ้าศาลปกครองพิจารณาแล้วว่าเมืองพัทยาดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการตามกรอบเวลาที่เมืองพัทยากำหนด ภายใน 15 วันให้ดำเนินการรื้อถอน ถ้าไม่ดำเนินการเมืองพัทยาจะเข้ามาดำเนินการรื้อถอนเองโดยมีค่าใช้จ่าย จำนวน 822,780 บาท แต่ถ้าทางบ้านสุขาวดีไม่ออกค่าใช้จ่าย ก็ต้องนำพัสดุที่ได้จากการรื้อถอนออกไปขายทอดตลาดต่อไป


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"