ล่านักโทษแหกคุก ล้อมคอก‘จลาจล’


เพิ่มเพื่อน    

  เร่งล่าอีก 1 นักโทษแหกคุกบุรีรัมย์ พร้อมตั้ง คกก.ข้อเท็จจริงเหตุจลาจลจุดไฟเผาเสียหายเกือบ 100% เร่งประเมินความเสียหาย รมว.ยธ.สั่งสอบหัวโจกปลุกปั่นจลาจล ยันเรือนจำคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 งดเยี่ยมญาติไม่ใช่การลิดรอนสิทธิ ส่วนญาตินับร้อยรอฟังข่าวลูกหลานหน้าเรือนจำบุรีรัมย์ หลังย้ายนักโทษชาย-หญิงไปเรือนจำอื่น

    เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุจลาจลที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ว่า กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (บก.ภ.จว.บุรีรัมย์) ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะเข้าพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่ก่อเหตุต่อไป
    ส่วนการติดตามตัวนักโทษที่ที่หลบหนี ขณะนี้ตำรวจชุดเฉพาะกิจบุรีรัมย์ ทหาร และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมกันติดตามผู้ต้องขังที่หลบหนีอยู่อีก 1 คน หลังพบว่ามีผู้ต้องขังหลบหนีออกไปได้ 5 คน และตามจับได้ 4 คน ส่วน 1 คนยังหลบหนี ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นหัวโจกหรือไม่ แต่เชื่อว่าสามารถจับกุมตัวกลับมาได้เร็วๆ นี้
    รองโฆษก ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้แยกผู้ต้องขังที่ไม่เกี่ยวข้องไปเรือนจำปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ส่วนมูลเหตุยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เรื่องโควิด-19 หรือผู้ต้องขังเจตนาสร้างความวุ่นวายเพื่อหลบหนี ต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
    นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ต้องขังที่หลบหนีออกนอกเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ว่า ล่าสุดจากนักโทษ 2,106 คน ตรวจสอบพบว่า หนีออกจากเรือนจำ 11 ราย จับได้แล้ว 10 ราย ยังคงสามารถหลบหนีไปได้จำนวน 1 คน คือ ข.ช.ธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ชาวบุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว
    "ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์รุนแรงนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ความเสียหายที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับแทบจะ 100% เวลานี้กำลังเร่งให้ประเมินค่าความเสียหาย และสั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วว่าใครเป็นคนปลุกปั่น และสาเหตุทั้งหมดเป็นมาอย่างไร แต่ต้องใช้เวลาสอบสวน เพราะผู้ต้องขังเวลานี้กระจายไปหลายเรือนจำ" นายสมศักดิ์กล่าว
    นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่หลายคนกังวล ตนขอยืนยันว่าทางเรือนจำมีมาตรการป้องกันอย่างดีมาตลอด โดยใช้วิธีคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า มีการทำห้องกักโรคเพิ่มการคัดกรองผู้ต้องขังเข้มงวด  ซึ่งจนถึงเวลานี้เรือนจำทั่วประเทศ พบผู้ต้องขังติดเชื้อเพียง 1 ราย  ซึ่งทำการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว จนถึงตอนนี้ไม่มีผู้ต้องขังเชื้อติด โควิด-19 เพิ่ม ขอให้ทุกฝ่ายอย่าวิตกกังวล เพราะเหตุการณ์ที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์เป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อปลุกปั่น ต้องการจะแหกคุก ซึ่งการจะยกเหตุผลไม่ให้เยี่ยมญาติ ตนเห็นว่าคงไม่ใช่ประเด็น และขอย้ำว่าทุกมาตรการที่กรมราชทัณฑ์ออกมาไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสโควิด-19 กระจายสู่ผู้ต้องขัง ซึ่งอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจ
    ที่หน้าเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีบรรดาญาติของผู้ต้องขังทยอยมารวมกลุ่มกันกว่า 100 คน เพื่อทวงถามความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ ส่วนใหญ่เป็นห่วงลูกหลานที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ตอนนี้ไม่รู้จะไปเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่รู้ว่าถูกย้ายไปอยู่ชั่วคราวที่ไหน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ คอยดูแลรักษาความปลอดภัย
    มีรายงานว่า เหตุจลาจลที่เกิดขึ้นมีผู้ต้องขังร่วมก่อเหตุทั้งหมด 11 คน จับได้แล้ว 10 คน เหลือเพียง 1 คนที่ยังหลบหนีคือ นายธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดียาเสพติด เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างไล่ล่าตัว และรู้เส้นทางหลบหนีแล้ว เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในเรือนจำ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ แต่เบื้องต้นพบว่าเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงสถานพยาบาลที่ยังอยู่ในสภาพปกติ
    ส่วนผู้ต้องขังกว่า 2,000 คน ที่ถูกย้ายไปตามเรือนจำใกล้เคียง 18 แห่ง อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ก่อนประกาศให้ญาติทราบ ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะติดด้านหน้าเรือนจำพร้อมยืนยันว่า ไม่มีผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเพียง 1 คนที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และอาการปลอดภัยแล้ว
    ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดภายในเรือนจำก่อนช่วงเกิดเหตุ พบว่ายังมีอีก 1 ผู้ต้องขังที่น่าจะเป็นแกนนำในการวางแผนและปลุกระดมให้เกิดเหตุจลาจล ขณะนี้ทราบตัวแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นมีดหรือไฟแช็ก ทางกลุ่มผู้ต้องขังเอามาจากโรงครัวทั้งหมด
    สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุ ต้องรอการสอบสวนของทางตำรวจที่ชัดเจนอีกครั้ง แต่เบื้องต้นมีการกล่าวอ้างเรื่องเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอประเมินความเสียหายและอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
    มีรายงานด้วยว่า ผู้ต้องขังหญิงถูกย้ายไปยังเรือนจำนางรอง จำนวน 93 คน และเรือนจำทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา จำนวน 111 คน รวม 204 คน
    ส่วนนักโทษชาย จำนวน 1,902 คน ไปยังเรือนจำข้างเคียง ดังนี้ เรือนจำจังหวัดยโสธร 25 คน, เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ 50 คน,  เรือนจำอำเภอพล 57 คน, เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ 20 คน, เรือนจำอำเภอท่าพริก 620 คน, เรือนจำจังหวัดขอนแก่น 200 คน, เรือนจำจังหวัดนครพนม 200 คน, เรือนจำคลองไผ่ 100 คน, เรือนจำจังหวัดนครราชสีมา 100 คน, เรือนจำอำเภอสง่างาม 30 คน, เรือนจำจังหวัดสุรินทร์ 150 คน, เรือนจำรัตนบุรี 50 คน, เรือนจำอำเภอบัวใหญ่ 100 คน, เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ 50 คน, เรือนจำอำเภอนางรอง 93 คน, เรือนจำอำเภอสีคิ้ว 100 คน และเรือนจำจังหวัดขอนแก่น 50 คน
    ที่เรือนจำกลางขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสมมาตย์ สุราช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น และ นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมตรวจเยี่ยมนักโทษที่เดินทางจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ถูกส่งตัวมาทำการควบคุมชั่วคราวมาที่เรือนจำกลางขอนแก่น ภายหลังเกิดเหตุจลาจลภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา
    โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเยี่ยมมาตรการรักษาความสะอาดภายในโรงครัว โรงนอน และสถานที่ต่างๆ ทั่วบริเวณเรือนจำ ซึ่งมีการตั้งจุดล้างมือ มีภาชนะสำหรับการทานอาหาร แก้วน้ำ ช้อน ส้อม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งมีการแยกใช้เป็นของส่วนตัวตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งจุดเยี่ยมญาติที่มีประชาชนเดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องขังภายในเรือนจำก็จะมีการใช้แอปพลิเคชันไลน์สื่อสารแทนการพูดคุยในการเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งมาตรการในเรื่องของความสะอาดเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในภาพรวมทั้งหมด
    นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่เรือนจำกลางขอนแก่น มีนักโทษจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามาอยู่ชั่วคราวจำนวนทั้งสิ้น 250 คน จังหวัดจะมีการพูดคุยเพื่อวางมาตรการเพื่อป้องกันเหตุจลาจลซ้ำรอยเกิดขึ้นภายในเรือนจำ โดยเฉพาะการให้ความรู้ความเข้าใจสถานการณ์ ซึ่งทางเรือนจำและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกส่วนมีมาตรการการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างรัดกุม และเป็นมาตรฐาน พร้อมทั้งการให้กำลังใจแก่ตัวนักโทษทุกคน ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก หวาดกลัว และเกิดความวิตกจนเข้าใจผิดและเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
    "ทางเจ้าหน้าที่ในเรือนจำกลางขอนแก่นก็จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจ และให้กำลังใจแก่นักโทษของเรือนจำกลางขอนแก่นและเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ที่เดินทางเข้ามาใหม่ทั้งหมด ยืนยันให้การดูแลนักโทษทุกคนเท่าเทียมกัน ขอให้ญาติของนักโทษทุกคนได้มีความสบายใจทั้งในเรื่องของความเป็นอยู่และความสะอาดภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระยะนี้" นายสมศักดิ์ กล่าว.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"