อิหร่านพลาดยิงมิสไซล์จมเรือรบพวกเดียวกัน ทหารดับ 19 นาย


เพิ่มเพื่อน    

พลาดอีกแล้ว กองทัพอิหร่านจัดการฝึกซ้อมทางทะเลด้วยกระสุนจริงในอ่าวโอมานเมื่อวันอาทิตย์ แต่เกิดอุบัติเหตุเรือฟริเกตยิงมิสไซล์โดนพวกเดียวกัน ส่งผลให้เรือรบลำนั้นอับปาง ทหารเรือเสียชีวิต 19 นาย และบาดเจ็บหลายนาย

แฟ้มภาพ เรือของกองทัพเรืออิหร่านซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555

    สำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า อุบัติเหตุยิงพวกเดียวกันของกองทัพอิหร่านครั้งนี้เกิดขึ้นในเส้นทางเดินเรือที่มีความอ่อนไหว ซึ่งเชื่อมระหว่างช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก กับอ่าวเปอร์เซีย รายงานของสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดในทะเลโอมาน ใกล้กับเมืองบันดารีจาสก์ เมืองท่าชายฝั่งทางใต้ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์อิหร่านกล่าวว่า เรือที่โดนยิงคือเรือโคนารัก ซึ่งเป็นเรือส่งกำลังบำรุงขนาดเบา น้ำหนัก 447 ตัน ยาว 47 เมตร ผลิตโดยเนเธอร์แลนด์ กองทัพอิหร่านซื้อเรือลำนี้มาตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522 เรือโคนารักติดตั้งมิสไซล์ครูซ 4 ลูก

    รายงานอีกชิ้นของสื่ออิหร่านกล่าวว่า เรือลำนี้จมลงภายหลังโดนมิสไซล์ที่ยิงมาจากเรือรบอิหร่านอีกลำ "เรือลำนี้โดนยิงหลังจากเคลื่อนย้ายเป้าซ้อมไปยังจุดหมาย แล้วเรือไม่ได้ทิ้งระยะห่างระหว่างเรือกับเป้าหมายได้ไกลพอ" โทรทัศน์อิหร่านเผยในเว็บไซต์

    สำนักข่าวทัสนิมทวีตเป็นภาษาอังกฤษว่า เรือโคนารักจมลงจากการโดนพวกเดียวกันเองยิง หลังจากเรือฟริเกตจามารันยิงมิสไซล์โดนเรือลำนี้โดยบังเอิญ ระหว่างการฝึกซ้อมด้วยกระสุนจริงในพื้นที่ของเมืองจาสก์ ภายในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม

    ต่อมา กองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์ยืนยันว่า มีลูกเรือเสียชีวิต 19 นาย บาดเจ็บ 15 นาย และว่ากำลังมีการสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้

    เอเอฟพีกล่าวว่า รายงานข่าวยังไม่มีความชัดเจนว่ามีลูกเรืออยู่บนเรือรบลำนี้กี่นายในช่วงเวลาเกิดเหตุ

    ช่วงปีที่ผ่านมา อิหร่านและสหรัฐ ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาช้านาน มักกล่าวโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพของตนภายในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย

    ความตึงเครียดนี้เพิ่มพูนขึ้นนับแต่ปี 2559 ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ที่มหาอำนาจ 6 ฝ่ายทำไว้กับอิหร่าน แล้วเริ่มรื้อฟื้นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอีกครั้ง

    ความขัดแย้งพุ่งถึงขีดสุดเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ หลังจากทรัมป์ออกคำสั่งให้กองทัพสหรัฐส่งโดรนยิงมิสไซล์ลอบสังหารนายพลกาซิม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน ใกล้กับสนามบินแบกแดดของอิรักเมื่อวันที่ 3 มกราคม ทำให้อิหร่านตอบโต้โดยการระดมยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรักที่ทหารอเมริกันประจำการอยู่ เมื่อวันที่ 8 มกราคม

    เหตุการณ์บานปลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อกองทัพอิหร่านพลาดยิงมิสไซล์โจมตีเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูเครน ที่เพิ่งทะยานขึ้นจากสนามบินในกรุงเตหะรานเพื่อไปยังกรุงเคียฟ ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งลำ 176 คน

    กองทัพอิหร่านยอมรับความผิดพลาดหลังจำนนด้วยหลักฐาน โดยอ้างว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อยู่ในภาวะตื่นตัวสูงพร้อมรับการตอบโต้จากสหรัฐในเช้าวันเดียวกันนั้น เข้าใจผิดว่าเครื่องบินพลเรือนเป็นภัยคุกคาม.


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'