สภาจีนไฟเขียวออก กม.คุมความมั่นคงฮ่องกง สหรัฐจ่อยกเลิกสถานะพิเศษ


เพิ่มเพื่อน    

เรียบร้อยโรงเรียนจีน สภาตรายางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนลงมติอนุมัติแผนการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เข้าควบคุมการรักษาความมั่นคงในฮ่องกงได้อย่างเปิดเผย ฝ่ายประชาธิปไตยระบุเป็นจุดจบของฮ่องกง ขณะสหรัฐเพิกถอนสถานะพิเศษเปิดทางยกเลิกสิทธิพิเศษทางเศรษฐกิจการค้าของฮ่องกง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (ซ้าย) และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กดลงคะแนนรับข้อเสนอร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีนวันสุดท้าย ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันพฤหัสบดี

    สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ของจีนประชุมกันเป็นวันสุดท้ายที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 โดยสมาชิกสภาตรายางแห่งนี้ได้ลงมติผ่านแผนการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่สุด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    กฎหมายดังกล่าวจะลงโทษการแบ่งแยกดินแดน, การบ่อนทำลายอำนาจรัฐ, การก่อการร้าย และพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงจะอนุญาตให้สำนักงานด้านความมั่นคงของจีนแผ่นดินใหญ่ดำเนินการอย่างเปิดเผยได้ในฮ่องกง

    คลอเดีย โม ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกง กล่าวกับเอเอฟพีว่า นี่คือจุดจบของฮ่องกง เรารู้ว่าพวกเขากำลังตัดจิตวิญญาณของพวกเรา พรากค่านิยมที่พวกเราโอบรับไว้เสมอมา ค่านิยมเช่น สิทธิมนุษยชน, ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรม จากนี้ไปฮ่องกงก็เป็นเพียงแค่เมืองเมืองหนึ่งของจีนเท่านั้น

    สัปดาห์ที่แล้ว หวัง เฉิน รองประธานคณะกรรมการประจำของเอ็นพีซี กล่าวไว้ว่า ความล่าช้าในการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงของฮ่องกงบีบให้ผู้นำจีนต้องดำเนินการเอง "เป็นเวลากว่า 20 ปีหลังจากฮ่องกงกลับคืน (สู่จีน) กฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่เป็นจริงเพราะการบ่อนทำลายและการขัดขวางโดยพวกที่หว่านปัญหายุ่งยากในฮ่องกงและจีนยังลอยนวล รวมถึงพวกขุมกำลังศัตรูจากภายนอก" เขากล่าว

    กฎหมายนี้ทำให้ชาวฮ่องกงเรือนหมื่นออกมาชุมนุมประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ การชุมนุมยังคงเกิดต่อเนื่องในวันพุธ พร้อมกันกับที่สภานิติบัญญัติของฮ่องกงพิจารณาร่างกฎหมายเพลงชาติจีนวาระที่ 2 ตำรวจยิงกระสุนพริกไทยสลายการชุมนุมและมีผู้ประท้วงถูกจับกุมมากกว่า 360 ราย

    เมื่อวันพุธ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวต่อสภาคองเกรสว่า รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจเพิกถอนสถานะพิเศษของฮ่องกงแล้ว เพราะจีนไม่เคารพต่อความตกลงที่ทำไว้เมื่อครั้งรับมอบเกาะนี้คืนจากอังกฤษเมื่อปี 2540 ว่าจะอนุญาตให้ฮ่องกงมีอำนาจปกครองตนเองในระดับสูงต่อไปภายใต้หลัก "หนึ่งประเทศ สองระบบ" จนถึงปี 2590

    ปีที่แล้ว สภาคองเกรสผ่านกฎหมายฉบับหนึ่ง มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกง ซึ่งชุมนุมประท้วงยืดเยื้อถึง 7 เดือน กฎหมายนี้กำหนดว่ารัฐบาลสหรัฐต้องรับรองว่าฮ่องกงยังคงมีเสรีภาพตามที่ได้รับประกันไว้ตามข้อตกลงฉบับนั้น

    การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันพุธหมายความว่า เขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้อาจสูญเสียสิทธิพิเศษทางการค้าและเศรษฐกิจที่จีนแผ่นดินใหญ่ไม่ได้รับ ซึ่งรวมถึงอัตราภาษีศุลกากรที่ต่ำกว่าของจีน เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นผู้ตัดสินใจในท้ายที่สุดว่าจะดำเนินการอย่างไรกับฮ่องกง.