'ผู้กองเก๊' โผล่อีกฉกเหล้าอีก 2 ขวด-ขู่รีดเงินแม่ค้าร้านของชำ


เพิ่มเพื่อน    

30 พ.ค.63 - จากกรณีชายฉกรรจ์อายุประมาณ 35 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกเข้าไปภายในวัดกมลาวาส (อ่านว่า กำ-มะ-ลา-วาด) ต.บ้านดู่  อ.นาโพธิ์  จ.บุรีรัมย์  แล้วอ้างตัวว่าเป็น “ผู้กองณัฐ” ตำรวจสังกัดกองปราบ แล้วมีพฤติกรรมขู่กรรโชกเรียกเอาเงินจาก พระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล  อายุ 63 ปี เจ้าอาวาสวัด จำนวน 250,000 บาท  โดยพยามยามยัดข้อกล่าวหา เจ้าอาวาสว่าขับรถเร็ว ดื่มสุรา   โกงเงินวัด  และขับรถชนคนบาดเจ็บ ทั้งที่เจ้าอาวาสยืนยันว่าไม่เคยกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา   แต่คนร้ายก็พยายามใช้ปืนข่มขู่  จนสุดท้ายพี่สาวเจ้าอาวาสต้องยอมถอดสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาทให้ไป  เพราะกลัวจะเป็นอันตรายเหตุเกิดเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจะสามารถจับกุมตัวชายฉกรรจ์คนดังกล่าวได้แล้ว คือ นายอรรฆเดช   ขันน้อย  อายุ 35 ปี  เป็นชาวจ.อุบลราชธานี ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จ.นครปฐม  ได้แล้ว  จากการตรวจสอบยังพบว่านอกจากจะก่อเหตุข่มขู่เอาเงินเจ้าอาวาสวัดที่ อ.นาโพธิ์ ในวันที่ 24 พ.ค. แล้ว  ยังมีพฤติกรรมขู่กรรโชกทรัพย์ร้านค้าในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.  และ อ.สตึก วันที่ 23 พ.ค. อีกด้วย  โดยที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ได้เงินไปจำนวน 10,000 บาท  พร้อมเหล้า 2 ขวด  ส่วนที่ อ.สตึก  ยังไม่ได้ทรัพย์สินไปเนื่องจากเหยื่อไหวตัวทัน

ขณะที่นายณัฏฐ์กร  ศิริผ่องแผ้ว   นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ   ได้มอบหมายให้ นายทวี  ไขว้พันธุ์  ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง  พร้อมด้วยนายกรพล  มีสัตย์  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน   ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ   ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลร้านขายของชำแห่งหนึ่งในหมู่บ้านหว่าน   ม.4  ต.ตาเป๊ก  ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกรายที่ตกเป็นเหยื่อถูกนายอรรฆเดช  ผู้ต้องหา ขู่กรรโชกทรัพย์  

โดยนางอรุชา    จีนโน   อายุ 58 ปี  ผู้เสียหาย  บอกว่า  เมื่อเวลาประมาณ 1 ทุ่ม วันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา  ก็เปิดขายของชำตามปกติ จู่ๆ นายอรรฆเดช  ผู้ต้องหา  ซึ่งขับรถบิ๊กไบค์มาจอดที่หน้าร้านแล้วเดินเข้ามาในร้าน  อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบ  แล้วก็เดินเข้าไปหลังร้านแล้วเข้าไปถ่ายรูปลังเบียร์ที่ตนเองตั้งเก็บไว้หลังร้าน  เพราะหลังจากประกาศห้ามขายก็ไม่ได้เอาออกมาตั้งขายเลย   แต่ไม่มีที่เก็บก็ตั้งเอาไว้หลังร้าน  แต่นายอรรฆเดช ที่อ้างว่าเป็นตำรวจก็มาข่มขู่กล่าวหาว่าตนเองแอบขายเหล้า   ตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ขายแต่ผู้ต้องหา ก็ยังขู่ว่ามีหลักฐานภาพถ่าย  หากยอมจ่ายเงินให้ 20,000 บาทก็จะไม่เอาผิด  

"แต่ถ้าไม่จ่ายจะส่งฟ้องศาลต้องเสียเงิน 400,000 บาท   ซึ่งตอนนั้นกลัวมากเพราะคิดว่านายอรรฆเดช  เป็นตำรวจจริง กลัวจะถูกกลั่นแกล้งสร้างหลักฐานเท็จเพื่อยัดข้อหา  ประกอบกับตนเองอยู่บ้านกับแม่ที่ป่วยติดเตียงลำพัง จึงกลัวจะเป็นอันตราย  ก็เลยจำใจต้องเอาเงินเก็บจากการขายของ และเงินแบงค์ 20 ที่เหลือไว้ทอนให้ลูกค้ารวมจำนวน 10,000 บาท จ่ายให้ไปแถมยังฉกเอาเหล้าหลังร้านไปอีก 2 ขวด    ทั้งนี้นายอรรฆเดช  ก็ยังบอกอีกว่าส่วนที่เหลือวันหลังจะกลับมาเอาอีก  จึงไม่กล้าไปแจ้งความเพราะกลัว  ก็ถือว่าทำบุญไปตัวเองและแม่ปลอดภัยก็ดีแล้ว  แต่ก็ดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้จะได้ไม่ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก"

จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายอรรฆเดช  ผู้ต้องหา เคยประกอบอาชีพรับซื้อขายเป็ด ไก่ ในพื้นที่ภาคอีสาน   เคยต้องโทษ คดีเกี่ยวกับลักทรัพย์, พรบ.ทหาร, คดีพรากผู้เยาว์  และคดีกรรโชกทรัพย์ ในหลายท้องที่  


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'