เปิดวิสัยทัศน์ 'อนุชา นาคาศัย' เลขาธิการป้ายแดง พรรคพปชร.


เพิ่มเพื่อน    

27 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 17.20 น. ที่อิมแพ็คฟอรั่ม แกรนด์ไดมอนด์บอลรูม เมืองทองธานี นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่ โดยนายอนุชา กล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณสมาชิก เพื่อน ส.ส. กรรมการบริหารพรรคทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจเลือกตนให้เป็นเลขาธิการพรรค วันนี้การประชุมใหญ่ของพรรคได้รับความร่วมมือจากกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าเป็นอย่างดี การประชุมใหญ่ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วย ท่านหัวหน้าพรรค ซึ่งพวกเราไว้วางใจได้เลือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเป็นหัวหน้าพรรค และเป็นที่น่ายินดีแทนสมาชิกทุกท่านที่เราได้ พล.อ.ประวิตร มาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเหนืออื่นใด สิ่งที่ได้สัมผัสและได้รับจากหัวหน้าพรรคคนใหม่ คือความตั้งใจ ความจริงใจที่จะเห็นพรรคเป็นสถาบันการเมืองอันดับต้นๆ ของเมืองไทย และ พล.อ.ประวิตร ต้องการเห็นความเป็นเอกภาพของสมาชิกพรรค ต้องการเห็นพรรคเป็นเสาหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตลอดไป

"ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร เสียสละแรงกาย แรงใจ ในการทำงานทั้งในส่วนของพรรคที่เป็นประธานยุทธศาสตร์ ช่วยหล่อหลอมรวมใจสมาชิกพรรคให้เป็นหนึ่งในการที่จะทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังได้เสียสละเดินทางเกือบทุกวัน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกือบทั้งประเทศ ท่านเดินทางเกือบทุกอาทิตย์ สิ่งที่ผมได้รับจากท่านหัวหน้าพรรค ผมกล้ายืนยันว่า พล.อ.ประวิตร เป็นคนที่ทุ่มเทเสียสละ และที่ท่านพูดอยู่เสมอว่า สิ่งที่ท่านต้องการให้เกิดขึ้นในแผ่นดินไทยนั้น อยากเห็นพี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อยากเห็นประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง และอยากเป็นกำลังสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการบริหารบ้านเมืองเพื่อให้ก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรือง ทำให้พี่น้องประชาชนมีกิน มีใช้ มีความสุข" นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ตนขอสัญญาและให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตัวทำงาน เพื่อให้พรรคเจริญรุ่งเรืองเป็นเสาหลักในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร และจะพยายามตอบสนองต่อสมาชิกพรรค และตอบสนองต่อความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนที่ได้เลือกพรรคพลังประชารัฐ จนได้คะแนนท่วมท้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ พรรคได้มีการรวบรวมบรรดาสมาชิกพรรคที่เป็นทั้งส.ส. รัฐมนตรี รวมทั้งรวบรวมนักวิชาการทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งคนรุ่นใหม่มาทำนโยบาย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ ในช่วงที่เราต้องการเสริมสร้างเศรษฐกิจของเมืองไทย ซึ่งเราคิดว่าเศรษฐกิจของเรานั้นจะได้รับผลกระทบโควิด-19 ในครั้งนี้ เราได้เตรียมตัวบุคลากร พล.อ.ประวิตรได้สั่งการว่า ให้พรรคของเราออกนโยบายเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ และตนเชื่อมั่นในทีมของเรา เราทำได้แน่ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศชาติดีขึ้นอย่างแน่นอน ให้คอยดูได้เลย ตนขอย้ำว่าทีมงานของเราจะนำพาประเทศชาติ นำทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ให้สู่ความเจริญตามที่หัวหน้าพรรคและสมาชิกทุกท่านคาดหวัง

ผู้สื่อข่าวถามถึงการฟอร์มทีมเศรษฐกิจของพรรค และการมีส่วนใน ครม.เศรษฐกิจ ด้วยหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เราทำงานคู่ขนานเพื่อผลิตนโยบาย มีนักวิชาการ นักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ ช่วยกันคิด นำเสนอถึงรัฐบาลและนายกฯ ตนมั่นใจว่าดีแน่ จะได้เห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้น เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นแน่นอน

ส่วนที่ตนได้เป็นเลขาธิการพรรค ไม่ได้เกี่ยวกับกลุ่ม ก๊วน หรือจะไปอยู่ใน ครม. ยืนยันว่าไม่ได้มองเรื่องตำแหน่งใน ครม. ตนเป็นคนทำงาน ไม่ใช่นักพูด เป็นนักปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วง เรื่อง ครม.เป็นเรื่องไกลตัว ที่ผ่านมาไม่เคยพูดเรื่องการทำงานว่าจะเป็นอะไรเลย มีครั้งนั้นครั้งเดียวที่พูดหลังการเลือกตั้ง

ถามถึงตัวบุคคลที่จะนำทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของพรรค นายอนุชา เผยว่า จะนำโดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และคนมีชื่อเสียงของประเทศ ขอให้รอเปิดตัวอีกครั้ง

เมื่อถามว่าจะดึงนายอุตตม สาวนายน อดีตหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ อดีตเลขาธิการพรรค มามีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ทุกฝ่ายถ้าได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวม คิดอ่านที่จะทำอะไรช่วยเหลือกัน เพื่อให้ประเทศชาติเป็นศูนย์รวม ที่พวกเราจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคไปทำงานให้ประชาชน และประเทศชาติให้เจริญ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องส่วนตัว ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้

ถามเรื่องปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค หลังได้ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค นายอนุชายืนยันความขัดแย้งหมดแน่นอน เมื่อเรามี พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค ที่มีความรัก ความเอื้ออาทร
 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'