เปลือยชีวิตเจ็บมาเยอะ ของ‘บุ๋น นพณัฐ’ กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย!


เพิ่มเพื่อน    

 

          จากนักแสดงซีรีส์สายวาย ที่ต้องมารับบทบาทท้ายทายมากขึ้นใน “ลองของ ซีรีส์” ทำเอาหนุ่ม บุ๋น-นพณัฐ กันทะชัย ถึงขั้นออกปากว่างานนี้หินสุดๆ โดยเจ้าตัวเผยถึงซีรีส์และเส้นทางกว่าจะมาเป็นนักแสดงขวัญใจวัยรุ่นตอนนี้ว่า

         “ในเรื่องเล่นเป็น คิณ ก็เป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไป เฮฮากับเพื่อนสนุกสนาน เป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครมาทำอะไรเรา ถ้าเกิดมีคนมาทำร้ายเราเราจะตอบกลับเขาไปแรงๆ ไม่ยอมคน ซึ่งต่างกับบทที่เราเคยได้รับมาที่มักจะเล่นเป็นบทรักวัยรุ่น น่ารักๆใสใส แต่ซีรีส์เรื่องนี้ ขึ้นชื่อว่า ลองของ มันก็ต้องดาร์กๆหน่อยอยู่แล้วครับ คือมันฉีกกฎการแสดงเราไปเลยมันทำให้เราได้พัฒนาตัวเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ เราอยากเล่นซีรีส์แบบนี้อยู่แล้ว ลี้ลับๆหน่อย เหลืออย่างเดียวตอนนี้ที่ยังไม่ได้เล่นคือดราม่า อยากเล่นดราม่าครับ มันท้าทายเราดีครับ

         เคยดูของเก่าที่เคยทำมาเหมือนกันครับ ดูตอนที่รู้ว่าเราจะได้เล่น ก็ไปดูเป็นเวอร์ชั่นนานแล้วที่มีพี่มะหมี่เล่น คือเขาทำไว้ดีมาก ตอนนั้นเราก็กลัวว่าถ้าเราเล่นแล้วเราจะทำให้เขาเสียไหม เพราะเขาทำไว้ดีมากเลย ถ้าเกิดเราทำไม่ถึงล่ะ คนดูเขาจะตำหนิเอาหรือเปล่าว่ามารีเมคใหม่แต่เราทำไม่ถึงอะไรแบบนี้ เราก็กังวล กดดันเหมือนกันครับ กลัวจะเกิดกระแสเปรียบเทียบ

 

 

           ความยากของเราในเรื่องนี้ น่าจะเป็นความเข้าใจในไสยศาสตร์ เพราะปกติเราไม่ใช่สายที่ยุ่งเกี่ยวอะไรพวกนี้เลย รู้จักน้อยมากแต่ก็พยายามเข้าไปดูในอินเตอร์เน็ตว่ามันเกี่ยวกับอะไรบ้าง ของพวกนี้มีอะไรบ้าง แล้วก็เวลาที่ของเข้าตัวเองมันเป็นยังไง ต้องรู้สึกยังไง ซึ่งมันก็ไม่ได้มีใครมาอธิบายชัดเจนว่ามันต้องรู้สึกยังไง เราก็ต้องตีความเอาเองว่าเวลาของเข้าตัวเราจะรู้สึกยังไง ต้องทุรนทุรายแค่ไหน มีซีนที่เราต้องโดนของเข้าตัว เราอยู่บนเตียงแล้วก็ต้องตีความเอาเองว่าถ้าของที่ไม่ดีเข้าตัวเราต้องทำไง เราก็พยายามทำให้ดูทรมานที่สุด เราเอาเล็บเกี่ยวคอตัวเอง ขูดคอตัวเอง คือมันทุรนทุราย อันนั้นคือเจ็บจริงมาก เล่นจนจะเป็นลมจนต้องขอกองว่าขอพักแป๊ปนึงได้ไหมจะเป็นลมเลยครับ เราพยายามที่สุด ซีนนั้นคือแทบจะไม่ได้พูดอะไรเลย พูดน้อยมาก แล้วต้องใช้แรงเยอะมาก ทั้งทึ้งทั้งดึงเพื่อสู้กับอะไรไม่รู้ที่อยู่ในร่างกายเรา อะไรที่เราไม่เห็นตรงหน้า เราต้องดึงกับใครก็ไม่รู้

          ยากกว่าบทที่มีไดอะล็อกมาก เพราะอันนี้เขาไม่ได้บอกอะไรเรามาเลย บอกแค่ว่าเราต้องเล่นเหมือนของเข้าตัว จริงๆมันท้าทายกับเราเพราะเราไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย ถือว่ายากที่สุดตั้งแต่เล่นมาแล้วครับ อย่างตอนเล่นด้ายแดง ก็ไม่ได้มีอะไรอย่างนี้เลย ไม่ได้ใช้อารมณ์มากอะไรขนาดนี้ครับ เรื่องนี้ท้าทายมาก เราก็อยากพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ เอาจริงๆบุ๋นเคยเล่นเป็นตัวประกอบมาหลายเรื่องนะ เข้ามา 7-8 ปีแล้วกว่าจะมาเล่น ด้ายแดง ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ใช้ฝีมือหรืออะไรมาก เพราะตอนเป็นตัวประกอบเราก็แค่เดินผ่านไปผ่านมา จนเริ่มมาเล่นดรีมทีน ด้ายแดง และมาเรื่องนี้คือ ลองของ 3 เรื่องนี้ถึงได้เรียกว่าเราได้เป็นนักแสดงจริงๆครับ

 

 

           8 ปีที่ผ่านก็ล้มลุกคุกคลานมาเยอะ ทั้งโดนโกง โดนหลอกเยอะมาก เรารู้สึกว่ามันยากนะที่เราจะมายืนอยู่ท่ามกลางผู้คนแบบนี้ คนอยากสำเร็จเป็นล้านๆคน แต่คนที่มาอยู่ตรงนี้ได้ก็มีไม่กี่คน บางคนอาจจะพูดว่ามันง่ายนะแต่บุ๋นว่ามันไม่ง่ายเลย ต่อให้หน้าตาดีจริงๆแบบมันก็จะมีคนอื่นที่หน้าตาดีและความสามารถดีกว่าเราอยู่ดีๆ เคยท้อบ่อยมาก ตอนด้ายแดง อีพีแรก ตอนนั้นฉายในโรงภาพยนตร์ ผมเคยบอกเลยว่า ถ้าออกไปแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ผมขอพอแล้วกัน ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วกัน แต่มันก็ออกมาดีครับ ปีนี้ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จได้นะ ถือว่าเป็นปีที่ดีที่สุดของการทำงานที่ผ่านมาแล้วครับ

          ผมว่าที่เรามาอยู่ตรงนี้ได้น่าจะเป็นเพราะความพยายาม แต่ก่อนผมไม่เคยเชื่อคำว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เลยนะ เพราะเราก็พยายามมานานนะ 7-8ปี มันก็ไม่สำเร็จสักที จนปีนี้มันสำเร็จ เราถึงเชื่อว่ามันน่าจะใช่จริงๆแล้วแหละ ตอนนั้นเราเกือบตัดใจแล้ว ตอนที่มีคนมาเสนอให้เล่น ด้ายแดง บุ๋นก็คิดว่าไม่เล่นดีไหม ไม่อยากเล่นแล้ว เพราะตอนนั้น บุ๋นอายุ 23 แล้ว อยากทำงานที่มั่นคงแล้ว ไม่อยากขอเงินพ่อแม่แล้ว แต่ก็โชคดีที่มาต่อครับ

          เอาจริงๆอนาคตไม่รู้เลย  บุ๋นก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าถ้าจบเรื่อง เชือกป่าน เราจะเอายังไงต่อ มันจะเป็นไปในแนวทางไหน จะอยู่ยังไง เราเกิดมาแบบที่เรียกว่ามันเรียกว่าเร็วก็ได้ อยู่ๆเราพุ่งขึ้นมาเลย เราไม่ได้ค่อยๆไต่ระดับเหมือนคนอื่น แล้วพอถึงจังหวะที่มันเป็นจุดเปลี่ยนเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป วันๆจะรับแต่อีเวนท์เหรอ แล้วถ้าเราไม่มีซีรีส์เล่นล่ะ ก็ไม่มีคนจ้างอยุ่ดีเพราะกระแสมันก็จะไม่มี ที่เคยคิดไว้ก็คืออยากจะทำเบื้องหลัง เราเรียนมาสายนี้อยู่แล้ว ถ้าเกิด 2-3ปี มันไปต่อไม่ได้แล้วก็คงหันไปทำงานเบื้องหลัง”

 

คู่จิ้น บุ๋น-เปรม

 

 

 


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?