'เฉลิมเกียรติ'พอใจมาตรการได้ผล ไร้เหตุร้ายช่วงสงกรานต์


   

18 เม.ย. 61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป5) และ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ร่วมแถลงสรุปผลการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า คดีอาญาห้วงวันที่ 11 - 17 เม.ย. 2561  ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย  มีคดีเกิด 213 ราย จับกุม 125 ราย คดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น  เกิดขึ้นมากที่สุด 100 ราย สามารถจับกุมได้ 47 ราย ผู้ต้องหา 72 คน  ประสิทธิภาพการจับกุมร้อยละ 57 ส่วนคดีทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย  เกิดขึ้น 9 ราย  สามารถจับกุมได้ทั้ง 9 ราย  ประสิทธิภาพการจับกุม  100% โดยเฉพาะคดีอุกฉกรรจ์ ที่เกิดในพื้นที่ จ.ลพบุรี เสียชีวิต 1 ราย  ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว  ส่วนที่ จ.ศรีสะเกษ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ มาดำเนินคดี

สำหรับความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เกิดขึ้น 442 ราย จับกุมได้ 227 ราย  ส่วนมากเป็นคดีลักทรัพย์ เกิด 228 ราย จับกุมได้ 129 ราย ประสิทธิภาพการจับกุมร้อยละ 56.6  ส่วนคดีที่เป็นเป้าหมายสามารถควบคุมและป้องกันได้ คดีวิ่งราวทรัพย์เกิดขึ้น 4 ราย คดีชิงทรัพย์ เกิด 9 ราย จับกุมได้ 8 ราย ประสิทธิภาพในการจับกุม ร้อยละ 88.9  ถือได้ว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดคดี  ซึ่งมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง

ส่วนโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ห้วงวันที่ 11-17 เม.ย.ที่ผ่านมา มีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน ทั้งสิ้น 8,348 หลัง คืนแล้ว 6,598 หลัง คงเหลือ 1,750 หลัง   โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 2,421 หลัง หรือคิดเป็นร้อยละ 40.8 อยู่ระหว่างการคืนบ้านให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความปลอดภัย  ไปจนกว่าจะคืนบ้านหลังสุดท้ายให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจพื้นที่ที่รับผิดชอบตามโครงการ ว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติกับบ้านที่เข้าร่วมโครงการฯ แต่อย่างใด

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ผ่านหมายเลข 191 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ห้วงระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2561 มีสายเข้า 6,489 ครั้ง เป็นเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแส  จำนวน 5,196 ครั้ง งานบริการ  1,293 ครั้ง ในส่วนการรับแจ้งเหตุฯ  ของต่างจังหวัดอีก 76 จังหวัด และขณะที่แอพพลิเคชัน Police I lert U ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 4-15 เม.ย. 2561  มียอดดาวน์โหลดแอพลิเคชัน รวมทั้งสิ้น 29,576  ดาวน์โหลด ทำให้ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลด รวมทั้งสิ้น 354,566  ดาวน์โหลด  ซึ่งมียอดการแจ้งเหตุจริงจากพี่น้องประชาชน รวมทั้งสิ้น 134  ครั้ง สรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นที่น่าพอใจ ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งทำให้ผลการปฏิบัติออกมาเป็นที่น่าพอใจ

ด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในพื้นที่ บช.น.ในการดูและชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนสามารถควบคุมเหตุอาชญากรรมได้ รวมทั้งโครงการประชารัฐร่วมใจฯมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 1,530 หลัง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 74 หลัง แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมากำกับควบคุมดูแลสายตรวจคือตู้แดงคิวอาร์โค้ด สามารถช่วยกำกับดูแลสายตรวจให้มีประสิทธิภาพจะส่งผลให้การป้องกันมีประสิทธิภาพไปด้วย

ทั้งนี้สิ้นเดือน เม.ย.ระบบตู้แดงคิวอาร์โค้ดจะต้องมี 50 เปอร์เซ็นต์ของจุดตรวจ อย่างเช่นร้านสะดวกซื้อ ร้านทอง ง่ายต่อการประมวลผล จะสามารถทราบได้ว่าใครตรวจกี่ครั้ง ใครเป็นคนตรวจ เป็นการกำกับดูแลระบบสายตรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้มือถือแสกนไปที่คิวอาร์โค้ดข้อมูลจะแสดงไปยังศูนย์วิทยุและบันทึกข้อมูลของแต่ละสถานีตำรวจ หากผู้บังคับบัญชามาตรวจก็สามารถคีย์ข้อมูลดูได้ทันที.

 


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?