หลวงปู่พุทธอิสระปลุกล้าง ‘กาฝาก-มหาโจร’ ผ้าเหลือง!


เพิ่มเพื่อน    

18 เม.ย.2561 - พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐมได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เมื่อไรคณะสงฆ์ผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญาจะลุกขึ้นมาแสดงความกล้าหาญช่วยกันปกป้องพระธรรมวินัยเสียที” โดยมีเนื้อหาว่า 3-4 ปีมาแล้วที่ต้องต่อสู้กับอธรรมที่ใช้ผ้าเหลืองห่อหุ้มกาย 3-4 ปีมาแล้วที่ต้องต่อสู้กับอลัชชีที่อ้างเพียงแค่คำว่าบุญ แล้วหลอกใช้ศรัทธาของชาวบ้านมาสร้างความร่ำรวย ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง 3-4 ปีมาแล้วที่ต้องสู้กับพวกมหาโจร ที่ฝังตัวอยู่ในองค์กรปกครองสูงสุดซึ่งเป็นศูนย์กลางของอำนาจตุลาการ นิติบัญญัติบริหารเพียงลำพังทั้งที่พวกมหาโจรเหล่านี้ ก็ใช้อำนาจไปในทางมิชอบ โดยที่ไม่มีใครในคณะสงฆ์ จะกล้าออกมาคัดค้านต่อกรด้วย

หลวงปู่พุทธะอิสระโพสต์ต่อว่า 3-4 ปีมาแล้วที่พุทธะอิสระต้องสู้กับกลุ่มมหาโจร ในคราบผ้าเหลืองที่กระหายอำนาจ ต้องการอำนาจ ถึงขนาดช่วยกันเดินขบวนเรียกร้องอำนาจหรือจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ 3-4 ปีมาแล้วที่คณะสงฆ์ไทย มองพุทธะอิสระเป็นพระบ้า พระกบฏ พระเถื่อน ถ่อย สถุล อันธพาล ระรานพระผู้ใหญ่ เป็นเวลา 3-4 ปีเหมือนกันที่ไม่ยอมก้มหัวให้พวกอธรรมเหล่านี้แม้แต่น้อยนิด ถึงจะรู้ว่าต้องสู้อยู่คนเดียว ก็ไม่เคยสะดุ้งกลัวหวาดผวา 3-4 ปีมาแล้วที่พุทธะอิสระต้องกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาและผู้ต้องหาคดีกบฏ อันเป็นผลมาจากการต่อสู้กับพวกทุจริตและมหาโจรในผ้าเหลือง 3-4  ปีมาแล้วที่ต้องถูกขู่ฆ่า ถูกเหยียดหยามย่ำยี ถูกประณาม ถูกจ้องจับผิด และอาฆาตพยาบาทจากพวกพ้องของผู้เสียผลประโยชน์ เป็น 3-4 ปีที่เคยถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า สาวกสงฆ์ในพระธรรมวินัยนี้ มีพุทธะอิสระเพียงผู้เดียวหรือ ที่ทำหน้าที่ปกป้องพระธรรมวินัย ทั้งที่หน้าที่ปกป้องพระธรรมวินัย เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัยหาได้เป็นของพุทธะอิสระคนเดียวไม่ แต่ควรจะเป็นหน้าที่ของพุทธบริษัททุกคน

“คำถามก็คือ แล้วพุทธบริษัทเหล่านั้นหายไปไหนหมด หรือสงบนิ่งเพียงเพื่อที่จะเอาตัวรอด แล้วรอรับผลประโยชน์ คอยประดิษฐ์คำสวยๆ มาหลอกชาวบ้านให้มึนงงเท่านั้น งานนี้ไม่เห็นบรรดานักเทศน์ นักคิด นักเขียน นักวิเคราะห์ นักวิชาการสายออเจ้าทั้งหลาย ออกมาชี้ว่าอะไรถูก อะไรผิดกันบ้างเลย หรือกลัวว่าจะเปลืองตัว ปีนี้จักไม่ได้รับเลื่อนขั้น พิจารณายศ ไอ้นักบวชแบบนี้ล่ะ ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า กาฝากล่ะ มีชีวิตอยู่แค่จะแสวงหาประโยชน์เท่านั้น ถ้าชาวบ้านจะหวังพึ่งได้ก็แค่คำพูดปลอบประโลมให้คลายเหงา หาได้จับต้อง พึ่งพาเอาเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้ชาวบ้านมีปัญญาชี้ถูก ชี้ผิดได้ไม่ ที่พุทธะอิสระเขียนมานี้ หาใช้ตำหนินักบวชทุกท่านดอกนะ แต่ตำหนิพวกที่เป็นอีแอบ ขมุกขมัว มั่วซั่ว อึมครึม ไม่ชัดเจน มีผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่ไม่ชัดเจนเช่นนี้ล่ะ สังคมถึงได้แยกไม่ได้ว่าอะไรสุจริต อะไรทุจริต อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล อะไรคือสิ่งที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะอย่างนี้ล่ะ บ้านเมืองถึงได้มีปัญหาหมักหมม แก้ไม่ได้เสียที ขออภัยที่ต้องบ่นออกมาดังๆ เพราะทนเห็นความเห็นแก่ตัวของนักบวชหลายๆ คนไม่ได้ กระทบกับใครก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย”
 

 


วิบากกรรม...."หมอเหวง" เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน วานนี้กระเตง "ป้าธิดา" ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก 

ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!
'ธนาธร-ปิยบุตร' ออกศึก