จีนส่งบินรบรุกเส้นแบ่งช่องแคบ ต้อนรับรมต.สหรัฐเยือนไต้หวัน


เพิ่มเพื่อน    

จีนส่งเครื่องบินรบ 2 ลำบินข้ามเส้นแบ่งมัธยะกลางช่องแคบไต้หวันเมื่อเช้าวันจันทร์ ก่อนหน้าที่รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐจะพบปะประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน เพื่อแสดงความสนับสนุนและยกย่องประชาธิปไตยกับความสำเร็จในการต่อสู้กับโควิด-19 ของไต้หวัน

อเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐ (ที่ 2 จากซ้าย) เดินออกจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อไต้หวัน ภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งอเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุข มาเยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการนาน 3 วัน โดยอาซาร์เป็นสมาชิกคณะรัฐมนตรีสหรัฐระดับสูงที่สุดที่เยือนไต้หวันในรอบ 41 ปี นับแต่สหรัฐหันมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเมื่อปี 2522 และเป็นการมาเยือนในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนบาดหมางกันในหลายเรื่อง ไม่ว่าด้านการค้า, การทหาร, ความมั่นคง รวมไปถึงโรคโควิด-19

    จีนยังถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน ที่จีนพร้อมใช้กำลังหากไต้หวันประกาศเอกราช และประณามการเยือนของอาซาร์ว่า บั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน โดยจีนขอสงวนสิทธิ์ที่จะตอบโต้

    รอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม อ้างคำแถลงของกองทัพอากาศไต้หวันที่บอกว่า จีนส่งเครื่องบินรบ เจ-11 และเจ-10 บินข้ามเส้นแบ่งมัธยะกลางช่องแคบไต้หวัน ที่สองฝ่ายใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดน เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ไม่นานก่อนที่อาซาร์จะพบปะกับไช่ โดยไต้หวันยิงมิสไซล์ต่อต้านอากาศยานจากภาคพื้นติดตามเครื่องบินจีน 2 ลำนั้น และส่งเครื่องบินลาดตระเวนขึ้นขับไล่

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไต้หวันที่ใกล้ชิดกับแผนงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลกล่าวกับรอยเตอร์ว่า จีน "พุ่งเป้า" ที่การเยือนของอาซาร์อย่างชัดเจน ด้วยการเคลื่อนไหวที่ "เสี่ยงมาก" หากพิจารณาว่าเครื่องบินของจีนอยู่ในพิสัยของมิสไซล์ไต้หวัน

    การรุกล้ำข้ามเส้นมัธยะในช่องแคบไต้หวันของจีนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 นับแต่ปี 2559 กระทรวงกลาโหมของจีนยังไม่แสดงท่าทีต่อเหตุการณ์นี้และการโต้ตอบของไต้หวัน

    รัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนดินแดนประชาธิปไตยแห่งนี้มากขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์กับจีนเลวร้ายลง และยังได้ส่งเสริมการขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน การมาเยือนของอาซาร์ครั้งนี้เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสาธารณสุข และสนับสนุนบทบาทของไต้หวันบนเวทีระหว่างประเทศในการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19

    "นับเป็นเกียรติอย่างแท้จริงที่ข้าพเจ้าได้มาที่นี่ เพื่อถ่ายทอดสารแห่งการสนับสนุนอย่างแข็งขันและมิตรภาพที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีต่อไต้หวัน" อาซาร์กล่าวกับไช่ระหว่างการพบกันที่ทำเนียบประธานาธิบดี พร้อมกับยกย่องการตอบสนองของไต้หวันต่อโควิด-19 ว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สุดของโลก ที่ต้องยกความชอบให้กับความเป็นประชาธิปไตย, ความโปร่งใสและเปิดกว้างของสังคมและวัฒนธรรมไต้หวัน

    การดำเนินการอย่างรวดเร็วและได้ผลของไต้หวันในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสทำให้ไต้หวันมีผู้ติดเชื้อน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้ โดยมีผู้ติดเชื้อเพียง 480 ราย และเสียชีวิต 7 ราย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ติดเชื้อจากต่างแดน ขณะที่สหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก โดยเกิน 5 ล้านรายแล้ว และเสียชีวิตเกือบ 163,000 ราย.


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"