หลุดเอกสาร ตร.เห็นควรฟ้อง 'อัยการปรเมศวร์' เมาขับชนแล้วหนี แจงเรื่องนานแล้วไม่รู้คดีถึงไหน


เพิ่มเพื่อน    

11 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในไลน์กลุ่มนักกฎหมายมีการแชร์เอกสารในคดีที่ พ.ต.อ.ศิวัช ศรีวิชัย ผกก.สน.บางกรวยได้ ส่งสำนวนคดีที่เห็นควรสั่งฟ้อง (พร้อมตัวผู้ต้องหา) ต่ออัยการจังหวัดนนทบุรี ในคดีสอบสวนคดีอาญาที่ 82/2562 ลงวันที่ 1 มี.ค. 2562 เรื่อง ขับรถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ , ขับรถประมาทน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ

โดยเป็นคดีระหว่าง พ.ต.ท.รพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม กล่าวหา นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อายุ 62 ปี (ในขณะนั้น) ผู้ต้องหาในความผิด ฐานความผิดขับขี่รถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ, ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน, ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ

บันทึกการมอบตัวและแจ้งข้อกล่าวหา ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2562 พ.ต.ท.รพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม สารวัตรสอบสวน สภ. บางกรวย พนักงานสอบสวนได้แจ้งพฤติการณ์แห่งคดีฐานความผิดและสิทธิของผู้ต้องหาให้นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุมอายุ 62 ปี กรณีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 เวลาประมาณ 22.30 น. ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสันทะเบียน 7 กส 2300 กรุงเทพฯ เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นเคอาร์สีเขียว (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) มีนายธรรมรัตน์ ทองทวี เป็นผู้ขับขี่ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 125 ไอ สีแดงดำ ทะเบียน 8 กร 6848 กรุงเทพฯ มีนายธันณเรศ ร้อยกรอง อายุ 21 ปี เป็นผู้ขับขี่ เป็นเหตุให้นายธรรมรัตน์ได้รับบาดเจ็บและรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายและไม่หยุดลงมาช่วยเหลือ แต่มีพลเมืองดีติดตามไปทันที่บริเวณทางเข้าวัดหูช้าง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงจึงได้เชิญตัวมาที่ สภ.บางกรวย แล้วต่อมาได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 87 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เหตุเกิดถนนนครอินทร์ (ขาออก) หน้าปั๊มคาลเท็กซ์หมู่ 3 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ และขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์ ขับรถเฉียวชนแล้วหลบหนี และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ

พนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบว่า 1. ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ 2.ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ผู้ต้องหาทราบและเข้าใจข้อกล่าวหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยเมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้วได้ให้ผู้ต้องหากลับไปโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาการบาดเจ็บของนายธรรมรัตน์ ผลการตรวจชันสูตรของแพทย์โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์ ให้ความเห็นว่า ผู้ป่วยรู้สติดี มีบาดแผลฉีกขาดที่หน้าผาก คิ้วซ้าย ท้ายทอยด้านซ้าย ขาซ้าย แผลถลอกที่ต้นแขนขวา ขาขวา ข้อเท้าขวา

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีสำนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรี อัยการชื่อดัง กล่าวว่า เรื่องนี้นานแล้วไม่มีอะไร ตนก็ยังไม่รู้คดีถึงไหนก็ยังไม่เรียกไป

เมื่อถามว่าคดีส่งสำนวนให้อัยการตามเอกสารแล้วหรือไม่ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ยังเป็นแค่ร่างเฉยๆ หรือไม่ เป็นการเฉี่ยวชนกันนิดหน่อย ชดใช้ค่าเสียหายเรียบร้อย ยังเปิดเผยอะไรไม่ได้มาก เพราะตำรวจกำลังทำสำนวนอยู่ยังไม่มาถึงชั้นอัยการ

ถามถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ จากนั้นชนและหนี นายปรเมศวร์ ตอบว่า วันนั้นตนดื่มเล็กน้อย กำลังขับรถยนต์กลับ ข้างทางมีรถจักรยานยนต์เสีย และมีอีกคนถีบจักรยานยนต์ประคองกัน ตอนนั้นมืดมาก ตนมองไม่เห็น ไม่รู้ว่าชน แต่พอมีคนบอกว่าตนชน ตนก็จอดรถยนต์ลงมารอดู จนไปถึงสถานีตำรวจ ไม่ได้หนีตามที่ลือกัน จริงๆ เรื่องนี้ไม่มีอะไร น่าจะเป็นการดิสเครดิตกันมากกว่า


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์