อดีตรองอธิการบดีฯมธ.แนะ105อาจารย์คำฟังปราศรัยแกนนำม็อบด้วย อย่าดึงดันให้เกิด 6 ตุลาซ้ำ


เพิ่มเพื่อน    

14 ส.ค.63- รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ว่าข้อเรียกร้อง10 ข้อ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จากการชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน”และข้อความที่แกนนำการชุมนุมปราศรัย และแสดงออกบนเวทีที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจและทางความคิดของคนไทยในวงกว้างอย่างมหาศาล

ในกลุ่มไลน์ต่างๆที่สังเกตุเห็น แม้ในกลุ่มที่สมาชิกอยู่ในวัยใกล้กัน แต่ความคิดก็ยังแบ่งออกเป็น 2 ทาง ทางหนึ่งคือ เห็นว่าการแสดงความคิดเห็นของแกนนำม็อบ ไม่ถือเป็นการจาบจ้วง เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา เป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพที่มีตามรัฐธรรมนูญ อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นการจาบจ้วง ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง

หากแสดงความคิดเห็นกันเฉยๆก็คงไม่เป็นไร แต่พอโต้ตอบกันไปมาก็เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จนไม่แน่ใจว่าหากได้พบกันจะมองหน้ากันได้หรือไม่

นี่คือความแตกแยกอีกแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

แถลงการณ์ที่ลงนามโดยบรรดาอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ 105 คน ภายหลังบอกมี 120 คน ให้การรับรองว่าการปราศรัยและการแสดงออก รวมทั้งข้อเรียกร้อง 10 ข้อต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการแสดงออกตามครรลองของกฎหมาย บนหลักพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

ในขณะที่ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เขียนไว้ดังนี้

“ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกระหว่าง 3 ปี ถึง 15 ปี”

และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ระบุว่า

“ ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

อยากให้คนที่เถียงกันอยู่กันในขณะนี้ ไปดูคลิปส์การปราศรัยของแกนนำทุกคนในวันนั้น ฟังนาย อานนท์ นำภา ฟังนาย ภานุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” ฟังให้จบรวมทั้งอ่านข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้ง 10 ข้อ โดยเฉพาะข้อ 7 ข้อ 8 และ 9 จากนั้นให้พิจารณาด้วยใจเป็นธรรม

หากจะบอกว่าไม่ควรไปดำเนินคดีกับผู้ปราศรัย หรือแกนนำ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากบอกว่าที่ทำไปนั้นไม่ผิดกฎหมาย คงไม่ใช่

หากจะบอกว่าการชุมนุมเกิดจากความไม่พอใจของเยาวชนที่คุกรุ่นมานานแล้วมาประทุเอาตอนนี้

แน่นอนว่าคนที่มาร่วมชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจย่อมต้องมี

แต่หากจะบอกว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่ได้ทำเป็นขบวนการ ไม่มีใครวางแผนและสนับสนุนในทุกด้านอยู่เบื้องหลัง นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้

จะอย่างไร คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศยังคงเห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ต้องการให้ใครไปดูหมิ่น จาบจ้วงล่วงละเมิดพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะพระองค์ใดก็ตาม

อย่าดึงดันจนทำให้เกิดความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา อีกเลยครับ.