ตร.แจ้งข้อหา1รุ่นพี่โหดที่สั่งลงโทษ'น้องมินต์'จนเสียชีวิต! อีก3รายรอด


เพิ่มเพื่อน    

24 ส.ค. 63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจเแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดดำ หรือ น้องมินต์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ภูเก็ต จากการร่วมกิจกรรมรับน้อง โดยถูกรุ่นพี่สั่งลงโทษให้วิ่งจนช็อกหมดสติ และเสียชีวิตว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองภูเก็ต เพิ่มเติมว่า 

จากการสอบสวน เเละรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ต้องหา 1 ราย ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นพี่ ตามวันเกิดเหตุเป็นผู้ควบคุมการซ้อมเชียร์กีฬา และเป็นผู้สั่งลงโทษผู้ตายรุ่นน้องให้วิ่งรอบลานจอดรถหน้าตึกคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่เกิดเหตุ กระทั่งผู้ตายเป็นลมหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเเพทย์ให้ความเห็นว่า เสียชีวิตเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลว

ในเช้าวันนี้ 24 ส.ค.63 พนักงานสอบสวนได้เเจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาดังกล่าวทราบว่า กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวโดยไม่มีประกันในระหว่างการสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษา และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ส่วนกรณีของนักศึกษารุ่นพี่อีก 3 รายนั้น จากการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่พบว่ามีพฤติการณ์ หรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเเต่อย่างใด

รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า คดีดังกล่าวในขั้นตอนต่อไป พนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสำนวนการสอบสวน และมีความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาตามกฎหมายต่อไป ส่วนในเรื่องของการฟ้องร้องค่าเสียหายทางเเพ่ง พ่อเเม่ของผู้ตายเป็นผู้เสียหายสามารถเรียกได้จากผู้กระทำคือรุ่นพี่

ส่วนมหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดเพียงใดนั้น ต้องดูว่ามหาวิทยาลัยมีมีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปควบคุมหรือกำกับในกิจกรรม มีหน้าที่ที่จะต้องกำชับวิธีการปฏิบัติ กำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบ กวดขันเอาใจใส่ มากน้อยเพียงใดหรือใม่ ถ้ามหาวิทยาลัยไม่มีการควบคุม กำชับการปฎิบัติ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการรับน้อง ไม่เข้าไปสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด อาจจะต้องร่วมรับผิดในทางแพ่งด้วย.

 

 


อยู่เพื่อเรียนรู้กันไป... ไทยโพสต์ ๒๕ ปี...เข้าเบญจเพสพอดิบพอดี เทียบแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่จัดชุมนุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้

เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'