'อรอนงค์'ทำหน้าที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ชีวิตที่เหลือขอทุ่มเทเพื่อลูก


เพิ่มเพื่อน    

 

          กลายเป็นคุณแม่สุดสตรองของจริง สำหรับ อร-อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ อดีตนางสาวไทยปี 2535 หลังจากผ่านมรสุมชีวิตคู่หย่าร้างกับอดีตสามีนักธุรกิจที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมายาวนานกว่า 20 ปี ต้องกลายมาเป็นซิงเกิลมัมซะอย่างนั้น แต่ถึงจะกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว คุณแม่อร ที่ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์  ก็ไม่ได้รู้สึกว่าความโชคร้ายในความรักคืออุปสรรคในชีวิต แต่กลับกันมันคือเป็นแรงผลักให้ตัวเอง มั่นใจ สบายใจ และมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น และส่วนลมหายใจที่เหลืออยู่ขอทุ่มเทให้กับลูกชาย อองตอง และ อองรี 

          “ตอนนี้สถานะภาพก็คือ หย่ามาประมาณ 1 ปีแล้วค่ะ หลังจากที่มีเรื่องมีราวกับอดีตสามี ก็หย่าอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว 1 ปีกว่าแล้วค่ะ เพราะว่าเดือน กรกฎา ปีที่แล้วที่เราหย่ากัน เรามีโอกาสได้คุยกับลูกเหมือนกันค่ะ ถ้าพ่อกับแม่หย่ากันลูกจะว่ายังไง ตอนนั้นน้องก็อายุ 12 / 13 ประมาณนี้ค่ะ ตอนนี้คนโตอายุ 15 คนเล็กคือ 13  ถ้าวันนั้นที่เราตัดสินใจจะหย่า หรือวันแรกที่เรารู้ว่าสามีเรามีผู้หญิงถ้าไม่มีลูกเราอาจจะเคว้งด้วย ต้องขอบคุณที่มีลูกที่คอยเป็นกำลังใจให้เรา และเราสามารถเดินเคียงคู่ไปกับลูกได้และลูกเองก็รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นคือ มันมีการกระทำที่เขาได้เห็น

          และพอเราไปพูดว่าพ่อกับแม่ต้องแยกทางกันจะต้องไปหย่านะ รู้ใช่ไหมว่าคุณแม่เป็นคนที่อยู่ในวงการนะ อย่างน้อยๆ มันต้องมีข่าวออกมา มีคนมาถามอะไรแบบนี้ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นคนในวงการ แต่เมื่อสถานะภาพ หรือเกิดเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นย่อมมีข่าวแพร่ออกไป เราก็บอกลูกว่าถ้ามีข่าวออกไปลูกไม่ต้องตกใจนะ เพราะอันนี้มันเป็นเรื่องของคนที่อยู่ในวงการอยู่แล้ว เขาก็โอเคกับเรา ยิ่งลูกคนโตเขาเข้าใจอยู่แล้วเขาบอกเราว่า ถ้าคุณแม่ทำแล้วมีความสุข คือ ก็ทำได้เลย

          ทุกวันนี้ถามว่าเหงาไหม ไม่เหงาค่ะ ด้วยความที่เราโชคดีที่เราก็ยังมีงานในวงการบันเทิง ผู้ใหญ่ได้ให้ความเอ็นดูเราอยู่ให้งานเราทำ เรายังดูแลลูก ทำร้านเสื้อผ้าชื่อแบรนด์อรอนงค์ เป็นเสื้อผ้าสวมใส่ง่ายๆสบายๆ มีหน้าร้านอยู่ที่ตลาดบองมาร์เช่ มันก็เลยทำให้เราไม่ได้อยู่นิ่งแล้วมีเวลาว่างๆ

 

 

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก