โควิดดับฝันเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน


เพิ่มเพื่อน    

ข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในเมียนมาร์จนมีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์คุมเข้มเป็นเวลา 21 วันนั้น ได้ทำให้ฝ่ายไทยต้องเฝ้าระวังเขตพื้นที่ของจังหวัดชายแดนทางด้านตะวันตกทั้ง 10 จังหวัดด้วย คือ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง 

นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้ระบุในข่าวถึงความกังวลของบรรดาหมอในพื้นที่จุดเสี่ยงบริเวณชายแดนแม่สอดซึ่งมีความยาวกว่า 600 กิโลเมตรว่า แม่สอดมีประชากรรวม 600,000 คน โดยที่กว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรรวมของแม่สอดเป็นคนต่างชาติ แม้ทางการไทยจะมีมาตรการเข้มงวดในการสกัดแรงงานลักลอบเข้าเมือง แต่ก็ยังมีแรงงานเมียนมาร์อีกจำนวนมากที่พยายามลักลอบเข้ามาด้วยเหตุผลเรื่องโอกาส

ทางเศรษฐกิจ แม้ไทยจะได้พยายามขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย และให้สิทธิการเข้าถึงบริการสุขภาพและการคัดกรองโรคระบาดแก่แรงงานเหล่านี้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องจำนวนหมอและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร  

ศักยภาพทางเศรษฐกิจของแม่สอด สามารถดูได้ง่าย ๆ จากตัวเลขมูลค่าการค้าผ่านชายแดนที่ด่านศุลกากรแม่สอดในระหว่าง พ.ศ. 2559-2561 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 8.4, 7.9 และ 7.8 หมื่นล้านบาทตามลำดับ ล่าสุดกรมการค้าต่างประเทศได้เผยยอดตัวเลขการค้าชายแดนเมียนมาร์ทุกด่านรวมกันในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 ว่ามีมูลค่าเท่ากับ 60,194 ล้านบาท โดยลดลง 7.08% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอันเป็นผลจากโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ความต้องการที่จะขยายโอกาสทางเศรษฐกิจของแม่สอดให้มีมากขึ้นนั้น ได้ทำให้ทางการไทยคิดผลักดันให้แม่สอดกลายเป็นประตูเศรษฐกิจของไทยและเมียนมาร์ภายหลังจากการลงนามในสัญญาหยุดยิงระหว่างรัฐบาลเมียนมาร์และกองกำลังทหารกะเหรี่ยง (KNU) ในปี พ.ศ. 2555 หลังจากนั้นรัฐบาลไทยก็ได้เริ่มคิดเรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ในพื้นที่แม่สอด เพื่อดึงดูดการลงทุนของอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจากเมียนมาร์

สำหรับการผลิตของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลกและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็ได้ส่งผลทำให้เกิดการขยายตัวของภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในแม่สอดด้วย จนทำให้ราคาที่ดินขยับสูงขึ้นหลายเท่าตัว

นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังได้ริเริ่มโครงการพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) ด้วยการสร้างเส้นทางคมนาคมระดับภูมิภาคที่มีความยาวถึง 1,320 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างชายแดนแม่สอดไปยังประเทศกัมพูชา โดยมีปลายทางที่ท่าเรือดานังของเวียดนาม (ดูภาพประกอบ)

แต่จากรายงานข่าวของ Insight Thai PBS เมื่อเดือนมกราคมของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนหน้าที่จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย (https://news.thaipbs.or.th/content/288281) ได้ระบุถึงปัญหาของพื้นที่เขตเศรษฐกิจแม่สอดตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมาว่า ขาดความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการและขาดความชัดเจนในเรื่องระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ทางฝั่งของเมียนมาร์ตรงข้ามแม่สอดกลับเริ่มมีการลงทุนขนาดใหญ่ของทุนจีนกว่า 4.5 แสนล้านบาทเพื่อสร้างเมืองใหม่และพื้นที่อุตสาหกรรมในบริเวณพื้นที่เช่ากว่า 7.5 หมื่นไร่ โดยที่ฝั่งเมียนมาร์จะมีความได้เปรียบในเรื่องการมีแรงงานราคาถูกจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับไทย   

การระบาดของโควิด-19 ล่าสุดในเมียนมาร์ ก็ได้เพิ่มความเสี่ยงในเรื่องปัญหาการขาดแรงงานราคาถูกในเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตากให้สูงขึ้นด้วย และเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตากก็ได้มีคำสั่งปิดด่านถาวรจำนวน 2 ด่าน ส่วนด่านธรรมชาตินั้นก็ได้ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองเข้มงวดเรื่องการตรวจลาดตระเวนช่องทางธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังแรงงานที่จะลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 จากเมียนมาร์เข้าสู่ไทย 

ปัญหาเรื่องความเสี่ยงของโควิด-19 จากเมียนมาร์ในครั้งนี้ เป็นเสมือนการเปิดให้เห็นฝุ่นที่ตลบอยู่ใต้พรมที่เราใช้รองรับความฝันเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมากว่า 5 ปีในกรณีของแม่สอด ซึ่งน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้พวกเราต้องเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังถึงความผิดถูก ของความเชื่อและความฝันในนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจที่มุ่งแต่จะดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติและชาวไทยให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ เพียงเพราะหวังว่านักลงทุนเอกชนเหล่านั้นจะสามารถใช้แรงงานราคาถูกจากเพื่อนบ้านมาลดต้นทุนการผลิตเพื่อส่งออกให้ได้มากขึ้น โดยที่ได้ละเลยถึงเรื่องการขาดความพร้อมของภาครัฐและท้องถิ่นในการบริหารจัดการ

นอกจากนี้เราก็ยังละเลยถึงต้นทุนรวมที่แท้จริง ที่จะตกอยู่กับสังคมไทยโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเป็นอยู่และสังคมของแรงงานต่างชาติ และปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่มากับแรงงานต่างชาติ ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้เกิดจากข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอในการให้บริการสาธารณสุขเพื่อสร้างความปลอดภัยสำหรับประชาชนไทยและแรงงานต่างชาติในพื้นที่ ซึ่งในที่สุดแล้ว ปัญหาทั้งหมดนี้ก็จะย้อนกลับมาสั่นคลอนความอยู่รอดของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเอง แม้ที่ผ่านมา พวกเราจะเห็นปัญหาเหล่านี้อย่างเลือนรางบ้างแล้วก็ตาม แต่โควิด-19 ก็ได้ทำให้ปัญหาทั้งหมดนี้ กลับมาปรากฎเด่นชัดขึ้นในทุกวันนี้   

 

ศ.ดร. อารยะ  ปรีชาเมตตา
กนิษฐา หลิน    
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมภิบาล


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.