กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

     วิจารณ์กันเสียงขรม พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่ หลังผ่านมติ ครม. ในทำนองโดนแปลงสาร เปิดช่องวิ่งเต้นโยกย้ายเหมือนเดิม จน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาชี้แจงแถลงไข พ.ร.บ.ตำรวจใหม่ มีกรรมการพิทักษ์คุณธรรมตำรวจ (กพค.) ทำหน้าที่ตรวจสอบกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเสร็จสิ้น ใครรู้สึกไม่เป็นธรรมให้ส่งเรื่องมาที่ กพค.ตรวจสอบ ถ้าพบว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองได้ แทนวิธีการเดิมที่ให้ส่งเรื่องไปยังศาลปกครองทางเดียว รวมถึงปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายจากเดิมที่หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายอยู่นอกกฎหมายทำให้เปลี่ยนได้ทุกปี ครั้งนี้นำมาไว้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เช่นระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไปให้ยึดอาวุโส 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับผู้บัญชาการลงมาถึงผู้บังคับการยึดอาวุโส 50 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่านั้นลงมายึดอาวุโส  33 เปอร์เซ็นต์....แต่ "สีกากี" หลายคนก็ยังไม่สบายใจ กฎหมายจะขีดเส้นบังคับการแต่งตั้งไว้อย่างไร  เมื่อยังไม่มีการเขียนบังคับไว้ "ห้ามยกเว้นหลักเกณฑ์" พวกเหาะเหินเดินอากาศได้ก็ยังขี่หัวเพื่อนเหมือนเดิม ยกเว้น "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ว่าที่ ผบ.ตร.จะแข็งจริงแบบไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะหากทำได้รับรองความยุติธรรมภายในรั้ว "กรมปทุมวัน" เกิดขึ้นแน่ ๐ 

      เข้าสู่ช่วงสุดท้ายในชีวิตราชการตำรวจของ "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี เริ่มเดินสายอำลาตำแหน่ง ล่าสุดไปที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตรวจเยี่ยมและอำลาหน่วยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมตรวจพลขบวนแถวเกียรติยศ มอบสิ่งของที่ระลึกให้ผู้แทนหน่วยในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และเปิดห้องประชุมชัยจินดา ณ บก.กฝ.บช.ตชด. โดย "บิ๊กแป๊ะ" เปิดใจตอนหนึ่ง...."ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย ทั้งที่อยู่ และไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนี้  พึงระลึกเสมอว่า การที่เราได้อาสามาเป็นตำรวจนั้น หน้าที่หลักคือ การดูแลทุกข์สุขของประชาชน เสียสละ อุทิศกาย อุทิศใจ ให้กับการทำงาน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างความเชื่อมั่น และสร้างความศรัทธาให้กับประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม” หากตำรวจทุกนายทำได้อย่างที่ "ผบ.แป๊ะ" บอกเอาไว้ รับรองภาพพจน์ "ตำรวจ" ที่ติดลบในสายตาชาวบ้านจะฟื้นกลับคืนมาอีกอักโข ๐

      ไม่เสียชื่อ "อาจารย์สายสืบสวน" สำหรับ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.และว่าที่ ผบ.ตร. ไปเป็นประธานพิธีเปิดโครงการ "พัฒนาประสิทธิภาพทีมงานผู้ปฏิบัติงานสืบสวน กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการสอบสวนกลาง" หรือโครงการ โรงเรียนสืบสวนกองปราบ รุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการที่เริ่มต้นเมื่อปี 2561 มี บิ๊กก้อง-พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) สมัยเป็น รอง ผบก.ป.ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสืบสวน เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านการสืบสวนของข้าราชการตำรวจ โดยจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านงานสืบสวนระดับประเทศ มาให้ความรู้และสอนเทคนิคการสืบสวนต่างๆ ให้แก่ข้าราชการตำรวจรุ่นใหม่ในสังกัด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือว่ามีประโยชน์ต่อองค์กรเป็นอย่างมาก  และมีผู้เข้ารับการอบรมจากหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศ ทำให้หลายคนมองกันว่าในการแต่งตั้งตำรวจหลังจากนี้ "นักสืบ" จะกลับมาเข้าที่เข้าทางตามสายงานถนัดทั่วประเทศเสียที หลังจากหลายปีที่ผ่านมา  "ตำรวจนักสืบ" แพ้ "ตำรวจนักลงทุน" จนต้องกระเด็นกระดอนกันไปคนละทิศละทาง เพราะ อาจารย์สืบสวน มีอำนาจจัดทัพเอง คงไม่ทำให้ ลูกศิษย์ ผิดหวัง คงต้องติดตามสิ้นเดือน พ.ย. เดดไลน์การแต่งตั้งระดับ "นายพัน" วาระประจำปี ได้รู้กัน ๐

      ก่อนประกาศ "โผทหาร" ข่าวลือเรื่องรัฐประหารก็เริ่มออกมาเป็นระยะ ยิ่งออกช้าเท่าไหร่ความอึมครึมก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น พอมาประกอบร่างสร้างเรื่องกับสถานการณ์การชุมนุมก็ทำให้วิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ในที่สุดหัวค่ำคืนวันศุกร์ก่อน ม็อบ 19 ก.ย. จะชุมนุม โผทหาร ก็ประกาศออกมา ส่งผลให้แรงกระเพื่อมและข่าวลือสะพัดสงบลง โดยเฉพาะข่าวที่ว่า บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งข้อความถึง บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ถามถึงที่มาที่ไป คลิปเสียง ผู้ประกาศข่าวอ่านรายชื่อ  "โผทหาร" ก่อนมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ราวจะกระทุ้งให้ประกาศรายชื่อเร็วๆ เรียกได้ว่า "โผทหาร" ล็อตนี้ยุติลงด้วยความโล่งใจแบบเฉียดฉิว

เป็นปีที่ "โผทหาร" ได้สร้างประวัติศาสตร์หลายอย่างในแผง 5 เสืออากาศ หลังจากไม่เคยเกิดขึ้นพักใหญ่มาเป็นทศวรรษ คือ 1.เป็นนักบินลำเลียง 2 คน 2.เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ 1 คน 3.เป็นนักบินขับไล่ (ไอพ่น) 1 คน 4.ไม่ได้เป็นนักบิน 1 คน ไล่ตั้งแต่ชื่อ บิ๊กแอร์-พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ นักบินเครื่องบินลำเลียง C-130 คนแรกที่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ ว่าที่รอง ผบ.ทอ.  อดีตเจ้ากรมการช่างโยธาอากาศ และไม่ได้เป็นนักบิน พล.อ.ท.เดชอุดม คงศรี ว่าที่ ผช.ผบ.ทอ. ก็เป็นนักบินเครื่องบินลำเลียง 1 ใน 2 ในตำแหน่ง 5 เสืออากาศ ขณะที่ บิ๊กโหน่ง-พล.อ.ท.ปราโมทย์ ศิริธรรมกุล เป็นว่าที่ ผช.ผบ.ทอ. และเป็นนักบินปีกหมุนหรือเฮลิคอปเตอร์ ส่วน บิ๊กหนึ่ง-พล.อ.ท.ชานนท์ มุ่งธัญญา ว่าที่เสนาธิการทหารอากาศ เป็นนักบินเอฟ-16 ที่ถูกวางตัวไว้ให้ขึ้น ผบ.ทอ.ปีหน้า ซึ่ง  "แอร์บูล" เปรียบเหมือนสูตรการแลกเปลี่ยนเพื่อขัดตาทัพก่อนเข้าสู่แผนการพัฒนา ทอ.ในระยะต่อไป  แต่ตอนนี้คนที่ดูเหมือนจะเครียดคงเป็น บิ๊กนัต-พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ที่ต้องมองยาว เสียสละ-กลืนเลือดในส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนร่วมที่หมายถึงอนาคตของ ทอ.ในการก้าวไปในยุทธศาสตร์ที่วางไว้ แม้คำว่า 6 ประการ 10 คิวจะนำมาอธิบายผ่าน "เสืออากาศ" คอลัมนิสต์จะเหมือนเป็นการยกแม่น้ำทั้ง 5 แต่คงดีกว่าการนิ่งเงียบ ๐

     ขณะที่ "กองทัพเรือ" สูตรหยิบไข่ออกนอกตะกร้า ใช้ทั้งธรรมะ ความอดทนของร่างกาย-จิตใจ ผ่านสภาวะร่างกาย "ชนกำแพง" มาในการแข่งขัน ฟูลมาราธอน จนปล่อยวางกับเสียงคนรอบข้างที่มีทั้งรัก-ทั้งเกลียดมาแล้ว บิ๊กลือ-พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่กำลังจะเกษียณ อาจต้องเจอคลื่นใต้น้ำอีกหลายลูก เพราะไข่ในตะกร้าที่เหลือ ทั้ง บิ๊กอุ้ย-พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน  ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม ว่าที่รอง ผบ.ทร. พล.ร.ท.ทรงวุฒิ  บุญอินทร์ ว่าที่ ผช.ผบ.ทร. พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ ว่าที่เสนาธิการทหารเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีข่าวแว่วว่ามีการ "ทิ้งบอมบ์" ของผู้พลาดหวังในตำแหน่งไว้ และยังมีระเบิดเวลาหลายลูกเรื่องโครงการจัดซื้อจัดหา ที่มีการส่งไปถึงฝ่ายการเมืองแบบรัวๆ ทำให้ ทัพน้ำ ในมือ "บิ๊กอุ้ย" อาจต้องเจอทางวิบากมากกว่าที่คิด ๐

     กองทัพไทยถือว่าเป็นเหล่าทัพที่ "ชิลล์" ที่สุด เพราะ บิ๊กกบ-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เตรียมส่งไม้ให้ บิ๊กแก้ว-พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร แบบไม่ต้องมีใครส่งคนมาเสียบ เนื่องจากการวางตัว-วางไลน์มาพักใหญ่ ด้วยการที่ส่ง บิ๊กแก้ว มาวางไว้ก่อนล่วงหน้า ทำให้แจ้งวัฒนะ ลมสงบ ไม่มีพายุเหมือนเหล่าทัพอื่นๆ ๐


ป๊อบแป๊บ "ไทยโพสต์" ๒๕ ปี ไม่ถือว่านาน แต่การที่ต้องอีโหลกโขลกเขลกกว่าจะผ่านในแต่ละปี นั่นแหละ ทำให้รู้สึกว่า ๒๕ ปี โอ้โห...นานเหลือเกิน!

'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ