ผลพวง-คดีความ หลังชุมนุมใหญ่


เพิ่มเพื่อน    

    ท่ามกลางความหวาดหวั่น การชุมนุม 19-20 ก.ย. ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จะเกิดเหตุไม่คาดฝัน มีการปะทะ บาดเจ็บ สูญเสียหรือไม่ แต่ในที่สุด ผ่านไปได้ด้วยดี การชุมนุมยุติและสลายไปตามวัน-เวลาที่ได้ประกาศไว้ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ทนายอานนท์-อานนท์ นำภา, ไมค์-ภานุพงศ์ จาดนอก ผู้นำในการชุมนุม แม้จะไม่นำมวลชนไปจุดเสี่ยง ทำเนียบรัฐบาล-ลานพระบรมรูปทรงม้า ตามที่มีการคาดการณ์เอาไว้ เพราะระหว่างทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับอุปกรณ์ สิ่งกีดขวาง ตั้งแนวป้องกันอย่างเข้มงวด แน่นหนา
    ทว่า ตลอดการจัดชุมนุม การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ การปราศรัย การกระทำ เป็นปัญหาทางคดีความ ตลอดวันที่ 21 ก.ย. มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของหน่วยงาน-บุคคลที่ได้รับผลกระทบ ทยอยเดินทางไปใช้สิทธิตามกฎหมาย
    นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี ในฐานะตัวแทนจากกรมศิลปากร เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.วัชรพงษ์ ทองแดง รอง สว. (สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 กรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจัดการชุมนุม 19 กันยา. ทวงอำนาจคืนราษฎร โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง ซึ่งแกนนำผู้ชุมนุมยังได้ปักหมุดคณะราษฎรที่ 2 บริเวณลานปูนที่ท้องสนามหลวง    
    สำหรับ การกระทำดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 32 ใน พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ระบุว่า ผู้ใดบุกรุกโบราณสถาน หรือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำต่อโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    สน.ชนะสงคราม นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นำหลักฐาน เอกสารข่าว ไฟล์ภาพและเสียง เข้าแจ้งความเอาผิด รุ้ง-น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ทนายอานนท์-นายอานนท์ นำภา, เพนกวิน-นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ให้ดำเนินคดีตามความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมทั้งเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 116 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี”
    นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ ส.ส.พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พรรคไทยรักธรรม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในข้อหาร่วมชุมนุมในสถานที่ห้ามชุมนุม จากกรณีที่มีภาพของทั้ง 3 คนปรากฏระหว่างการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยแสดงตัวด้วยการชูสามนิ้วในสถานที่ห้ามชุมนุม ทั้งที่เป็น ส.ส. ที่ถือเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ยังทำผิดกฎหมายเสียเอง จึงไม่ทราบว่าเป็นพฤติกรรมที่ขาดจิตสำนึกหรือไม่ ซึ่งในวันพุธนี้ตนจะยื่นประธานรัฐสภาเพื่อขอให้สอบจริยธรรมของ ส.ส.ทั้ง 3 คนด้วย
    พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. (รับผิดชอบด้านจราจร) ได้มอบหมายให้ตำรวจจราจรรวบรวมพยานหลักฐานในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก การจอดรถกีดขวางบริเวณรอบพื้นที่ชุมนุม รวมถึงความผิดเรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียง และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ
    นอกจากนี้ยังต้องจับตา พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. มีการคาดว่าอาจมาหารือเกี่ยวกับกรณีนายอานนท์ ขณะขึ้นเวทีปราศรัย เล่าย้อนขณะถูกจองจำภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยบางช่วงกล่าวถึง พ.ต.อ.ณรัชต์ ในเวทีการชุมนุม
    ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเข้าแจ้งความแกนนำมวลชนบางคน บุกรุกสถานที่ และทำให้ทรัพย์สินเสียหายหรือไม่ คงต้องรอดูท่าทีทางมหาวิทยาลัยต่อไป
    ผลพวงทางคดีเบื้องต้นที่เกิดขึ้นแล้ว และอาจจะเกิดขึ้นอีกได้ในเร็ววัน โดยที่ยังไม่นับรวมคดีค้างเก่าที่แกนนำแต่ละคนที่ต้องไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ในวันที่ 24 ก.ย. มีการนัดหมายแนวร่วมให้เดินทางมารัฐสภา ‘หยุดอำนาจนอกระบอบ ประชาธิปไตย’ รวมถึงการปักหมุดชุมนุมใหญ่อีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคม
    ดูจากตาราง โปรแกรมกิจกรรม การเคลื่อนไหวแล้ว ดูตามแนวโน้ม ยอดคดีความ คงจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ.  


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์