คิดแล้ว...ไปให้ถึงที่อยุธยา แบบ 1 day trip   


เพิ่มเพื่อน    

พี่เวียร์ ล่องเรือโบราณ


หากมีเวลาว่างในวันหยุดอยากไปเที่ยวแบบชิวๆ กินข้าว ล่องเรือ ไหว้พระ เดินตลาด แต่ไม่อยากเดินทางไปไกลจากกรุงเทพฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะ อย่างแรกเลยคือสะดวกในการเดินทางใช้เวลาจากกรุงเทพฯ แค่ 1 ชั่วโมงกว่าๆ อาหารอร่อยทั้งแบบพื้นบ้าน ตำรับชาววัง หรือกุ้งแม่น้ำที่ขึ้นชื่อ ที่สำคัญยังเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ เพราะในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของไทย ทำให้ที่นี่มีความหลากหลายทางประเพณีวัฒนธรรม และเมืองเก่า อาทิ วัดภูเขาทอง วัดพระเมรุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ วัดช้างอยุธยาแลเพนียด วิหารพระมงคลบพิตร ฯลฯ 

เราก็ได้มีโอกาสเดินทางมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในแคมเปญ “ คิด ... แล้วไปให้ถึง: 1 day Trip with พี่เวียร์” จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมกับผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมผ่านทาง Facebook Fanpage: Amazing ไทยเท่จำนวน 20 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศและนำเสนอมุมมองการท่องเที่ยวในรูปแบบความปกติใหม่พร้อมผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติในการร่วมมือจากคนไทยทั้งประเทศด้วยการชวนคนไทยมาร่วมสร้างบรรยากาศในการเดินทางให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

หุ่นขี้ผึ้งเกจิอาจารย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา-ปัจจุบัน ใน หอศิลป์กรุงสยาม 3 มิติ

 

ในช่วงวันธรรมดาแบบนี้ แน่นอนว่าจราจรจะไม่ติดขัดเท่าไหร่ ขับสบายๆ ก็มาถึงแล้วสถานที่แรกที่ วัดพระชิรธรรมาราม ภายในมีพุทธอุทยานมหาราช หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ สีทองเด่นตระหง่าน ขนาดหน้าตักกว้าง 24 เมตร ความสูงรวมฐาน 51 เมตร พระเกจิอาจารย์สำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่อยู่บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ เพราะเราอยู่ที่ลานจอดรถก็ยังมองเห็นองค์หลวงปู่ทวดได้ ทางจะเข้าไปด้านในพุทธอุทยานฯ ก็จะผ่านตลาดเดินไปจนเกือบสุดทางก็จะพบกับสะพานไม้ทอดยาวข้ามแม่น้ำให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาได้เข้ากราบไหว้ หลังจากนั้นเราก็มาผ่อนคลายด้วยการเดินตลาดช้อป ชิม ถึงแม้ว่าจะโดนวิกฤตโควิด-19 แต่ร้านค้าก็เปิดให้บริการเกือบทุกร้านเลยนะ ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ไก่ทอด ของแห้ง สายไหม ของกินเล่นต่างๆมากมาย 

 

เรือจำลองวิถีชีวิตชาวอยุธยา หอศิลป์กรุงสยาม 3 มิติ

 

ยังไม่จบแค่นี้เพราะที่นี่ยังมี หอศิลป์กรุงสยาม 3 มิติ ภายจะจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งและภาพสามมิติ  โดยโซนแรกจะเป็นหุ่นจำลองไดโนเสาร์ ถัดเข้าไปอีกห้องก็จะเป็นหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิอาจารย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่หลวงปู่ทวด หลวงปู่โต พฺรหฺมรํสี หลวงพ่อปาน หลวงพ่อรวย เป็นต้น อีกห้องก็จะเป็นภาพวาดฝาผนัง เรื่องราวในประวัติศาสตร์ และเรือจำลอง เรื่องราวของคนอยุธยา ทั้งค้าขายริมน้ำ งานวัด บ้านเรือน ผลไม้ต่างๆ ในส่วนห้องสุดท้ายก็จะเป็นภาพวาด 3 มิติ ให้ทุกคนได้มาถ่ายรูปเสมือนเหตุการณ์จริงกันด้วย สำหรับค่าเข้าอยู่คนละ 60 บาท เปิดบริการเวลา 09.00-17.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)

พี่วียร์ทำแกงรัญจวนให้ผู้โชคดีได้ลิ้มรส

 

แกงรัญจวนสีสันยั่วยวนให้ลิ้มลอง ฝีมือพี่เวียร์

 

ได้เวลาอาหารเที่ยงเรามุ่งหน้าไปยัง ร้านอาหารสุริยันจันทรา ที่เราจะได้ทานอาหารฝีมือเวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ดารานักแสดงชื่อดัง แต่ก่อนจะไปชิมอาหาร เราก็ขอเดินชมรอบๆร้าน  เพราะมีความโดดเด่นตั้งแต่ทำเลที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย และการนำโรงสีเก่าอายุราวๆ 130 ปี  ซึ่งเจ้าของได้ปรับเปลี่ยนตกแต่งด้านในให้เป็นร้านอาหาร มีความคลาสสิคร่วมสมัยที่ลงตัวมากๆ  ในบริเวณเดียวกันก็เป็นบ้านเรือนไทย พื้นที่ตรงกลางใต้ร่มไม้ใหญ่ ก็เป็นอีกส่วนของโต๊ะอาหาร สำรวจพอคราวๆ ก็ได้เวลาที่ตัวเอกจะโชว์ฝีมือทำอาหาร คือ แกงรัญจวน โดยมีวัตถุดิบหลักคือน้ำพริกกะปิ ซึ่งกะปิมาจากทางฝั่งแม่กลอง ตามด้วยตะไคร้ กระเทียม เนื้อหมู  ต้มจนสุก ตบท้ายด้วยใบโหระพา ที่ทำให้กลิ่นหอมรัญจวน นับว่าเป็นอาหารไทยโบราณที่หาทานได้ยาก รสชาติก็แล้วแต่คนจะชอบ ยังมีอาหารอื่นๆ ที่น่าลอง ถุงทองยวง, ช่อม่วง, หรุ่ม, หมูโสร่ง, ยำปลาโบราณ น้ำพริกมะขาม, ห่อหมกบ้านหลวง, สองเกลอราดซอสฉู่ฉี่, แสร้งว่า, ต้มส้มปลาสลิด และมัสมั่นไก่ มื้อนี้อิ่มทั้งอาหารตาและอิ่มท้องกันถ้วนหน้า

 

 

ล่องเรือที่ร้านอาหารสุริยันจันทรา บรรยากาศล่องเรือริมสองฝั่งแม่น้ำน้อย

 

ไปต่อกันที่กิจกรรมไฮไลท์ ล่องเรือโบราณชมวิถีชีวิตและบ้านเรือนของสองฝั่งแม่น้ำน้อย เพราะเวลามีจำกัดเราจึงได้แค่นั่งชมเรือแล่นผ่านวัดบางนมโค วัดสีกุก วัดบางปลาหมอ หรือ วัดกระโดงทอง แต่หากใครมีเวลาก็สามารถเทียบท่าขึ้นสักการะได้ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง มีบริการสองรอบ คือ รอบแรก 08.00 น. และรอบลงเรือ14.00 น. สอบถามราคาและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.062-852-8883

 

ร่านอาหารสุริยันจันทราบรรยากาศภายในเรือ



สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'