ต้องอ่าน!รศ.หริรักษ์อรรถาธิบายทำไมพระกษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยรับรองการทำรัฐประหาร


เพิ่มเพื่อน    

21 ต.ค.2563 -  รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า เพราะสถานการณ์โควิด เมื่อวาน ช่างตัดผมประจำ ซึ่งดูจากอายุก็นับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ มาตัดผมให้ที่บ้าน เธอบ่นว่าตั้งแต่มีม็อบ ลูกค้าหายหมด ที่ร้านเงียบมาก เธอถามผมว่า ผมยืนอยู่ข้างไหน ผมตอบว่า ผมไม่ได้ปลื้มกับรัฐบาลลุงตู่ซักเท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลนี้ทำอะไรที่เป็นความผิดชัดแจ้ง แต่เรื่องโจมตีจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมไม่เอาด้วยเด็ดขาด

เธอถามต่อว่า ที่เขาบอกว่า กษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยให้การรับรองการทำรัฐประหารที่ผ่านมาทุกครั้ง จริงหรือไม่ ทำไมพระองค์ท่านจึงทำเช่นนั้น

ผมนึกชมเธอที่อย่างน้อยยังมีข้อสงสัย ตั้งคำถาม หาข้อมูลเพิ่มเติม ฟังความเห็นผู้อื่น

ตอนนั้นจังหวะเวลาไม่อำนวยที่จะพูดอะไรยืดยาว ผมจึงตั้งคำถามกลับว่า ลองคิดดูว่า หากท่านไม่ทรงยอมลงพระปรมาภิไธยอะไรเลย แล้วอะไรจะเกิดขึ้นตามมา

จริงๆอยากอธิบายว่า จะว่าทรงลงพระปรมาภิไธยให้การรับรองการทำรัฐประหาร ก็ไม่เชิงเสียทีเดียว ทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหารสำเร็จ คณะรัฐประหารถือว่าได้รัฏฐาธิปัตย์หรืออำนาจสูงสุดแล้ว หัวหน้าคณะรัฐประหารจะขอเข้าเฝ้า เพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยในธรรมนูญการปกครองฉบับชั่วคราว และมีการนิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหาร จากนั้นเมื่อได้ตัวผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะขอเข้าเฝ้าเพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ลองมองย้อนกลับไปเมื่อครั้งคณะราษฎร ยึดอำนาจการปกครองจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
จากหนังสือเรื่อง “เอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ” ของคุณ วิมลพรรณ ปิตธวัชชัย ความว่า

เวลาเที่ยงเศษของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 นาวาตรี หลวงศุภชลาศัย ได้นำเรือรบหลวงสุโขทัยแล่นออกทะเลไปยังพระราชวังไกลกังวล พร้อมหนังสือกราบบังคมทูล มีใจความดังนี้

“ ด้วยคณะราษฎร ข้าราชการ ทหาร พลเรือน ได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินไว้ได้แล้ว และได้เชิญเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ มีสมเด็จพระพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิจ เป็นต้น ไว้เป็นตัวประกัน ถ้าหากคณะราษฎรนี้ถูกทำร้ายด้วยประการใดก็ดี ก็จะทำร้ายเจ้านายที่จับกุมตัวไว้เป็นการตอบแทน......”

วันที่ 26 มิถุนายน เวลา 11.00 น คณะราษฎรจำนวน 6 นาย ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จุดประสงค์เพื่อให้ลงพระปรมาภิไธยในเอกสาร 2 ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญการปกครองสยาม และร่างพระราชกำหนดนิรโทษกรรม

หากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ยอมตามคณะราษฎร และไม่ยอมลงพระปรมาภิไธย อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

การทำรัฐประหารครั้งต่อๆมา หากพระมหากษัตริย์ทรงปฏิเสธที่จะลงนามในเอกสารใดๆ ของคณะรัฐประหาร ก็จะแสดงว่าพระมหากษัตริย์ทรงเลือกข้างอย่างชัดเจน ไม่ได้อยู่เหนือการเมืองจากนั้นประเทศก็จะอยู่ในสภาวะ ชะงักงัน หรือเกิดสุญญากาศทางการปกครอง ประเทศอาจจะเข้าสู่ภาวะ มิคสัญญี เกิดสงครามกลางเมือง โอกาสที่จะเกิดการนองเลือดจึงมีสูงมาก

หากจะบังคับไม่ให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ในเอกสารใดๆของคณะรัฐประหาร ควรบอกด้วยว่า ไม่ลงพระปรมาภิไธย แล้วพระมหากษัตริย์จะต้องทำอะไรต่อ ประเทศจึงจะสงบ ประชาชนจะไม่เดือดร้อน

เมื่อวานนี้เช่นกัน อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เสนอความเห็นให้สภาฯตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ของคณะราษฎร 2563 ในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างมี”วุฒิภาวะ “ และตรงไปตรงมา แปลว่า อ.ปิยบุตร ยอมรับแล้วใช่หรือไม่ว่า ที่ปราศรัยกันแต่ละครั้งในการชุมนุมไม่มีวุฒิภาวะจริงๆ

อย่างไรก็ดี อ.ปิยบุตร ควรต้องมีแนวทางด้วยว่า หากตั้งกรรมาธิการได้จริง ได้ข้อสรุปแล้ว จะยังไงต่อไป พระมหากษัตริย์จะมีโอกาส แสดงความเห็นหรือมีพระราชวินิจฉัยใดๆได้หรือไม่ และหากพระมหากษัตริย์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยเล่า บ้านเมืองจะวุ่นวายหรือไม่ อย่างไร

คิดอะไรต้องคิดให้ตลอด ให้ลงไปถึงระดับปฏิบัติด้วยครับ จะได้ไม่สร้างปัญหาให้ประเทศในภายหลัง. 
 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'