
29 ต.ค.63 ความคืบหน้ากรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 40,000 ลิตร พุ่งชนรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกสินค้าเบ็ดเตล็ด ขณะจอดติดไฟแดงที่บริเวณสี่แยกใจกลางตัวอำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นก่อนจะมีเปลวไฟลุกท่วมรถทั้งสองคัน ทั้งน้ำมันยังรั่วไหลไปตามพื้นถนน และท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดเปลวไฟลุกลามไหม้อาคาร บ้านเรือน ร้านค้าของประชาชนที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้รับความเสียหายกว่า 10 คูหา ทั้งยังไหม้รถยนต์ รถจักรยายนต์ ที่จอดไว้หน้าบ้านเสียหายกว่า 20 คัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้คนขับรถบรรทุกน้ำมัน รถพ่วง และชาวบ้านที่วิ่งหนีเปลวเพลิง ได้รับบาดเจ็บหลายคน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาล อบต. หน่วยกู้ภัยฯ หลายแห่งทั้งใน อ.หนองกี่ และ อ.ใกล้เคียง กว่า 50 คันได้ช่วยกันใช้เคมี และน้ำฉีดสกัดเพลิงนานกว่า 4 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
ล่าสุด ผ่านไปกว่า 8 ชั่วโมง ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายซากรถบรรทุกน้ำมัน และรถพ่วง 18 ล้อออกจากจุดเกิดเหตุได้ ต้องรอให้ทางบริษัทมาขนถ่ายน้ำมันที่เหลือในรถประมาณ 30,000 ตัน ออกก่อน จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายออกได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงรถทั้งคันที่เกิดเหตุ เพราะเกรงจะมีเปลวไฟครุกรุ่นขึ้นมาอีก ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับเจ้าหน้าที่และประชาชนได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็คาดว่าไม่เกินช่วงเที่ยงของวันนี้จะสามารถเคลื่อนย้ายซากรถ และเคลียร์ผิวจราจร เพื่อเปิดให้รถสัญจรได้ตามปกติ
ขณะที่พ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านยังตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นเหตุเพลิงไหม้ที่น่ากลัวมาก เนื่องจากน้ำมันรั่วไหลไปตามท่อระบายน้ำทำให้เกิดเปลวไฟลุกตามปากท่อเป็นทางยาวเกือบ 1กิโลเมตร ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าวินาทีนั้นไม่ได้หยิบเอาข้าวของอะไรเลย วิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างเดียว
โดยนางยุพิน จันทร์น้อย แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ได้เล่าถึงนาทีระทึกว่า ตอนเกิดเหตุตนก็กำลังขายก๋วยเตี๋ยวตามปกติ จู่ๆได้ยินเสียงรถชนกันอย่างแรงที่สี่แยก ตอนแรกก็คิดว่าแค่รถชนกันปกติเพราะไม่รู้ว่ารถที่ชนเป็นรถน้ำมัน กระทั่งได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดแล้วก็มีเปลวไฟลุกไหม้ตรงจุดเกิดเหตุ ก็ตกใจและไม่กี่นาทีก็เกิดไฟลุกเป็นทางยาวเพราะน้ำมั่นรั่วไฟมาตามพื้นถนน และท่อระบายน้ำ ตนกับสามีและชาวบ้านจึงพากันวิ่งหนีเอาตัวรอด บางคนล้มลุกคลุกคลานเพราะตกใจ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวมากพึ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก ยังโชคดีที่ไม่ใครเสียชีวิต
ด้านนางจรีรัตน์ ศรีโสพิทสวัสดิ์ เจ้าของร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตอนเกิดเหตุตนและครอบครัวนอนอยู่บนบ้าน แล้วเห็นเพลิงลุกไหม้ที่บริเวณหน้าร้านตอนแรกก็คิดว่าใครมาลอบวางเพลิงหรือป่าว พอลงมาดูก็เห็นไฟลุกไหม้รถยนต์ 2 คัน และรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้หน้าร้าน ไหม้เสียหายทั้งหมด 3 คัน ทั้งยังลามไหม้ฝ่าเพดาน ผ้าไหมหน้าร้านเสียหายด้วยตอนนั้นตกใจมากทำอะไรไม่ถูกพยายามใช้สายยางฉีดแต่ไฟก็ไม่ดับ กระทั่งมีรถดับเพลิงมาช่วยดับแต่รถก็ไหม้เสียหายทั้งหมดแล้ว ซึ่งเฉพาะร้านของตนเองคาดว่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ก็อยากให้ทางบริษัทรถน้ำมันต้นเหตุ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ช่วยเหลือทรัพย์สินที่เสียหายด้วย
ส่วนมูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการสำรวจของทางอำเภอ และเทศบาลหนองกี่ แต่จากการประเมินเบื้องต้นก็คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนขับรถก็ยอมรับว่าหลับในจึงพุ่งชนท้ายรถพ่วง
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |