'ไบเดน'ต่อสายคุย'สีจิ้นผิง'ครั้งแรกนานถึง2ชั่วโมง


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ต่อสายโทรศัพท์สนทนากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในเช้าวันตรุษจีนของกรุงปักกิ่งเป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง ทำเนียบขาวเผย ไบเดนเน้นประเด็นสิทธิมนุษยชนและการสยายเขี้ยวเล็บของจีนในภูมิภาคนี้ ส่วนสีเตือนว่าการเผชิญหน้าจะเป็น "หายนะ" สำหรับสองประเทศ

แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อครั้งยังเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐ จับมือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ระหว่างการพบกันที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2556

    ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเป็นครั้งแรกเมื่อค่ำวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาของจีน โดยการหารือครั้งนี้ ไบเดนกล่าวกับสีว่า สิ่งที่เขาให้ความสำคัญอันดับแรกคือการปกป้องความมั่นคง, ความรุ่งเรือง, สุขภาพ และวิถีชีวิตของคนอเมริกัน และเพื่อรักษาภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง

    ไบเดนยังเน้นย้ำถึงข้อกังวลพื้นฐานของเขาเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่บีบบังคับและไม่เป็นธรรมของจีน, การปราบปรามในฮ่องกง, รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง และการดำเนินการที่ดึงดันมากขึ้นของจีนในภูมิภาคนี้ ซึ่งรวมถึงการแสดงออกต่อไต้หวันด้วย
    
    ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า ประธานาธิบดีสีบอกกับผู้นำสหรัฐไปว่า การเผชิญหน้ากันระหว่างจีนกับสหรัฐจะเป็น "หายนะ" ต่อทั้งสองประเทศ และสองฝ่ายควรกำหนดวิถีทางใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจผิดๆ นอกจากนี้ สียังคงรักษาท่าทีแข็งกร้าวในประเด็นเกี่ยวกับฮ่องกง, ซินเจียง และไต้หวัน ซึ่งสีแจ้งต่อไบเดนว่าเป็นประเด็นของ "อำนาจอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดน" ที่เขาหวังว่าสหรัฐปฏิบัติด้วยอย่างระมัดระวัง

    ข้อมูลที่ไบเดนแถลงในภายหลังเมื่อวันพฤหัสบดีบอกว่า ทั้งคู่สนทนากันนานถึง 2 ชั่วโมง "เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมคุยโทรศัพท์กับสี จิ้นผิง รวดเดียว 2 ชั่วโมง" ผู้นำสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยเขาเตือนด้วยว่า หากสหรัฐไม่เริ่มดำเนินการด้านนโยบายจีน จีนก็จะเป็นผู้ชนะ

    การคุยโทรศัพท์ครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสีคุยกับประธานาธิบดีของสหรัฐ นับแต่การสนทนากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็ตกต่ำลงสู่ระดับเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยทรัมป์กล่าวโทษจีนว่าเป็นต้นเหตุของโรคระบาดโควิด-19


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่